Feature

ยูไนเต็ด 2 ซิตี้ 0 : แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในการคุมทีมหนแรกของ คาร์ริค ที่ทำให้แฟนผีรู้สึกมีความหวัง | Main Stand

มกราคม 2026 ไมเคิล คาร์ริก เข้ามาพร้อมกับเสียงบ่นก่นด่าในฐานะกุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง ในช่วง 17 เกมสุดท้ายของฤดูกาล 2025-26 ซึ่งเหลือเพียงเป้าหมายสุดท้าย คือการทำให้ผลงานไม่หายนะไปกว่านี้

 

ทีมที่โดนยำจนเละ จับต้นชนปลายไม่ถูกตั้งแต่ยุค เอริค เทน ฮาก จนมาถึง รูเบน อโมริม ดูจะเป็นงานที่หนักหนากว่าที่อดีตกุนซือที่เคยโดน มิดเดิลสโบรช์ ไล่ออก จะรับผิดชอบได้ 

แต่ใครจะรู้ว่าหลังมือจะพลิกเป็นหน้ามือได้อย่างเหลือเชื่อ ผ่านเกม ๆ เดียวที่ทำให้แฟน ๆ ปีศาจแดงต้องดูไฮไลต์ลูกยิงประตูในเกมนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก 

เกมชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-0 ภายใต้การคุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด คำรบสองนัดแรกของ ไมเคิล คาร์ริค สร้างอิมแพกต์แบบไหนขึ้นมาบ้าง ? 

ติดตามกับ MAIN STAND 

 

มาพร้อมกับคำถาม 

ไมเคิล คาร์ริค เข้ารับตำแหน่งกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด คำรบสอง ด้วยสัญญาระยะสั้นจนจบฤดูกาล 2025-26 และตั้งแต่วันที่เขาเข้ารับตำแหน่งจนถึงก่อนเกมแรกในการคุมทีมที่ต้องเปิดบ้านพบ แมนฯ ซิตี้ จะเริ่มขึ้น เขาเป็นคนที่อยู่บนเขียงและถูกชำแหละไม่เว้นแต่ละวัน ... เพราะเขาคือแคนดิเดตร่วมกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นับเป็น 2 แคนดิเดตที่ต้องบอกว่า "ไม่รู้จะเลือกใคร" หรือ "ใครก็ได้" เพราะผลงานคงไม่ต่างกัน

บางคนบอกว่า ยูไนเต็ด เสียท่ากับกุนซือประสบการณ์น้อยมาอย่างต่อเนื่องทั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา, เอริค เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม ดังนั้นหลายคนจึงเชื่อว่า คนที่จะเอาทีมชุดนี้อยู่ต้องเป็นโค้ชระดับท็อปเท่านั้น แม้ คาร์ริค จะมาคุมทีมระยะสั้น หลายคนก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เพราะกลัวว่ามันจะเป็นเหมือนกับเมื่อครั้งที่ทีมเคยให้โอกาส โซลชา เมื่อช่วงต้นปี 2019 จากผลงานช่วงรับเผือกร้อนหลังปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ตอนปลายปี 2018 ก่อนที่จะกลายเป็นภาพหลอกตาในระยะยาว สุดท้ายบอร์ดบริหารจำต้องปลดช่วงปลายปี 2021 และเป็น คาร์ริค ที่มาคุมขัดตาทัพ 3 นัด ก่อน ราล์ฟ รังนิก มาคุมทีมจนจบฤดูกาล 2021-22 

"นี่คือสัญญาณของความโกลาหล สโมสรกำลังทำในเรื่องที่ไร้ทิศทาง ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นทีมระดับแถวหน้าของโลก แต่ดันไปเสี่ยงกับกุนซือที่ไร้โปรไฟล์ในเกมระดับท็อป ... ยิ่งผมมองไปที่ทีมงานของเขาแล้วยิ่งน่าคิดหนัก พวกเขาควรเลิกสักทีเถอะกับการดันคนคุ้นเคยกันเองเข้ามาทำงาน (หมายถึง จอนนี่ อีแวนส์ อดีตกองหลังของทีมที่เป็นหนึ่งในโค้ช) พวกเขาทำงานแบบผักชีโรยหน้ากันจนชินซะแล้ว" รอย คีน ตำนานของทีมกล่าวอย่างดุเดือด

