
คงจะเห็นผ่าน ๆ ตากันมาบ้าง เวลาที่ผู้ตัดสินทำการตัดสินใจอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกใจต่อทีมใดทีมหนึ่ง และทำให้แข้งในสนามผู้เสียประโยชน์ต่างเดินกรูเข้าไปถามไถ่ผู้ตัดสิน จนบางครั้งก็กลายเป็นเหตุวุ่นวายและสร้างความปั่นป่วนต่อเกมในเวลาต่อมา
นั่นจึงทำให้ในมุมมองผู้ตัดสิน อาจรู้สึกว่าตนกำลังตกอยู่ในอันตรายจากเหตุการณ์ในสนามแบบนั้น ด้วยท่าทีของกลุ่มนักเตะที่เข้ามารุมโวยดั่งเสือกำลังจะขย้ำเหยื่อ ที่เห็นได้จากตัวอย่างใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่แข้งของทีมในลีกผู้ดี พุ่งกรูใส่ผู้ตัดสิน จน เอฟเอ ต้องลงโทษปรับเงินสโมสรในเวลาต่อมา
ซึ่ง โรแบร์โต้ โรเซ็ตติ ผู้อำนวยการฝ่ายผู้ตัดสินของ ยูฟ่า เลยอยากจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการประกาศผ่านจดหมายเปิดผนึกแก่ทีมที่จะดวลศึก ยูโร 2024 รอบสุดท้ายที่จะถึงนี้ มีใจความว่า
“จะอนุญาตให้กัปตันทีมเพียงคนเดียวที่สามารถเข้ามาคุยกับผู้ตัดสินได้ หากแข้งคนอื่นฝ่าฝืน อาจถึงขั้นรับใบเหลือง”
ไม่นานมานี้ เว็บไซต์ Official ของ UEFA และ BBC ได้ลงข้อความที่บันทึกจดหมายเปิดผนึกของ โรแบร์โต้ โรเซ็ตติ ผู้อำนวยการฝ่ายผู้ตัดสินของ ยูฟ่า ถึงเรื่องการตัดสินในสนามที่เขาจะประกาศใช้ในการแข่งขันในศึก ยูโร 2024 ที่ใกล้จะถึงในอีก 1 เดือนข้างหน้า
โดยข้อความดังกล่าวเป็นดังนี้
“การเป็นผู้ตัดสินในเกมสมัยใหม่เป็นเรื่องยากมาก กรรมการที่ตั้งตนเป็นกลางต้องตัดสินถึง 200-250 ครั้งต่อนัด หรือตัดสินในทุก ๆ 22 วินาที ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและบางครั้งก็เป็นที่ถกเถียงกัน ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาล ผู้ตัดสินแต่ละคนก็ได้รับการตรวจสอบและชื่นชมชมจากหลายมุม โดยจากแฟน ๆ และผู้เชี่ยวชาญ”
“เราต้องการให้ผู้ตัดสินที่มีบุคลิกเข้มแข็งตัดสินใจ และฟันธงในสนาม ซึ่งบางครั้งอาจไม่เป็นที่ชมชอบของคนส่วนใหญ่นัก แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อยากให้พวกเขาเปิดกว้างมากขึ้น และอธิบายว่าอะไรนำไปสู่การตัดสินใจเช่นนั้น”
“พวกเขาได้รับข้อมูลมากมายจากผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) และเราพร้อมที่จะพูดคุยและแบ่งปันรายละเอียดเพิ่มเติมกับผู้เล่นและโค้ชเพื่อช่วยให้พวกเขาเข้าใจว่าการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างไร”
“เรื่องของพฤติกรรมของผู้เล่นและโค้ชเป็นหัวข้อที่สำคัญตลอดกาลในวงการฟุตบอล โค้ชตกลงที่จะทำงานเพื่อการเล่นอย่างยุติธรรมในการเข้าพูดคุยของผู้เข้ารอบสุดท้ายใน ยูฟ่า ยูโร 2024 เมื่อเดือนเมษายน ในขณะที่มันเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักในการประชุมคณะกรรมการฟุตบอลยูฟ่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ นียง(เมืองในสวิตเซอร์แลนด์)”
“ทั้งโค้ชและผู้เล่นต่างยินดีและสนับสนุนแนวทางใหม่ของเราโดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เพื่อระบบระเบียบที่ดีงามของเกม”
“แน่นอนว่าการตัดสินใจบางอย่างจะต้องมีการถกเถียงกันอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม เพื่อปรับปรุงสถานะที่เป็นอยู่ พวกเรา ยูฟ่า ต้องการให้ผู้ตัดสินอธิบายการตัดสินใจของตนเพิ่มเติมให้ทุกทีมที่แข่งขันในทัวร์นาเมนต์ ยูฟ่า ยูโร 2024 ที่กำลังจะมาถึง”
“เราจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร? แนวคิดนี้ง่ายมาก เราขอให้ทุกทีมแน่ใจว่ากัปตันของพวกเขาจะเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่พูดคุยกับผู้ตัดสิน เราขอให้กัปตันตรวจสอบให้แน่ใจว่าเพื่อนร่วมทีมไม่ก้าวก่ายและล้อมผู้ตัดสิน ปล่อยให้มีการสนทนาโดยตรงเพื่อให้การตัดสินได้รับการถ่ายทอดอย่างทันท่วงทีและให้เกียรติซึ่งกันและกัน”
“ที่สำคัญเราต้องการเฉพาะกัปตันทีมที่ต้องการหารือเกี่ยวกับการตัดสินใจเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าหาผู้ตัดสินได้ เป็นความรับผิดชอบของกัปตันทีมที่จะต้องทำให้เพื่อนร่วมทีมเคารพผู้ตัดสิน รักษาระยะห่าง และไม่รุมล้อมเขา”
“เพื่อนร่วมทีมคนใดก็ตามที่เพิกเฉยต่อบทบาทของกัปตันทีม และ/หรือ เข้าใกล้ผู้ตัดสินโดยแสดงอาการไม่เคารพหรือไม่เคารพ จะได้รับใบเหลือง หากกัปตันเป็นผู้รักษาประตู จะต้องมีผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ามา ซึ่งสามารถทำหน้าที่นี้ได้ หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นที่อีกฟากหนึ่งของสนาม”
“ผู้ตัดสินร่วมกับผู้นำทีมเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีระหว่างทุกฝ่าย สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขาสร้างความไว้วางใจอย่างมากกับผู้เล่น และแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ต้องการจากผู้ตัดสินสมัยใหม่ในการดำเนินการ”
“ทางทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดสินของยูฟ่า และผู้ตัดสินในการแข่งขันจะพบปะกับแต่ละทีมจาก 24 ทีมเพื่อหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม และแบ่งปันข้อมูลนี้กับผู้เล่น หากเป็นไปได้”
“การนำแนวทางนี้มาใช้และเสริมศักยภาพผู้ตัดสินจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพในการทำหน้าที่ตัดสินในการแข่งขันของเราและการแข่งขันที่ดีขึ้นสำหรับผู้เล่นและแฟน ๆ ที่จะเพลิดเพลินในการแข่งขันของทัวร์นาเมนต์”
“หากเราสามารถอำนวยความสะดวกในการสนทนาที่สร้างสรรค์ระหว่างผู้ตัดสินและกัปตันทีม ทุกคนจะได้รับประโยชน์ และเราจะทิ้งมรดกเชิงบวกไว้สำหรับอนาคตของเกมที่สวยงาม เกมที่เราทุกคนรัก”