
บาร์เซโลน่า ออกแถลงการณ์แจ้งว่า เฟรงกี้ เดอ ยอง กองกลางของทีม บาดเจ็บบริเวณเอ็นยึดข้อเข่าด้านใน (MCL) ข้างขวาฉีกขาด โดยนักเตะจะเข้ารับการรักษาแบบประคับประคองด้วยทีมแพทย์สโมสร และติดตามอาการต่อเนื่อง
ขณะที่ฝั่งของ เดอ ยอง ก็รู้สึกผิดหวังเช่นกัน เจ้าตัวเพิ่งกลับจากการรับใช้ เนเธอร์แลนด์ ทำศึกฟุตบอลโลก 2026 แต่พอเตรียมตัวจะกลับมาเล่นให้สโมสรต้นสังกัด ก็ดันมาเกิดอาการบาดเจ็บ ก่อนโพสต์ข้อความระบายความรู้สึก และจะรีบหายกลับมาช่วยทีมโดยเร็ว
"ปกติแล้ว ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรกับสิ่งที่เขียนเกี่ยวกับตัวผม ทีม หรือสโมสร แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีกระแสคาดเดามากมายเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บและสถานการณ์ของผมที่บาร์ซ่า"
"มันเป็นเรื่องยากสำหรับผมที่ต้องเห็นผู้คนตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์และความทุ่มเทของผมที่มีต่อสโมสร เพียงเพราะรายงานข่าวที่ไม่เป็นความจริง ฟุตบอลคือทุกสิ่งสำหรับผม ผมทุ่มเทสุดความสามารถให้กับ เอฟซี บาร์เซโลนา และประเทศของผม มาตลอด นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องการแชร์สิ่งที่เกิดขึ้นจริง"
"ช่วงฟุตบอลโลก ผมได้รับบาดเจ็บที่เข่า หลังจากการประเมินในครั้งแรก แพทย์บอกกับผมว่าเป็นเพียงการบาดเจ็บเล็กน้อยและจะไม่แย่ลงหากผมลงเล่นต่อ ความท้าทายเพียงอย่างเดียวคือการต้องลงเล่นทั้งที่ยังมีอาการเจ็บอยู่บ้าง แต่ตลอดอาชีพการค้าแข้งของผม ผมก็ทำเช่นนั้นมาโดยตลอดตราบใดที่ผมสามารถช่วยทีมได้ ไม่ว่าจะกับสโมสรหรือทีมชาติก็ตาม"
"ช่วงวันหยุด ผมเดินทางกลับมายัง บาร์เซโลนา เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม ผลปรากฏว่าอาการบาดเจ็บรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรก แต่โชคดีที่ในขั้นตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด และตอนนี้ผมกำลังโฟกัสกับการฟื้นตัวเพื่อกลับคืนสู่สนามให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
"ในทุกวัน ผมทำงานหนักเพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ผมให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับอาชีพของผม ร่างกายของผม และความรับผิดชอบต่อทีม แต่บางครั้งมันก็มีสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ และอาการบาดเจ็บนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น"
"การได้ลงเล่นให้กับบาร์ซ่าและทีมชาติเนเธอร์แลนด์ (Oranje) เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และความทุ่มเทของผมที่มีต่อทั้งสองทีมนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ผมจะยังทุ่มเททุกสิ่งเพื่อตราสโมสรนี้ เพื่อนร่วมทีม และเพื่อแฟนบอลของเราทุกคน"
"ยังมีอีกหลายช่วงเวลาให้เราสร้างร่วมกัน และเป้าหมายอีกมากมายที่เราอยากทำสำเร็จไปด้วยกัน ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ผมรอไม่ไหวที่จะได้กลับมา 💙❤️🧡 Visca Barça Sempre เฟรงกี้"