
แฟน ๆ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างรู้ดีว่าในตลาดนัดเตะฤดูร้อน 2026 ทีมของพวกเขาจะลงตลาดด้วยการเน้นไปที่กองกลางเป็นหลัก ... แต่ใครจะคิดว่ามันจะจบด้วยการซื้อแค่กองกลางเพียงเท่านั้น (ถ้าไม่นับเหล่าดาวรุ่งและประตูสำรอง)
เกิดอะไรขึ้นในซัมเมอร์ที่สโมสรควรรีบเสริมสร้างเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง กลับปิดตลาดลงด้วยความเงียบงัน พาแฟนบอลเริ่มใจสั่นขวัญแขวนตั้งแต่เปิดซีซั่นใหม่ ?
ติดตามกับ MAIN STAND
กรรมเก่าเราสร้างเอง
นับตั้งแต่การอำลาทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในปี 2013 แนวทางอันสะเปะสะปะของยูไนเต็ดในตลาดซื้อขายคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญของการดำดิ่งสู่ขาลงของสโมสรแห่งนี้ ซึ่งมีอดีตประธานบริหารอย่าง เอ๊ด วู้ดเวิร์ด เป็นผู้รับผิดชอบต่อความล้มเหลวหลายครั้งหลายครา ... แม้เขาจะเป็นแค่เพียงหุ่นเชิดของตระกูลเกลเซอร์ก็ตาม
นับตั้งแต่ฤดูกาล 2013/14 ยูไนเต็ดทุ่มเงินไปถึง 2.32 พันล้านยูโรกับการคว้าตัวนักเตะใหม่ มีเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2.64 พันล้านยูโร) และ เชลซี (3.19 พันล้านยูโร) เท่านั้น ที่มีตัวเลขรายจ่ายสูงกว่า
นอกจากนี้ เงินจำนวนมากยังลงทุนไปอย่างสูญเปล่า ซึ่งเน้นย้ำได้จากการที่ยูไนเต็ดมีตัวเลขการใช้จ่ายสุทธิสูงที่สุดในบรรดาทุกสโมสรนับตั้งแต่ เซอร์อเล็กซ์ รีไทร์ ที่ตัวเลข 1.59 พันล้านยูโร

มันไม่ใช่โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎระเบียบทางการเงินทั้ง FFP และ PSR ที่เข้มงวดขึ้น ... ดังนั้นเมื่อกลุ่มทุน INEOS ที่นำโดย เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ เข้ามาบริหารด้านฟุตบอลจากหุ้นที่มีราว 25% พวกเขาประกาศตัวเสมอว่าต่อไปนี้ทีมจะลงทุนอย่างชาญฉลาด ชนิดที่ว่านับทุกเหรียญ คลี่ทุกแบงค์ เพื่อพิจารณาอย่างละเอียดก่อนจะใช้จ่ายอะไร
"เซอร์จิม" เคยวิจารณ์การใช้จ่ายของยูไนเต็ดอย่างดุเดือด ด้วยการพูดถึงทีมบริหารเก่าเมื่อปี 2022 ว่า "พวกแกะหลงทาง ที่พยายามใช้เงินไปกับเรื่องโง่ ๆ ... ยกตัวอย่างการซื้อนักเตะอย่าง เฟร็ด"
ไม่ใช่แค่ขาดทุนนอกสนามอย่างเดียว ผลงานในสนามก็ทรุด ๆ ทรง ๆ แบบออกไปทางทรุดมากกว่า ดังนั้น INEOS จึงลั่นประโยคทองของพวกเขามาว่า "เราจะไม่ซื้อนักเตะอย่าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แต่เราจะสร้างพวกเขาขึ้นมา" ... และนี่คือจุดเริ่มต้นของตลาดซื้อขายแบบเต็มสูบหนแรกของพวกเขาหลังภายในองค์กรเริ่มนิ่ง
