Feature

คิวพีอาร์ vs ทีมชาติจีน : เมื่อทีมเยือนต้องร้องจ๊ากใน "เกมกระชากมิตร" ที่ "ใส่นัว" จนแข่งไม่จบ | Main Stand

ฟุตบอลอังกฤษเป็นหมุดหมายที่นักเตะจากเอเชียอยากจะลองวัดแข้งดูทั้งนั้น และถ้ามีโอกาสก็คงต้องใส่กันเต็มที่ เอาให้ได้เห็นว่าความต่างระหว่าง "เขาและเรา" มันอยู่ที่ระดับไหน 

 


เพียงแต่ว่าบางครั้งความมุ่งมั่นก็อาจเกินเลยไปหน่อย จนทำให้กลายเป็นเกมระดับตำนานความนัว แม้ว่ามันจะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องก็ตาม

นี่คือเกมที่นักเตะจากทีมชาติจีนโดนเรียกตัวกลับบ้านทันทีถึง 7 คน ขณะที่นักเตะเจ้าบ้านอย่าง คิวพีอาร์ โดนปรับเงินกันครึ่งค่อนทีม แถมกรรมการยังตัดสินใจยุติการแข่งขันเพราะมันทะลักจุดเดือดเกินคำว่ากระชับมิตร 

ติดตามความนัว กับ MAIN STAND 

 

ทีมแห่งความหวัง

ปี 2007 ทีมชาติจีนกำลังเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการลงเล่นในฟุตบอลชายในโอลิมปิก 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ 

ดังนั้นสิ่งที่ดีต่อการเตรียมพร้อมคือการส่งทีมชุดนี้มาทัวร์ที่อังกฤษ เพื่อลงแข่งขันกับทีมต่าง ๆ และที่สำคัญในระหว่างนั้นนักเตะจากชุด U23 หลาย ๆ คน จะได้สัมผัสกับการกิน อยู่ และใช้ชีวิตแบบนักฟุตบอลอาชีพในลีกอังกฤษด้วย 

ตามโปรแกรมที่วางไว้ของนักเตะทีมชาติจีนชุดนี้จะได้ไปซ้อมในสนามของทีมชั้นนำอย่าง เชลซี และอุ่นเครื่องกับทีมในลอนดอน อย่างน้อย 3 ทีม นำโดย คิวพีอาร์ หรือ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส , เบรนท์ฟอร์ด และ ชาร์ลตัน แอธเลติก 

กุนซือของทีมชาติจีนชุดนั้น อย่าง ราโตมีร์ ดูจ์โควิช ได้รับการสนับสนุนเรื่องการเงินและความสะดวกเต็มที่สำหรับการเตรียมความพร้อมนี้ เขาเรียกนักเตะที่ดีที่สุดในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จากทั้งประเทศ นำทัพโดย เฮา จุนหมิน ที่ภายหลังได้เล่นให้กับ ชาลเก้, ตง ฟาง โจว กองหน้าจากทีมเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด และกองหน้าดาวรุ่งที่เก่งที่สุดอย่าง เกา หลิน ผู้ติดทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 18 ปี  

นอกจากนักเตะชุด U23 แล้ว ยังมีการเรียกนักเตะโควตาอายุเกินครบทั้ง 3 คนได้แก่  หลี่ เหว่ยเฟิง กองหลังที่ติดทีมชาติเกือบ 100 เกม, เจิ้ง จื้อ กองกลางตัวรุก ที่ ณ เวลานั้นค้าแข้งกับ ชาร์ลตัน ที่ผ่านการเล่นในระดับพรีเมียร์ลีกมาแล้ว ส่วนคนสุดทายคือ ฮัน เผิง กองหน้าวัย 24 ปี ที่เป็นดาวซัลโวในบรรดานักเตะอายุไม่เกิน 23 ปี ของลีกจีน ณ เวลานั้น

ทีมชุดนี้ สมาคมฟุตบอลจีนตั้งความหวังไว้ที่การเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศเป็นอย่างน้อย ด้วยคุณภาพนักเตะชวนฝัน และการลงเล่นในบ้านของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้หวดกับทีมจากอังกฤษยังตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นเกมที่สร้างความมั่นใจให้กับแฟนบอลในประเทศว่าทีมพร้อมสำหรับการพุ่งชนเป้าหมายที่ตั้งไว้แบบไม่ได้โม้แน่นอน 

 

ถึงอังกฤษแล้ว แต่...

