News

บาดแผลนักรบ ไล่เรียงอาการบาดเจ็บของ ลิซานโดร ตั้งแต่ย้ายมาอยู่แมนยูฯ ถ้ามีเขาอาจไม่แพ้เชลซี

ศีกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คู่ดึกเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาถือเป็นการแข่งขันระดับ 5 ดาวอีกหนึ่งแมตช์ เพราะ เชลซี ยิง 2 ประตูใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแบบเร้าใจ นาทีที่ 90+10 และ 90+11 จากฝีเท้าของ โคล พาลเมอร์ จนสามารถพลิกคว้า 3 คะแนนในบ้านของตนเองได้สำเร็จ

 


ส่งผลให้แฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำนวนไม่น้อยรู้สึกเสียดายที่ทีมรักของตนเองไม่สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้ พร้อมชวนกันนึกถึง "เดอะ บุตเชอร์" ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่ตอนนี้ได้รับบาดเจ็บ ว่าหากเกมรับมีเขาอยู่จะเสีย 2 ประตูในช่วงทดเจ็บเช่นนี้หรือไม่

ตั้งแต่ย้ายมาสวมยูนิฟอร์ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาการบาดเจ็บพราก ลิซานโดร มาร์ติเนซ ไปจากแฟนแมนยูฯ แล้วกี่เกม และช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือในฤดูกาล 2023-24 เขาจะได้คืนสนามให้ "ปีศาจแดง" หรือไม่... สามารถติดตามได้ในโพสต์นี้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2022 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอริค เทน ฮาก ตัดสินใจยอมจ่ายเงินกว่า 57 ล้านปอนด์ เพื่อกระชากตัวเขามาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังแห่งลีกเนเธอร์แลนด์ และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็สถาปนาตนเองให้กลายเป็นกองหลังตัวหลักของทีมอย่างสม่ำเสมอ ซ้ำยังเป็นหนึ่งในขุนพล "ฟ้า-ขาว" พาทีมชาติอาร์เจนติน่า คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ณ กาตาร์

แต่แล้วเพียง 4 เดือนต่อมา อาการบาดเจ็บหนักครั้งแรกในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็มาเยือนเขาในเกมยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย เลกแรก ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอกับ เซบีย่า 2-2 โดยได้รับบาดเจ็บกระดูกฝ่าเท้าแตกช่วงท้ายเกม ซึ่งหนักถึงขนาดที่ มาร์กอส อคูน่า และ กอนซาโล่ มอนเทียล เพื่อนร่วมชาติที่เล่นอยู่ เซบีย่า ต้องช่วยกันอุ้มเขาออกจากสนาม และทำให้เขาปิดฉากฤดูกาลก่อนใครเพื่อน พลาดไป 12 เกมรวมทุกรายการ รวมถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ที่แพ้อริร่วมเมือง อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2

หลังจบซีซัน 2022-23 ลิซานโดร มาร์ติเนซ สามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บและกลับมาทันโปรแกรมทัวร์ปรีซีซัน โดยมีเวลาลงสนาม 316 นาที จากการลงเล่น 5 เกมระหว่างโปรแกรมดังกล่าว ซึ่งทำให้ทันการกลับมาประจำการแผงหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงต้นฤดูกาล 2023-24

ทว่าหลังลงสนามช่วยทีมไปได้เพียงไม่กี่เกม ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2023 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกแถลงว่า ลิซานโดร มาร์ติเนซ ได้รับอาการบาดเจ็บที่แผลเก่าซ้ำอีกครั้ง (กระดูกฝ่าเท้า) ตั้งแต่เกมที่บุกไปแพ้ อาร์เซน่อล 1-3 แต่เจ้าตัวยังฝืนเล่นต่ออีก 2 เกม ซึ่งทำให้เขาต้องนอนอยู่โรงหมออีกราว 2-3 เดือน