ซัมเมอร์ 2026 "ตลาดแห่งความหวัง"
นานมาแล้วที่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด จะมีความเห็นตรงกันเป็นส่วนใหญ่ในแง่ของความเชื่อมั่นที่มีต่อกุนซือของทีม และมองว่าทีมนี้มีอนาคตที่จะลุ้นกันได้ยาว ๆ เนื่องจาก ไมเคิล คาร์ริค เข้ามารับงานชั่วคราวและสร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ด้วยการพาทีมจากโซนครึ่งล่างไต่ขึ้นมาจบอันดับ 3 เมื่อซีซั่น 2025-26 ได้สำเร็จ
ทีมชุดนี้มีบรรยกาศที่ชวนให้นึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน และมีความเป็นนักสู้พลิกชนะในเกมยาก ๆ มาให้แฟน ๆ ได้เห็นก็ไม่น้อย ... ทว่าถึงอย่างนั้นแฟน ๆ ของ ยูไนเต็ด แทบทุกคนก็รู้ว่าทีมยังต้องการเสริมทัพอีกมากในซัมเมอร์นี้ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะต่อยอด และเสริมแกร่งให้กับทีมที่ดีอยู่แล้ว สามารถเพิ่มโอกาสจบพื้นที่ไปฟุตบอลยุโรปอันเป็นบ่อเงินบ่อทอง และเป็นแหล่งเพาะบ่มประสบการณ์ให้นักเตะในทีม

ยูไนเต็ด เตรียมการพร้อมไหมสำหรับซัมเมอร์นี้ ? พวกเขาพลาดเป้าหลัก 3 คนในแดนกลางอย่าง เอลเลียต แอนเดอร์สัน, ซานโดร โตนาลี่ และ มาเตอุส แฟร์นันด์ส แต่ก็พลาดด้วยเหตุผลเรื่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ทีมจำเป็นต้องลดเกรดนักเตะลงจากกลุ่มตัวท็อปและพวกเขาปิดดีล อังเดร ซานโตส และ ยูริ ตีเลอมันส์ ... นี่คือการออกสตาร์ทที่เยี่ยม และทำให้แฟนบอลหวังว่าตลาดนี้คงได้เห็นการทำงานไว ๆ แบบนี้เพิ่มขึ้นอีกหลาย ๆ ดีล
ทว่าหลังจากดีลตีเลอมันส์จบ ความเงียบก็เข้ามา ข่าวการหากองกลางใหม่รายที่ 3 วนเวียนกันมาทุกวัน แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างล่าช้า... จนกระทั่งซีซั่นได้เริ่มอย่างเป็นทางการก็ยังไม่มีนักเตะแบบที่ทำให้แฟน ๆ พอใจเข้ามาใหม่เลย และเรื่องนี้ยืนยันได้ว่า กลุ่มคนหลังบ้านของสโมสรแห่งนี้ได้ทำงานพลาดอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งที่พวกเขาทำงานช้าไป
ลอรี่ วิทเวลล์ นักข่าวชื่อดังออกมาเปิดเผยหลังตลาดซื้อขายปิดตัวลงและยูไนเต็ดคว้านักเตะที่สามารถพูดเต็มปากว่า "เสริมแกร่ง" ได้จริง ๆ แค่ 3 คนคือ ซานโตส, ตีเลอมันส์ และ คาร์ลอส บาเบลา ที่ย้ายหลังจบเกมแรกที่ประเดิมสนามด้วยการแพ้น้องใหม่อย่าง ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 ทำไมตลาดของปีศาจแดงจึงจบแค่นี้ ?