การเก็บตัวที่ค็อบแฮม ดูจะเป็นอะไรที่หรูหราแต่นักเตะจีนไม่ค่อยพอใจนัก มีข่าวออกมาจาก เดอะ การ์เดี้ยน บอกว่าผู้มาเยือนจากแดนมังกรรู้สึกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่เชลซีเตรียมไว้ให้ไม่เพียงพอ ทว่า เรื่องนั้นยังเล็กนัก เพราะหลังจากเก็บตัวได้ 1 สัปดาห์ เรื่องใหญ่กว่านั้นก็มาถึง ในเกมกระชับมิตรกับ คิวพีอาร์ 

แม้ คิวพีอาร์ หรือ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในเวลานั้นเป็นทีมในระดับเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่มันไม่มีคำว่าง่ายอยู่แล้วเมื่อคุณเจอทีมจากอังกฤษโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเล่นในบ้าน นักเตะของ คิวพีอาร์ ก็อาจจะไม่ได้โด่งดังอะไรมาก แต่การที่พวกเขาเล่นในลีกรอง ก็สามารถรับรองได้ว่าเรื่องพละกำลัง และความโหดของพวกเขาไม่แพ้ใครแน่นอน 

เกมกระชับมิตรเกิดขึ้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่สนามซ้อมของ คิวพีอาร์ ฝั่งเจ้าบ้านจัดตัวจริงลงครึ่งหนึ่งผสมกับนักเตะชุดเยาวชน ขณะที่กรรมการในเกมนั้นเป็นระดับพรีเมียร์ลีกอย่าง เดอม็อต กัลลาเกอร์ ลงควบคุมเกมในสนาม ... จากนี้ไปเป็นการบรรยายเกมจากหนังสือพิมพ์ Ealing Gazette ที่แทบจะเป็นสื่อเดียวที่เกาะติดเกมนี้ 

พวกเขาเล่าว่าระหว่างเกมไม่มีอะไรมากในช่วงครึ่งแรก ต่างฝ่ายต่างก็เล่นไปตามเกม แต่ในช่วงครึ่งหลัง นักเตะของคิวพีอาร์ เริ่มมีจังหวะเข้าปะทะรุนแรงหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นหนักแบบในเกมและนอกเกม 

พวกเขาอาจจะคิดว่านักเตะจากจีนจะมาพร้อมกับความเหนียมอาย ไม่กล้าสู้ แต่ใครจะรู้ว่า นักเตะจีนชุดนี้ก็มีความห้าวและอีโก้ในตัวสูง โดยเฉพาะดาวรุ่งอย่าง เกา หลิน ที่ขึ้นชื่อเรื่องฝีเท้า เขาโดนเตะโดนตอดจนเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ และเขานี่แหละเป็นคนที่ราดน้ำมันลงไปบนประกายไฟเล็ก ๆ ที่นักเตะคิวพีอาร์ก่อขึ้น 

เกาหลิน ถูกเข้าปะทะหนัก 3 รอบเน้น ๆ จนกระทั่งครั้งสุดท้ายเขาสติแตกจากจังหวะขึ้นแย่งโหม่งกลางอากาศที่โดนกางศอกใส่ ... จังหวะนั้นเมื่อตัวเขาถึงพื้น เขาก็เริ่มปล่อยหมัดใส่นักเตะคิวพีอาร์ทันที และจากวิดีโอคลิป นับว่าเป็นหมัดที่ออกมาแบบรัว ๆ จนถูกเรียกว่า "หมัดกังฟู" 