ตั้งแต่นั้น ลิซานโดร มาร์ติเนซ ก็ทำงานใกล้ชิดกับ อิบราฮิม เคเรม นักกายภาพบำบัดของสโมสร ขณะที่ เอริค เทน ฮาก ยืนยันว่าจะไม่เร่งการคัมแบ๊กของ "เดอะ บุตเชอร์" และผลที่ออกมาคือ ลิซานโดร มาร์ติเนซ พลาดการลงสนามไปทั้งสิ้น 22 เกม ตั้งแต่ 21 กันยายน 2023 - 4 มกราคม 2024

ขณะที่ได้รับบาดเจ็บ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ได้เดินทางกลับไปเยือน เดเฟนซา จัสติเซีย (Defensa y Justicia) อดีตสโมสร พร้อมฝากข้อความไปถึงแฟนแมนยูฯ ผ่าน TNT Sports Argentina ว่า "ผมกำลังอยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟู และมีความสุขมากที่ได้มาเยือนสโมสร นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เกิดอาการบาดเจ็บเช่นนี้ ดังนั้นคุณต้องอดทน"

และในเกมที่แบ่งแต้มกับ สเปอร์ส ด้วยสกอร์ 2-2 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2024 ลิซานโดร มาร์ติเนซ ก็ได้ฤกษ์สลัดเดี้ยงลงสนามในฐานะตัวสำรอง แต่น่าเสียดายที่เขาได้ลงเล่นอีกแค่ไม่ถึง 2 เกมดี คือเกมที่เอาชนะ วูล์ฟ 4-3 ก่อนจะได้รับบาดเจ็บหัวเข่าในช่วงนาทีที่ 70 ในเกมที่ปราบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-0 จนโดนเปลี่ยนตัวออก

หลังจบเกมมีการเปิดเผยว่าอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ไม่ได้รุนแรงมากนักตามที่หลายฝ่ายเป็นกังวล โดยเป็นเพียงอาการหัวเข่าพลิกและไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด อย่างไรเสียเขาก็ยังต้องพักรักษาตัวอีกราว 2 เดือน พลาดเกมสำคัญอย่าง แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-3 และเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย แดงเดือด ที่ แมนยูฯ คว่ำ ลิเวอร์พูล 4-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และเกมอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 9 เกม

ในวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2024 ลิซานโดร มาร์ติเนซ พักรักษาตัวจนหายและได้กลับมาช่วยทีมในเกมที่พวกเขาเจ๊า เบรนท์ฟอร์ด 1-1 ซึ่งทุกอย่างจะดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี แต่แล้วก่อนที่เกมพ่าย เชลซี 3-4 เมื่อคืนนี้ มีรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บที่น่องขณะฝึกซ้อม และต้องพักอีกราว 4 สัปดาห์

นั่นเท่ากับว่าตั้งแต่ย้ายมาจนถึงตอนนี้ ลิซานโดร มาร์ติเนซ พลาดลงสนามให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 43 เกม คิดเป็นเวลา 238 วัน โดยเฉพาะในฤดูกาล 2023-24 เขาได้ลงสนามให้ "ปีศาจแดง" ไปเพียง 11 เกมรวมทุกรายการ

ทั้งนี้ด้วยระยะเวลาการพักรักษาอาการบาดเจ็บรอบล่าสุดที่ถูกเปิดเผยออกมา ไม่แน่ว่าในช่วงท้ายฤดูกาลเราอาจได้เห็น ลิซานโดร มาร์ติเนซ คัมแบ๊กสังเวียนฝืนหญ้าอีกครั้ง โดยเฉพาะรอบชิงชนะเลิศเอฟ เอ คัพ ปลายเดือนหน้า เพราะในรอบรองชนะเลิศ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอกับทีมที่ตนเองข่มกว่าอย่าง โคเวนทรี

Author

รณกฤต ตุลยะปรีชา

วัยรุ่นคู้บอน

Graphic

วิสุทธา วงค์หน่อแก้ว

หนุ่มน้อยผู้คลั่งรัก "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดหัวใจ