Feature

อาร์เตต้า vs มาเรสก้า : คู่เต้นรำต่างสไตล์ของ "เป๊ป" ผู้ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ ครองพรีเมียร์ลีก | Main Stand

อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้ กำลังจะลงสนามเจอกันในคอมมูนิตี้ ชิลด์ 2026-27  

 

เกมนี้จะเป็นการเจอกันของอดีตมือขวาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อย่าง มิเกล อาร์เตต้า ที่เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ อาร์เซน่อล และ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ในฐานะผู้สืบทอดของ เป๊ป ที่ แมนฯ ซิตี้ 

ในสมัยเป็นผู้ช่วย อาร์เตต้า และ มาเรสก้า ได้สร้างชื่อและประวัติศาสตร์ให้เรือใบสีฟ้า … ในตอนนั้นพวกเขาทำหน้าที่ช่วยอะไร เป๊ป บ้าง เพื่อไปถึงจุดนั้น ? 

ติดตามกับ MAIN STAND 

 

แม้แต่ เป๊ป ก็ต้องการคนช่วย

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาทำทีม แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2016 ในช่วงเวลานั้น ถือเป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในเรื่องของรูปแบบการเล่น ทุกทีมพยายามเล่นฟุตบอลกับเท้าให้มากขึ้น ครองบอลให้มากขึ้น ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นอิทธิพลจากความสำเร็จของ บาร์เซโลน่า จากยุคของเขาเองที่เคยสร้างสไตล์ Tiki-Taka เอาไว้จนครองโลกได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามเมื่อ เป๊ป มาที่พรีเมียร์ลีกครั้งแรก เขาต้องการผู้ช่วยที่มีความสามารถค่อนข้างหลากหลาย ประการแรกต้องเข้าใจฟุตบอลของเขาเป็นอย่างดี และข้อที่ 2 คือต้องเป็นคนที่รู้จักฟุตบอลอังกฤษเป็นอย่างดี นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกหม้อจากบาร์เซโลน่าอย่าง มิเกล อาร์เตต้า ที่เล่นในพรีเมียร์ลีกกว่า 10 ปี ได้รับการทาบทามให้เข้ามารับตำแหน่งมือขวาของเขา 

ในช่วงแรกฟุตบอลของ Tiki-Taka ของเป๊ป มีปัญหากับลีกอังกฤษอย่างชัดเจน เพราะนักเตะที่มี คุณภาพแตกต่างกับที่เขาทำ บาร์ซ่า หรือ บาเยิร์น มิวนิค โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพเทคนิคและความเข้าใจทางแท็กติก จึงทำให้ แมนฯ ซิตี้ ล้มเหลวในซีซั่นนั้นทั้งในแง่ของวิธีการและผลลัพธ์

บอลของเป๊ปไม่สามารถตอบโจทย์ได้เหมือนเดิม การเสียบอลและโดนสวนกลับแบบเปรี้ยงเดียว รวมถึงเจอคู่แข่งทีมกลาง ๆ ค่อนล่าง ที่เร่งบอล Direct สู้และเข้าปะทะหนักหน่วง ทำให้ซีซั่นนั้น ซิตี้ จบในอันดับ 3 ของลีก และเป็นครั้งแรกในอาชีพโค้ชของ เป๊ป ที่จบฤดูกาล ด้วยการไม่ได้แชมป์ใด ๆ เลย 

สื่ออังกฤษและกูรูหลายคนล้อเลียนเป๊ป ว่าหมดสภาพเมื่อต้องมาเจอกับฟุตบอลที่ไม่เหมือนใครในพรีเมียร์ลีก ... แต่ก็อย่างที่คุณรู้กันนั่นแหละว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น หลังปีที่ยอดแย่ กลายเป็นซีซั่นที่ยอดเยี่ยมในอีก 1 ปีต่อมา และ มิเกล อาร์เตต้า มือขวาของเขา มีส่วนสำคัญกับเรื่องนี้แบบสุด ๆ 

 

อาร์เตต้า มือขวายุค 100 แต้ม 

อย่างไรก็ตาม 1 ปีนั้นถือเป็นการเรียนรู้กันและกัน กีเยม บาลาเก กูรูฟุตบอลสเปนได้เปิดเผยว่า อาร์เตต้า มีส่วนอย่างมากในการช่วยให้ เป๊ป พา ซิตี้ กลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกทันทีหลังจากนั้น 

สิ่งที่ อาร์เตต้า ทำเป็นหลัก คือช่วยให้ เป๊ป เข้าใจจังหวะการเล่นของบอลอังกฤษ และเข้าใจความสำคัญด้านกายภาพของทีมในลีก ๆ นี้ รวมถึงสิ่งที่ เป๊ป อาจไม่เคยเจออื่น ๆ เช่น การจัดตารางที่แน่นเอี๊ยด และการตัดสินของกรรมการที่มักจะปล่อยเกมมากกว่าลีกอื่น ๆ 

