
หลายปีมาแล้วที่วลี Here We Go! จากปากของเหยี่ยวข่าวตลาดซื้อขายที่ดังที่สุดอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คือสิ่งที่แฟน ๆ ฟุตบอลรอคอย
ทว่าในช่วงหลัง ความขลังหายไป เรื่องราวดรามาเกี่ยวกับตัวเขาเองเริ่มดังกว่าข่าวลือที่นำเสนอ ... และดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะเริ่มแพ้ภัยตัวเอง แม้มียอดผู้ติดตามกว่า 20 ล้านคนหนุนหลัง
อะไรที่ทำให้เขาอยากเลิก และอะไรทำให้ "อาณาจักรโรมาโน่" กำลังล่มสลาย ติดตามกับ MAIN STAND
นักข่าวผู้เปลี่ยนโลก
คุณสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คนนี้นี่แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของ "อินฟลูเอนเซอร์สายตลาดซื้อขายโลกฟุตบอล" และเป็นคนเริ่มยุคสมัยของคำว่า "ข่าววงใน" อย่างเต็มตัว
โรมาโน่ สร้างตัวตนขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พื้นฐานของเขาเป็นคนข่าวมาตั้งแต่แรก เริ่มทำงานในสายข่าวให้เว็บไซต์เล็ก ๆ ในอิตาลีตั้งแต่อายุ 16 ปี จนกระทั่งได้ทำงานจริงจังตอนอายุ 18 ปี ซึ่งเป็นปีที่เขาสร้างแอ็กเคานต์ Twitter หรือ X ของตัวเองขึ้นมาครั้งแรกในปี 2011
เขาใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ และสร้างชื่อเสียงอย่างช้า ๆ ผ่านการทำงานกับนักข่าวอิตาเลียนผู้เก๋าประสบการณ์อย่าง จานลูกา ดิ มาร์ซิโอ ก่อนจุดพีกจะมาเริ่มเอาในปี 2019 ด้วยวิธีการนำเสนอข่าวที่มาก่อนเวลา ประกาศการย้ายตัวของนักเตะก่อนที่สโมสรจะเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกใหม่มาก ๆ ในยุคสมัยนั้น
สาเหตุที่ข่าวของเขารวดเร็วว่องไว ว่ากันว่าเกิดจากแหล่งข่าวที่เขาลงเงิน ลงแรงผ่านการทำงานวันละ 14-17 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย และทำความรู้จักด้วยมาตั้งแต่สมัยเขายังไม่ดัง ได้แก่ เอเยนต์ พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือคนสนิทของนักเตะ พนักงานสโมสร โรงแรมที่ผูกสัญญากับสโมสรต่าง ๆ ในการเข้าพัก หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่สนามบินก็มี
แน่นอนว่าเมื่อมันคือการให้ข่าวก่อนที่มันจะเป็นทางการ ย่อมมีเรื่องของการถูกบ้าง - ผิดบ้าง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ทุกคนพร้อมเข้าใจ เพราะสิ่งที่เขานำเสนอมันน่าสนใจและคู่ควรกับการเสพข่าวนั้นจริง ๆ นี่แหละที่ทำให้ข่าวจากโรมาโน่ คือข่าวที่ทุกคนรอฟัง เป็นแหล่งข่าวหลักที่ทุกคนสามารถพูดได้เต็มปากว่า "ถ้าหมอนี่พูดว่า Here We Go! ขึ้นมา ... สามารถเฮล่วงหน้าได้เลย"
แต่คำถามคือ ความขลัง ความดัง และยอดผู้ติดตามทะลุกราฟ ที่ โรมาโน่ เริ่มก่อร่างสร้างตัวมาเมื่อ 7 ปีก่อนเปลี่ยนแปลงไปในขาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งทุกวันนี้ แม้แต่เขาเองก็ยังเปรย ๆ ว่า "จะไม่นำเสนอข่าวในลักษณะ Here We Go! อันเลื่องชื่ออีกต่อไปแล้ว"
คุณภาพสวนทางปริมาณ