นักเตะทั้งสองทีมเข้ารุมกันอย่างเมามันแบบไม่รู้ใครเป็นใคร ฝั่ง คิวพีอาร์ ก็ออกบทบู๊ล้างผลาญทันทีเช่นกันจากความเดือดที่เกิดขึ้น ในฐานะเจ้าบ้านพวกเขาไม่ปล่อยให้นักเตะจากจีนมาต่อยฟรี ๆ แน่นอน เช่นเดียวกันกับฝั่งจีนที่เห็นเพื่อนโดนรุม จิตวิญญาณนักสู้ก็พุ่งพล่านทันที 

"ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต มันคือการตะลุมบอนโดยมีนักเตะที่เข้าไปเกี่ยวข้องถึง 30 คน... นี่คือเกมที่คุณได้เห็นครบทั้งการต่อย เตะ การกระโดดถีบแบบกังฟู มันวุ่นวายโกลาหลแบบสุด ๆ" ผู้ประกาศของสื่อท้องถิ่นรายงาน 

เจิ้ง เถา คือนักเตะที่เจ็บตัวหนักที่สุดในงานนี้ เขาเล่าว่าเขาถูกชกเข้าที่ใบหน้าจนล้มลงไป จากนั้นก็โดนเตะซ้ำจนกรามแตก 2 จุด ต้องส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทันที "ผมถูกกลุ่มผู้เล่นรายล้อมเต็มไปหมด รู้ตัวอีกทีผมก็หมดสติและผมคิดว่าผมคงเล่นฟุตบอลไม่ได้ไปอีกนานจากเหตุการณ์ครั้งนี้" 

เหตุการณ์ลุกลามระดับตะลุมบอน 30 คนแบบนี้ไม่มีทางหยุดได้ง่าย ๆ ต่างฝ่ายต่างใช้เวลากว่า 10 นาที เพื่อแยกทุกคนออกจากกัน สถานการณ์บีบให้ เดม็อต กัลลาเกอร์ ต้องตัดสินใจยุติเกมนี้ทันที และตัดสินให้จบลงด้วยสกอร์ ณ ปัจจุบันที่ คิวพีอาร์ นำอยู่ 2-1 ... แต่ปัญหาเรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าการผลการแข่งขันไปเรียบร้อยแล้ว 

 

เละกันทั้ง 2 ฝ่ายในตอนจบ 

ข่าวและคลิปการตะลุมบอนแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้กลายเป็นข่าวที่คนดูตลก และเหยียดหยามทั้ง 2 ฝั่งอย่างสนุกปาก ไม่ว่าจะเป็นการบูลลี่เชื้อชาติของนักเตะจีน ด้วยการใช้คำว่าหมัดเส้าหลิน หรือเรียกนักเตะจีนว่ามหันตภัยจากแดนมังกร นั่นคือความคิดเห็นของแฟนบอล 

ส่วนฝั่งผู้รับผิดชอบทั้งทางคิวพีอาร์ และทีมชาติจีน ต้องกล่าวขอโทษกันจ้าละหวั่นในเหตุการณ์นี้ 

เกา หลิน อธิบายภายหลังว่า "ผมยอมรับผิด เพราะผมคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เมื่อเผชิญต่อการยั่วยุ ผมไม่สามารถปฏิบัติตามกฎ 3 ข้อ ได้แก่ การเชื่อฟังผู้ตัดสิน การเคารพคู่ต่อสู้ และการไม่ตอบโต้ ทั้งหมดเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ผมต้องขอโทษทุกฝ่ายจากใจจริง" 

แม้ฝ่ายเจ้าบ้านจะเล่นแรงก่อน แต่ฝั่งทีมเยือนอย่างจีนต้องออกมาขอโทษกันแทบทุกฝ่าย เพราะพวกเขาเริ่มนอกเกมก่อน ดูจ์โควิช ยอมรับว่า ไม่ว่าคิวพีอาร์หรือเราจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญแล้ว นี่คือเรื่องที่รับไม่ได้จริง ๆ 

"พวกเราต้องขอโทษ ไม่ว่าจะเกิดจากอะไรแต่ผมเองต้องรับผิดชอบ เราจะทำการสอบสวนอย่างจริงจังจากสิ่งที่น่าอับอายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้" 

