News

“เลียม โรซีเนียร์” กุนซือเชลซี ชี้พวกเหยียดผิว-เชื้อชาติ ไม่สมควรอยู่ในวงการฟุตบอล

เลียม โรซีเนียร์ เฮดโค้ช เชลซี แสดงความเห็นว่า ใครก็ตามที่ถูกพบว่ามีความผิดฐานแสดงพฤติกรรมเหยียดผิวหรือเชื้อชาติในวงการฟุตบอล ไม่สมควรอยู่ในวงการนี้อีกต่อไป

 

ยูฟ่า เริ่มต้นสอบสวนข้อกล่าวหาการเหยียดเชื้อชาติที่เกิดขึ้นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ หลังมีรายงานว่า วินิซิอุส จูเนียร์ แนวรุกของ เรอัล มาดริด ถูก จานลูก้า เปรสเตียนนี่ แข้ง เบนฟิก้า เหยียดเชื้อชาติระหว่างเกมเมื่อวันอังคารที่17มีนาคม ผ่านมา

เปรสเตียนนี่ ปฏิเสธข้อกล่าวหา กระนั้นหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาอาจถูกลงโทษแบนอย่างน้อย10นัดในรายการยุโรปตามระเบียบวินัยของยูฟ่า

แน่นอนว่าเป็นเรื่องใหญ่ในวงการฟุตบอล และยังเป็นปัญหาที่เกิดให้เห็นอยู่เป็นระยะ ซึ่งทาง โรซีเนียร์ พูดถึงเรื่องนี้ว่า “หากนักเตะ โค้ช หรือผู้จัดการทีมคนใดถูกพบว่ามีความผิดฐานเหยียดเชื้อชาติ พวกเขาไม่ควรอยู่ในวงการนี้ มันง่ายแค่นั้น”

เขายังระบุด้วยว่า ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในฟุตบอล แต่สะท้อนถึงปัญหาในสังคมโดยรวมด้วยเหมือนกัน

ขณะเดียวกัน โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเบนฟิก้า ให้ความเห็นว่าไม่สามารถสรุปเหตุการณ์ได้ในขณะนี้ และกล่าวหาว่าวินิซิอุสมีพฤติกรรมยั่วยุฝูงชนจากการฉลองประตูในเกมที่เรอัล มาดริด บุกชนะ1-0ที่ลิสบอน

โรซิเนียร์ปฏิเสธที่จะตอบโต้คำพูดดังกล่าวโดยตรง แต่ยืนยันว่าการเหยียดเชื้อชาติเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ พร้อมเปิดเผยว่าตนเองก็เคยเผชิญประสบการณ์ลักษณะนี้มาก่อน

ส่วนฝั่งของ เบนฟิก้า แถลงผ่านโซเชียลมีเดีย ปกป้อง เปรสเตียนนี่ โดยระบุว่ามีการพยายามใส่ร้ายผู้เล่นของสโมสร พร้อมเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวอ้าง และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับระยะห่างของนักเตะในจังหวะดังกล่าว

ทั้งนี้ โรซิเนียร์ ทิ้งท้ายว่า การแก้ไขปัญหาการเหยียดเชื้อชาติต้องอาศัยความรับผิดชอบจากทุกภาคส่วน ทั้งในวงการกีฬา สื่อมวลชน และสังคมโดยรวม เพื่อให้ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามคุณธรรมและจริยธรรม โดยไม่ถูกตัดสินจากเชื้อชาติ ศาสนา หรือพื้นเพที่แตกต่างกัน

Author

วัลลภ สวัสดี

ฟังไปเรื่อย ดูไปเรื่อย เขียนไปเรื่อย