ว่ากันว่าสิ่งที่หลายคนไม่พอใจบอร์ดบริหาร เพราะนี่คือการ "ขายผ้าเอาหน้ารอด" ... พวกเขามีความเสี่ยงน้อยมากกับการตั้ง คาร์ริค นั่นเพราะหาก คาร์ริค ล้มเหลวขึ้นมา บอร์ดบริหารก็ไม่เสียอะไร เพราะโค้ชอย่าง คาร์ริค แบกความเสี่ยงไว้ให้ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังปลอดภัยจากการจ่ายค่าชดเชย เพราะสามารถหาโค้ชคนใหม่ได้ในช่วงซัมเมอร์เนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็ตกลงสัญญากันในระยะสั้นเท่านั้น

ยิ่งเห็นโปรแกรม 2 เกมแรกที่จะต้องเล่นในบ้านเจอกับ แมนฯ ซิตี้ และต่อด้วยการไปเยือน อาร์เซน่อล 2 ทีมขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ที่มาตรฐานสูงกว่าพวกเขาทั้งหมด ยิ่งดูแล้วยิ่งน่าเป็นห่วง เชื่อได้เลยว่าไม่มีแฟนผีคนไหนกล้าลุ้น 6 แต้มเต็มจาก 2 เกมนี้ ... แต่สุดท้ายมันเกิดขึ้นจริง จากจุดเริ่มต้นที่เร้าใจที่สุดในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ 

 

คดีพลิก 

ไม่มีแฟนบอลคนไหนอยากจะเห็นทีมแพ้ แต่ถ้า คาร์ริค คุม แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เชื่อว่าแฟนบอลปีศาจแดงจำนวนไม่น้อยคงไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะสภาพทีมก่อนหน้านี้ยิ่งดูยิ่งสิ้นหวัง อย่าว่าแต่การลุ้นท็อปโฟร์เลย แค่ขอให้ได้กลับมาดูฟุตบอลสนุกอีกครั้งก็ยังถือว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ ณ เวลานั้น 

แต่เมื่อเกมเริ่มขึ้น คาร์ริค ได้ทำในสิ่งที่ทุกคนต้องคิดกันใหม่ ... ฟุตบอลที่ดูอ่อนแอในเกมรับ และเกมรุกที่ไร้ทิศทาง ถูกเปลี่ยนมาเป็นเกมที่ดูกระชับแน่นในทั่วทุกพื้นที่ จากระบบ 3-4-2-1 ที่ อโมริม ยึดมั่น กลับมาเป็นระบบ 4-2-3-1 และเมื่อไม่มีบอลจะเปลี่ยนมาเป็นวิธีการเล่นแบบ 4-4-2 

คาร์ริค จับนักเตะหลายคนมาเล่นในตำแหน่งถนัด บรูโน่ แฟร์นันด์ส กลับมาเล่นตำแหน่งเบอร์ 10 ที่คุ้นเคย, ค็อบบี้ เมนู กลับมาเป็น 11 ตัวจริงหลังผ่านช่วงเวลามืดมนในยุค อโมริม ขณะที่ปีกซ้ายเป็นหน้าที่ของ แพทริก ดอร์กู ... ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ เป็นชุดที่ดีที่สุดเท่าที่จะจัดทีมได้ 

โดยปกติแล้ว เกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ มักจะเป็นไปตามเกมของฝั่ง ซิตี้ เพราะ เป๊ป มักจะวางแผนให้ทีมของเขาค่อย ๆ บีบเกมรุกของ ยูไนเต็ด จนไม่ได้เล่นในจังหวะของตัวเอง บีบพื้นที่ไม่ให้จ่ายบอลขึ้นหน้าได้ แล้วสุดท้ายก็เสียบอลเอง ... แน่นอนว่าฝั่ง ยูไนเต็ด ก็มักจะเตรียมแท็กติกในแบบตรงกันข้าม นั่นคือการตั้งรับลึก และเล่นงานจากจังหวะสวนกลับ 