ขณะที่ฝั่ง คิวพีอาร์ จานนี ปาลาดินี ประธานสโมสร ก็ไม่รอช้า เร่งดำเนินการ เขาบอกว่าจะจัดการกับนักเตะในทีมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด "ผมเบื่อหน่ายกับเรื่องพวกนี้เต็มที มันไม่เกี่ยวแล้วว่าใครยั่วยุ แต่พวกเขาจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งนี้ เราจะจัดการอย่างเด็ดขาด ไม่ให้มันเป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก" 

2 วันหลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันได้ ฝั่ง คิวพีอาร์ ปรับเงินนักเตะ 8 คน ที่เป็นชนวนเหตุของการปะทะนี้ นอกจากนี้ ริชาร์ด ฮิลล์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมก็ถูกสโมสรสั่งพักงานอย่างไม่มีกำหนด 

ขณะที่ฝั่งจีนก็โดนเรียกตัวกลับบ้านทันที 7 คน และจากนั้นไม่นานการเก็บตัวในอังกฤษก็ถูกยกเลิก นักเตะและสตาฟโค้ชเดินทางกลับประเทศจีนตามไปโดยที่เกมอุ่นเครื่องที่วางไว้อีก 2 เกม ถูกยกเลิกทั้งหมด 

ปลายทางของทีมชาติจีนชุดนั้นวุ่นวายไม่ต่างกัน ในช่วงก่อนโอลิมปิกเริ่มขึ้น เขาโดนสื่อกดดันจากผลงานการอุ่นเครื่องที่ย่ำแย่ แทบไม่สามารถชนะใครได้เลย จนโดนปลดออกจากตำแหน่งและให้ผู้ช่วยชาวจีนของเขาอย่าง หยิน เถี่ยเซิง เข้ามารับหน้าที่คุมทีมในทัวร์นาเมนต์แทน 

ขณะที่ผลงานของจีนในโอลิมปิก 2008 ในบ้านของพวกเขาเองที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่รอบ 4 ทีมสุดท้าย ก็จบลงด้วยการตกรอบแรกด้วยการเสมอ นิวซีแลนด์ 1-1 ต่อด้วยการแพ้ เบลเยียม 0-2 และ แพ้ บราซิล 0-3 ตามลำดับ  

แม้จะเป็นการตกรอบที่เข้าใจได้ แต่สื่อจีนและแฟนบอลในเวลานั้นก็โจมตีทีมชุดดังกล่าวอย่างหนัก เพราะทีมชุดนี้ได้รับการสนับสนุนจากทุกด้าน แต่กลับเล่นฟุตบอลออกมาไม่ดี รูปเกมไม่มีคุณภาพ โดยเฉพาะเกมกับ เบลเยียม ที่เล่นบอลแบบนอกเกม จนมีนักเตะเบลเยียม บาดเจ็บ ขณะที่นักเตะจีนโดนใบแดงไป 2 คน ขณะที่บางสื่อบอกว่า "จริง ๆ ควรจะโดนใบแดงมากกว่านี้ หากพวกเขาไม่ใช่เจ้าภาพ" 

ทีมชุดนี้ถูกเรียกว่า "ทีมที่ทุกคนเกลียด" ... นั่นแสดงให้เห็นว่ายิ่งแบกความคาดหวังมากเท่าไร ความรับผิดชอบก็สูงมากขึ้นเท่านั้น นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมนักกีฬาจึงต้องมีความอดทน อดกลั้น และมีสปิริตเสมอ เมื่อพวกเขาลงแข่งขันในฐานะตัวแทนของชาติ   

 

แหล่งอ้างอิง : 

https://www.chinadaily.com.cn/cndy/2007-02/09/content_805301.htm
http://news.bbc.co.uk/sport2/hi/football/teams/q/qpr/6341485.stm
https://www.sportbible.com/football/qpr-china-olympic-team-referee-253425-20230309
https://www.theguardian.com/football/2007/feb/08/newsstory.qpr
https://www.nytimes.com/2008/08/29/sports/olympics/29beijing.html

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