วิทเวลล์ บอกว่าสตาฟและทีมงานหลังบ้านของ ยูไนเต็ด วางแผนผิดพลาดและทำงานช้าเกินไป ในช่วงที่ได้ตัว ซานโตส กับ ตีเลอมันส์ มาแล้ว เมสัน เมาท์ กลับทำผลงานได้ดีในช่วงปรีซีซั่น จนทำให้ทีมหลังบ้านคิดว่า "บางทีกองกลางตัวที่ 3 ควรรอไปก่อน" และหันไปเน้นเสริมตำแหน่งแบ็กซ้าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนทั้งแง่คุณภาพและปริมาณของทีมในเวลานี้
คนที่ถูกเล็งไว้คือ ลูอิส ฮอลล์ ของนิวคาสเซิล และทั้ง ๆ ทีมรู้แล้วว่าจะต้องเน้นที่เขาคนนี้แต่ก็เกิดการล่าช้าเพราะ โอมาร์ เบร์ราด้า หนึ่งในบอร์ดสโมสรด้านฟุตบอล ถูกข้อความจากฝั่งนิวคาสเซิลส่งมาบอกว่า "ไม่ขาย" ... แต่ยังมีในวงเล็บว่าถ้าหากได้ราคาที่ราว ๆ 75 ล้านปอนด์ ก็อาจจะผ้าหลุดได้เช่นกัน
เมื่อเห็นราคา เบร์ราด้า ก็ลมแทบจับ เพราะเขาประเมินราคาของ ฮอลล์ ไว้ที่ 50 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งห่างไกลจากตัวเลขที่ฝั่งนิวคาสเซิลพอใจ ... เรื่องนี้ทำให้ดีลนี้ช้าไปถึง 3 สัปดาห์ โดยที่ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้มีแผนว่าถ้าไม่ได้ ฮอลล์ แล้วจะเอาใครมาแทน ?
นอกจากนี้ก็ต้องไม่ลืมว่ามีเรื่องใหม่เกิดขึ้นอีก เมื่อ เมาท์ ที่กำลังเล่นดีเกิดบาดเจ็บแบบยังไม่กำหนดวันกลับคืนสนามอีก ... การที่เมาท์เจ็บก็มีผลทำให้การซื้อแบ็กซ้ายล่าช้า เพราะต้องมัวง่วนกับมิดฟิลด์ใหม่คนที่ 3
แบ็กซ้ายที่มีข่าวในช่วงโค้งสุดท้ายอย่าง เดวิด ราวม์ และ ฆอร์เค่ ซาลีนาส ก็ดูเหมือนจะเป็นแค่ข่าวโคมลอย ส่วนตัวที่มีการเดินเรื่องกันจริง ๆ อย่าง อเลฆานโดร บัลเด้ ก็มีปัญหาเดียวกันกับฮอลล์ คือ บาร์เซโลน่า ต้นสังกัดเรียกราคาแพงเกินไป อีกทั้งนักเตะก็ไม่อยากย้ายด้วย
กลายเป็นว่าการจะเสริมทั้งแบ็กซ้าย และกองกลาง ทำให้เรื่องนี้กั๊กกันไปกั๊กกันมา ซึ่งท้ายที่สุด บาเลบา ก็มาช้า ขณะที่แบ็กซ้าย พวกเขาก็จบตลาดด้วยการไม่สามารถคว้าใครมาเสริมทัพได้เลย ... พวกเขามีเพียงแค่ ลุค ชอว์ คนเดียวเท่านั้นที่เป็นแบ็กเท้าซ้ายธรรมชาติในทีมชุดใหญ่ (หรืออาจจะนับรวมดาวรุ่งอย่าง แฮร์รี่ อาร์มาสส์ ก็ได้) ซึ่งแฟนบอลทุกคนมองมาจากดาวอังคารก็รู้ว่า ตลาดที่ล่าช้า กับการเสริมนักเตะแบบเน้น ๆ แค่ 3 ราย กำลังทำให้ฤดูกาลที่พวกเขาตั้งความหวังสั่นคลอน
คาร์ริค ต้องเหนื่อย (อีกแล้ว)
การหนีจากโซนครึ่งล่างกลับมาจบที่ 3 ของลีก ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของทีมงานไมเคิล คาร์ริค เพราะมันคือสถานการณ์ที่เป็นไปได้ยากกว่าที่ใครจะคาดเดา ... ทว่าหลังจากผ่านความยากลำบากในปีแรกไปแล้ว กลับกลายเป็นว่า ปีที่ 2 คาร์ริค และทีมงานต้องหนื่อยกันเพิ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้
