
ภาพของ จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางทีมชาติอังกฤษ ขณะเอามือปิดปากพูดคุยกับ จอร์แดน อายิว กัปตันทีมกานา กลายเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ หลังถูกตั้งคำถามว่าอาจเข้าข่ายผิดกฎใหม่ของฟุตบอลโลก 2026 ในเกมที่อังกฤษเสมอกานา 0-0
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงพักครึ่ง ซึ่งเป็นจังหวะที่ เบลลิงแฮม มีปากเสียงกับ คาร์ลอส เคยรอซ เฮดโค้ชกานา ก่อนถูกจับภาพขณะใช้มือปิดปากพูดคุยกับ อายิว ในสนาม
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้มีการนำไปเปรียบเทียบกับกรณีของ มิเกล อัลมิรอน ดาวเตะทีมชาติปารากวัย ที่มีจังหวะเอามือปิดปากระหว่างปะทะคารมกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในเกมพบตุรกี ก่อนที่ผู้ตัดสินจะไปเช็ก VAR และให้ใบแดงโดยตรงพร้อมโดนแบน 1 นัด
อย่างไรก็ตาม ตามกฎที่ FIFA กำหนด ได้ระบุไว้ว่า การเอามือป้องปากระหว่างการสื่อสารกับคู่แข่งจะเข้าข่ายผิดกฎและมีโอกาสโดนใบแดงได้ ก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นในสถานการณ์เผชิญหน้าหรือปะทะคารมเท่านั้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ "ดุลยพินิจ" ของผู้ตัดสิน
ขณะเดียวกันก่อนที่ฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มขึ้น ปิแอร์ลุยจิ คอลลินา หัวหน้าผู้ตัดสินฟีฟ่า อธิบายว่า นักเตะสามารถป้องปากขณะสื่อสารได้ตามปกติ หากเป็นการพูดคุยทั่วไป แต่หากอยู่ในสถานการณ์เผชิญหน้า อาจเข้าข่ายการกระทำผิดและถูกลงโทษถึงใบแดง
ดังนั้นทั้งสองกรณีอาจถูกตีความแตกต่างกันที่ "บริบท" ซึ่งจังหวะของเบลลิงแฮม ผู้ตัดสินอาจพิจารณาว่าเป็นเพียงการพูดคุยทั่วไป ไม่ได้มีลักษณะของความขัดแย้ง ขณะที่กรณีของอัลมิรอนเกิดขึ้นระหว่างการปะทะคารมกับคู่แข่ง จึงนำไปสู่การลงโทษใบแดง
ทั้งนี้ กฎดังกล่าวที่ FIFA เสนอต่อ IFAB ก่อนถูกอนุมัตินำมาใช้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ มีที่มาจากเหตุการณ์จากประเด็นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ เลกแรก เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ของเรอัล มาดริด ถูก จานลูก้า เปรสติอันนี่ จากเบนฟิก้า ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมระหว่างปิดปากพูดคุย ก่อนถูกยูฟ่าตรวจสอบและชี้ว่ามีความผิดด้านพฤติกรรมเหยียดผิว