การที่ โรมาโน่ เน้นความเร็วในการอัปเดต นั่นทำให้เขาเป็นสื่อที่นำเสนอเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 100 ชิ้นต่อ 1 วันหากนับจากทุกแพลตฟอร์ม และด้วยความเยอะและถี่ขนาดนี้ ทำให้แฟนคลับของเขาที่คอยติดตามและอ่านอย่างละเอียดเริ่มสงสัยว่า "เขานำเสนอข่าวเดิมแต่ใช้คำใหม่" ไม่ใช่ข่าวใหม่ถอดด้ามแบบที่แฟน ๆ ต้องการ
เขาถูกมองว่า นำเสนอแบบส่งเดช และสนใจเพียงแค่เอนเกจเมนต์เท่านั้น สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งคำถามจากสังคม และปัญหาคือมันไม่ใช่แค่เรื่องตลาดซื้อขายเพียงอย่างเดียว เขายังได้ทำพลาดกับข่าวหลาย ๆ ประเภท เช่น โรมาโน่ มักจะโพสต์ผลการแข่งขันในเกมสำคัญ ๆ ที่เรีวกว่ามาตรฐานเพื่อไล่ล่าจำนวนเอนเกจเมนต์ที่มากขึ้น เขาจะลงผลการแข่งขันก่อนเกมจบอยู่หลายวินาที และพร้อมที่จะลบโพสต์นั้นทิ้งหากมีการยิงประตูเกิดขึ้นเพื่อโพสต์ใหม่อีกครั้ง
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเซนซิทีฟสุด ๆ เช่น เมื่อปี 2023 เขารายงานข่าวว่า คริสเตียน อัตซู ได้รับการช่วยเหลือหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในตุรกีและตอนนี้ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว เขาถึงขั้นใช้คำว่า Here We Go! ในสถานการณ์ที่แฟนบอลทั้งโลกหวังว่า อัตซู จะปลอดภัย นั่นทำให้เขาได้ยอดถล่มทลาย ... แต่น่าเศร้าที่หลังจากนั้นไม่นานนักก็มีการยืนยันว่า อัตซู เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
ไม่ใช่แค่เรื่องของ อัตซู เท่านั้น ในวันที่ ดิโอโก้ โชต้า เสียชีวิต เขาก็โพสต์ทั้งภาพและข้อความมากมายถึงแข้งชาวโปรตุเกสรายนี้จนเกินพอดี และทำให้คนคิดว่า โรมาโน่ ใช้โศกนาฏกรรมนี้เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและยอดรายได้ของตัวเอง
ในเดือนกรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา คอมมูนิตี้เว็บบอร์ดออนไลน์ระดับโลกอย่าง Reddit เพิ่งแบนเนื้อหาของ โรมาโน่ โดยให้เหตุผลว่าไม่มีจรรยาบรรณในการนำเสนอ และเป็นแหล่งข่าวที่น่าสงสัย โดยผู้ดูแลระบุเพิ่มเติมว่า ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อสะท้อนให้โรมาโน่เห็นว่าเขาไม่ใช่พระเจ้า และตอนนี้มีคนจำนวนมากที่ไม่พอใจการนำเสนอข่าวของเขาที่นับวันคุณภาพเริ่มจะสวนทางกับปริมาณเรื่อย ๆ แล้ว
เหยียบหัวคนอื่นโต
เมื่อร่ำรวยและโด่งดัง ว่ากันว่าคนเราก็มักเปลี่ยนไป คำนี้อาจจะใช้กับ โรมาโน่ ได้เหมือนกัน ... เพราะความไม่พอใจของคนในวงการฟุตบอลที่มีต่อเขาตอนนี้ ไม่ใช่แค่การนำเสนอข่าวที่เน้นปริมาณอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นตัวเขาเองที่ไม่ให้เกียรติสโมสร นักฟุตบอล และแหล่งข่าวที่ส่วนใหญ่เป็นเอเย่นต์ของนักเตะ ด้วยการนำเสนอที่เหมือนกับมีใบสั่ง เพราะหลายครั้งความจริงกับสิ่งที่เขานำเสนอมันสวนทางกันอย่างชัดเจน
มีรายงานจาก Daily Mail ระบุว่าบางสโมสร อาทิ แอตฯ มาดริด ไม่ต้องการที่จะรับสายจากเขาเพราะมองว่าเขาเป็นคนที่สร้างความรำคาญมากกว่าเป็นนักข่าว หลังเจ้าตัวขยี้เรื่อง ฮูเลียน อัลวาเรซ ว่าจะย้ายออกจากทีมตราหมีไป บาร์เซโลน่า ทั้ง ๆ ที่ความจริงมีอยู่เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ อัลวาเรซ ยังคงอยู่กับ แอตฯ มาดริด ต่อไป สวนทางกับสิ่งที่เขาพยายามปั่นมันขึ้นมา แม้ยังต้องรอให้แน่ชัดจนถึงตอนที่ปิดตลาดซื้อขายก็ตาม