ยูไนเต็ด จะต้องเล่นถึง 4 ถ้วยในรายการนี้ และนั่นหมายความว่าขุมกำลังเชิงลึกนั้นสำคัญมาก แต่กับดีลที่จบลงไปมันเหมือนกับว่าในมุมของบอร์ด การได้ไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในปีนี้ มันเร็วเกินไป และไม่มีอยู่ในแผนงานตั้งแต่แรก พอทีมได้ไป เลยกลายเป็นความยุ่งยากสำหรับแผนงานในปีนี้ การเสริมแค่นี้ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการเทยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แล้ว เผลอ ๆ เททุกถ้วยเลยด้วยซ้ำ แม้แต่โควตา UCL ในซีซั่นนี้

ที่สำคัญคือแบ็กซ้ายที่ทีมต้องใช้ ลุค ชอว์ เล่นมาหลายปี และถ้าจำกันได้เมื่อช่วงปี 2020 ก่อน ราล์ฟ รังนิก เข้ามาคุมทีม เขายังบอกเลยว่า "ทีมจะต้องเสริมแบ็กซ้าย เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าชอว์คือนักเตะในระดับเป็นตัวจริงของทีมระดับท็อปหรือไม่ ?" แฟนบอลรู้ โค้ชรู้ จะเหลือก็แต่คนถือเงินนี่แหละที่ยังไม่พร้อมจะจ่ายเงินก้อนใหญ่ในเวลานี้จนปิดตลาดแบบที่แฟนผีส่วนใหญ่ต้องเดือดดาล
น่าแปลกที่นับตั้งแต่วันที่ คาร์ริค การันตีตั๋วไป UCL ก็นับเป็นเวลานานมากกว่า 3 เดือนแล้ว แต่การเตรียมพร้อมของทีมซื้อขายยังคงสอบตก และตลาดปิดไปแล้ว สอบแก้ไม่ได้แล้ว จากนี้ คาร์ริค จะต้องทำงานหนัก เพื่อประกอบรูปประกอบร่างทีมชุดนี้แบบ "เท่าที่มีไปก่อน" อีกครั้ง

ในยุคที่ทุกทีมใส่กันไฟแล่บเพื่อชิงโควตาบอลยุโรป น่าเสียดายที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสสร้างทีมต่อยอดจากซีซั่นที่แล้วให้แข็งแกร่งขึ้นแบบทั่วแผ่นเพื่อรักษาพื้นที่ท็อป 5 เอาไว้ให้ได้เป็นอย่างน้อย
ถ้าได้ไป UCL ต่อเนื่อง ตัวเลขในบัญชีก็จะมีแต่สีเขียว แถมนักเตะก็จะเติบโตขึ้นอีก จากการได้เล่นกับทีมเก่ง ๆ คู่แข่งที่มีคุณภาพ
ทว่าอีกด้านของโลกคู่ขนานของการไม่เตรียมตัวให้ดีพอ คือ ถ้าถึงวันจบฤดูกาล… ยูไนเต็ด พลาดไป UCL จริง ๆ ลูปนรกอาจกลับมาดำเนินต่อไปนั่นคือการปลดโค้ช แล้วก็ต้องมาเริ่มนับ 1 กันใหม่อีกครั้งแบบไม่รู้จบ ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีโอกาสจะก้าวไปข้างหน้าได้แล้วแท้ ๆ
แหล่งอ้างอิง :
https://www.transfermarkt.com/-quot-dumb-money-quot-why-man-utd-transfer-complaints-are-foolish-after-wasting-billions/view/news/482360
https://www.tntsports.co.uk/football/premier-league/2026-2027/manchester-united-summer-window-deadline-michael-carrick-signed-sold_sto23332556/story.shtml
https://www.espn.com.sg/soccer/story/_/id/49794711/worst-2026-summer-transfers-man-united-tottenham-arsenal-fernandez-rodri-guimaraes-tielemans-tonali