ทว่า คาร์ริค มีเซอร์ไพรส์ ยูไนเต็ด ครองบอลได้แค่ 28% ในครึ่งแรกก็จริง แต่ก็กำชับให้ทีมเล่นฟุตบอลอย่างมีจุดมุ่งหมาย พยายามไม่ออกบอลที่เปล่าประโยชน์ ทุกครั้งที่บอลออกจากเท้า มีปลายทางคือการพยายามเจาะแนวรับของ ซิตี้ ที่วันนั้นไม่ได้ฟูลทีมนัก และพวกเขาก็เจอปัญหากับบอลเร็วของ ยูไนเต็ด ยุค คาร์ริค 

สิ่งที่ คาร์ริค เตรียมมาได้ผลทุกประการอย่างน่าเหลือเชื่อ เมื่อพิจารณาว่ามันคือเกมแรกในการคุมทีมของเขา และเขาเพิ่งคุมทีมซ้อมได้แค่ 3 วันเท่านั้น กับการเล่นที่รัดกุมดูเป็นระบบและมีจุดมุ่งหมาย ฟุตบอลเร็วและดุดันเมื่อเดินเกมไปข้างหน้า 

เสียงค่อนขอดปนสงสัยกลายเป็นเสียงเชียร์ทุกครั้งที่นักเตะยูไนเต็ดต่อบอลสั้น ๆ และส่งบอลให้กันและกัน โอกาสการยิงประตูไหลมาเรื่อย ๆ อย่างเอ็นเตอร์เทน แฮร์รี่ แม็คไกวร์ โหม่งจากลูกเตะมุมไปชนเสา, อาหมัด ดิยัลโล่ ยิงเข้าแต่ล้ำหน้า และอีกครั้งกับ บรูโน่ ที่ธงจากไลน์แมนช่วยชีวิต ซิตี้ ไว้ 

เริ่มครึ่งหลัง ยูไนเต็ด ต่อยอดฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในครึ่งแรกได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นช่วงที่พวกเขาทำประตูได้ในที่สุด แต่รากฐานของเกมนั้นวางไว้ตั้งแต่ 45 นาทีแรกแล้ว ... ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ยิงประตูแรก และอีกไม่นาน ดอร์กู ก็ยิงประตูที่ 2 ขณะที่รูปเกมตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ หลุดออกจากวิธีการเล่นของตัวเองไปแล้วเรียบร้อย เป็นเกมที่ ยูไนเต็ด สนุกข้างเดียวของแท้ ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ ไม่มีให้เห็นมานานแล้ว โดยเฉพาะการ "ชนะสบาย" ในเกมใหญ่แบบนี้ 

นี่คือฟอร์มการเล่นของ ยูไนเต็ด ที่ได้มาด้วยหยาดเหงื่อ โดยผู้เล่นหลายคนตัดสินใจที่จะกล้าหาญและก้าวไปข้างหน้า แตกต่างจากสัปดาห์ก่อน ๆ ที่พวกเขายิ่งเล่นยิ่งดูถอยหลังลงคลอง ... และนี่ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองแน่ ๆ เพราะแม้แต่ เป๊ป ก็ยังให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า "นี่คือเกมที่เราต้องยอมรับ และทีมที่ดีกว่าเป็นฝ่ายชนะ ยินดีกับพวกเขาด้วย"

 

หรือ...อาจจะเป็นคนนี้ ?

ชัยชนะเหนือ แมนฯ ซิตี้ 2-0 เปรียบเสมือนอ่างชุบตัวให้ คาร์ริค กลับมาเป็นกุนซือที่ดูมีราศีและบารมีมากขึ้น จากเสียงของแฟนบอลที่แตกเป็น 2 ข้าง กลายเป็นว่ายิ่ง คาร์ริค ทำทีมต่อไป และเริ่มชนะทีมหัวตารางอย่าง อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และ เชลซี ก็ดูจะยิ่งทำให้ลมเปลี่ยนทิศ ... 