นอกจากดีลนี้ยังมีอีกหลายดีลที่ว่ากันว่า โรมาโน่ ฟังข่าวจากเอเยนต์และเอามาปั่นกระแสเองอีกมากมาย ทั้งข่าว ไมเคิล โอลิเซ่ จะย้ายไป เรอัล มาดริด, ชูเอา เปโดร ไป นิวคาสเซิล, ฮาคิม ซิเย็ค ไป เปแอสเช, มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ ไป สเปอร์ส และ เอแดร์ซง ย้ายไป แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งความผิดพลาดเหล่านี้ทำให้เขาเริ่มมีปัญหา และโดนเขม่นในกลุ่มนักข่าวสายฟุตบอล โดยเฉพาะในซัมเมอร์นี้ เขาเคยฉะกับนักข่าวอย่าง โฟลเรียน เพลตเทนแบร์ก จาก Sky Sport เยอรมนี และกับสำนักข่าวอย่าง Daily Mail ที่ฉะกันไปสด ๆ ร้อน ๆ ในช่วงนี้
อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่แค่เรื่องของการทายถูกหรือผิดอย่างเดียวเท่านั้น แต่การกระทำของ โรมาโน่ นั้นข้ามเส้นคำว่า "จรรยาบรรณสื่อ" ไปมาก อาทิดีลในตลาดซื้อขายซัมเมอร์ปี 2026 ที่มีการใช้คำว่า Here We Go! ในดีล ยัน ดิโอม็องเด้ กับ มาดริด ทั้ง ๆ ที่ความจริงทั้ง 2 ทีมยังมีปัญหาเรื่องสัญญาอยู่และยังไม่สามารถตกลงกันได้ แต่ตัว โรมาโน่ ก็พร้อมจะใช้วลีดังเพื่อทำให้มันน่าสนใจ และสร้างความลำบากใจให้กับตัวนักเตะที่รู้อยู่แก่ใจว่าทุกอย่างยังไม่เสร็จสิ้น จนมีประเด็นกับ เพลตเทนแบร์ก ดังที่ได้กล่าวไป
ช่องทางโซเชียลมีเดียของเหยี่ยวข่าวตลาดซื้อขายอย่างเขาลดทอนความน่าเชื่อถือลงตามคุณภาพ ตอนนี้ผู้คนเริ่มตั้งแง่ว่าเขานำเสนอข่าวแบบ PR (รับเงินและนำเสนอประเด็นในทิศทางตามที่แหล่งข่าวต้องการ) และนั่นเองที่ทำให้คำว่า Here We Go! ที่เคยมีความหมาย ถูกลดทอนคุณค่าลงในปัจจุบัน ... และคนที่รู้ตัวดีว่าเรื่องนี้ควรมีการเปลี่ยนแปลง ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละ
"ผมคงจะไม่ทำงานในตลาดซื้อขายนักเตะแบบที่ทำอยู่ตอนนี้อีกแล้ว ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแนวทาง กับมุมมองของผม แต่นั่นจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งในเร็ว ๆ นี้ เมื่อตลาดซื้อขายปิดตัวลง" นี่คือข้อความที่เขาโพสต์บน LinkedIn ของตัวเอง ซึ่งดูจากกระแสลบที่เกิดขึ้นทุก ๆ วันในช่วงนี้ ไม่แน่ว่าสิ่งที่เขาโพสต์อาจไม่ใช่การตัดพ้อ แต่อาจจะเป็นการยุติบทบาทแบบเก่า ๆ ที่สร้างชื่อเสียงและเงินทองให้กับเขาก็เป็นได้
แหล่งอ้างอิง
https://tribuna.com/en/blogs/inside-the-decline-of-fabrizio-romanos-transfer-empire-when/
https://www.goal.com/en/news/the-steep-fall-of-the-once-universally-admired-transfer-guru-how-fabrizio-romano-disenchanted-himself/blt394194e86c21a20d
https://thefootballfreak.com/fabrizio-romano-the-most-reliable-source-for-football-transfers-but-why/
https://www.reddit.com/r/soccer/comments/1vo6eis/he_forgoes_any_factchecking_how_fabrizio_romanos/