จากที่เคยหวังว่าจะได้กุนซือที่โปรไฟล์ดีกว่านี้ อาทิ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ หรือ คาร์โล อันเชล็อตติ กลับกลายเป็นว่าตอนนี้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมใจกันปกป้อง ไมเคิล คาร์ริค อย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าคนที่โจมตีหรือวิจารณ์เขาจะเป็นตำนานของทีมที่แฟน ๆ รักอย่าง คีน, พอล สโคลส์ หรือ นิคกี้ บัตต์ ก็ตาม 

สำหรับแฟนบอลทีมอื่น นี่มันช่างดูเหมือนกับเด็กเห่อของเล่นใหม่ ... ไม่แปลกหรอกที่คุณจะรู้สึกแบบนั้น และในทางกลับกันก็คงต้องพูดว่า ถ้าคุณไม่ใช่แฟน ยูไนเต็ด คุณก็คงไม่เข้าใจถึงความหวังที่เกิดขึ้นหลังจากการมาของ คาร์ริค ครั้งนี้ 

แฟนบอลปีศาจแดงเหนื่อยหน่ายมานานกับวิธีการเล่นที่ปวกเปียก พวกเขาดูบอลไม่สนุก แถมส่วนใหญ่ยังจบด้วยผลการแข่งขันที่ไม่เป็นไปตามคาดหวังในทุกสัปดาห์ ... ตลกร้ายที่รู้ทั้งรู้ว่าดูแล้วต้องเจ็บปวด ดูแล้วต้องเบื่อหน่าย แต่เมื่อเทใจเชียร์ไปแล้ว ต่อให้ต้องก่นด่าแค่ไหน แต่เมื่อทีมลงแข่งขันก็อดไม่ได้ที่จะต้องมานั่งรอดูการถ่ายทอดสดอีกครั้ง 

ย้ำอีกทีสำหรับแฟนทีมอื่น ๆ คุณอาจจะเคยชินกับชัยชนะหรือวิธีการเล่นที่ดูเหนือกว่าคู่แข่ง แต่สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด สิ่งนี้ไม่ใช่ของเล่นชิ้นใหม่ แต่คือของเล่นชิ้นเก่าที่หายไปนาน จนกระทั่งวันหนึ่งดันไปหามันเจอเข้า ของเล่นชิ้นนี้ก็หวนให้คิดถึงวันเก่า ๆ ที่เคยมีความสุข  

การได้เห็นนักเตะกอดคอดีใจร่วมกับโค้ช การชนะแล้วชนะเล่า จากทีมกลางตารางที่หมดลุ้นทุกแชมป์กลับมาจบอันดับที่ 3 จากการทำทีม 17 นัดของ คาร์ริค ... เมื่อเป้าหมายลุยฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สำเร็จ ทุกคนต่างเทใจและต้องการให้ คาร์ริค ได้สัญญาระยะยาว ต่อให้เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับ โซลชา มาก็จริง แต่ถึงเวลานั้นไม่มีใครสนแล้ว สุดท้าย คาร์ริค ก็ได้สัญญาในการคุมทีมจนถึงจบฤดูกาล 2027-28

ฟุตบอลของ คาร์ริค ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาเป็นทีมที่น่าดูมากขึ้น แม้แฟน ๆ ของปีศาจแดงจะรู้ดีว่าทีมชุดนี้หรือแม้แต่ประสบการณ์ของ คาร์ริค ที่มีอันน้อยนิดยังห่างไกลจากการทวงความยิ่งใหญ่ในอดีตกลับคืนมา ... แต่ความสุขที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เกมแรกที่ชนะ แมนฯ ซิตี้ ไม่ใช่เรื่องโกหกแน่นอน 

ถ้าจะมีใครสักคนที่ค่อย ๆ ซ่อมแซมทีม ๆ นี้ขึ้นมาให้ดีขึ้นได้ ภาพของ คาร์ริค จึงเด่นชัดที่สุด ... ต่อให้ไม่รู้ปลายทางข้างหน้าจะเป็นแบบไหน แต่นี่คือครั้งแรกในรอบหลาย ๆ ปีที่แฟนบอลปีศาจแดงรู้สึกว่า พวกเขาลงเรือลำเดียวกันกับเฮดโค้ชคนที่นำความหวัง และความมีชีวิตชีวากลับมาสู่ที่ที่ควรจะเป็นอีกครั้ง 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.manutd.com/en/news/every-word-from-michael-carrick-press-conference-after-man-utd-2-man-city-0-at-old-trafford
https://www.nytimes.com/athletic/6969098/2026/01/17/manchester-united-manchester-city-result-analysis/
https://www.bbc.com/sport/football/articles/cddgm5e72vlo

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