นอกจากนี้งานหลักของ อาร์เตต้า คือรับบรีฟจาก เป๊ป เพื่อเข้ามาแก้ไขรายละเอียดนักเตะส่วนบุคคล โดยเฉพาะหลายคนที่สไตล์การเล่นอาจไม่เหมาะกับระบบที่ เป๊ป วางไว้มากนักอย่าง ลีรอย ซาเน่ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ให้ทั้งคู่สามารถเข้าใจวิธีการของทีม และพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของทีมได้ 

โดย อาร์เตต้า จะออกแบบการฝึกซ้อมที่เหมาะกับนักเตะที่ยังต้องพัฒนาตัวเองในรายบุคคล นอกจากนี้เขายังเป็นคนจัด Session ให้มีการเปิดวิดีโอวิเคราะห์ร่วมกันกับนักเตะคนนั้น ๆ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ซึ่ง 1 ปี หลังจากล้มเหลวในซีซั่นแรก ทั้ง ซาเน่ และ สเตอร์ลิง ก็มีผลงานที่โดดเด่นขึ้นจริง ๆ 

ซาเน่ เล่ารายละเอียดว่า "ผมทำงานกับ อาร์เตต้า อย่างมีความสุขตลอด เขาช่วยผมไว้เยอะ เราต่างก็พูดคุยแบบตัวต่อตัวกันบ่อยมากเกี่ยวกับวิธีที่ผมจะพัฒนาฟอร์มการเล่นของตัวเอง"

"เขายกระดับผมไปอีกขั้นผ่านไอเดียการเล่นแบบ Positional Play (การเล่นตามตำแหน่ง) การวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อย และแนะนำว่าผมควรต้องทำอย่างไรในสถานการณ์ที่แตกต่างกันในสนาม" 

ซาเน่ ยิงในลีกได้แค่ 5 ลูกในฤดูกาล 2016-17 และเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง แต่ในซีซั่น 2017-18 ที่ ซิตี้ เป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในยุคเป๊ป เขาลงเล่นเป็นตัวหลักของทีม ผ่านเกมมากถึง 49 นัด ยิงไป 14 ประตู และแอสซิสต์ไปถึง 17 ครั้ง ถือเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดอย่างแท้จริง 

ส่วน สเตอร์ลิง นั้นจัดอยู่ระดับที่เรียกว่าร่างทองหลังจากโดนติวเข้มเลยก็ว่าได้ จากคนที่ยิงได้แค่ 7 ลูกในฤดูกาล 2016-17 พอปีต่อมา เขายิงรวมไป 23 ประตู แอสซิสต์ไป 17 ครั้ง 

ไม่ใช่แค่ 2 คนเท่าที่กล่าวมาเท่านั้น แมนฯ ซิตี้ ยุคที่มี อาร์เตต้า เป็นมือขวา แกร่งขึ้นทั่วแผ่นผ่านการซ้อมประจำวันที่อัดแน่นไปด้วยมาตรฐานระดับสูงที่ทุกคนในทีมต้องแข่งขันกันเองและซ้อมกันด้วยความดุดัน ทำให้ฤดูกาล 2017-18 แมนฯ ซิตี้ กลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้วยสถิติ 100 คะแนนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 

อาร์เตต้า อยู่กับ เป๊ป จนถึงปี 2019 ก่อนที่เขาจะได้รับข้อเสนอจาก อาร์เซน่อล ให้รับบทบาทกุนซือใหญ่ ก่อนที่เขาจะโบกมือลา และไปสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองที่ลอนดอนเหนือ 

 

มาเรสก้า มือขวายุค 3 แชมป์ 

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ไม่ได้มาเป็นมือขวาของเป๊ปต่อจาก อาร์เตต้า ทันที หลังจากที่ อาร์เตต้า ไปคุมอาร์เซน่อล มือขวาของเป๊ป คือ ฆวนม่า ลีโย่ และมือซ้ายอย่าง โรดอลโฟ บอร์เรลล์ ซึ่งในช่วงเวลานั้น มาเรสก้า ก็ทำงานอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ แล้ว แต่เป็นการคุมทีมชุดเยาวชน 

มาเรสก้า ได้รับการเลือกมาทำหน้าที่มือขวาของ เป๊ป ในฤดูกาล 2020-21 อย่างเต็มตัว เหตุผลเป็นเพราะเขาทำงานกับชุดเยาวชนได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการปรับเอาสไตล์การเล่นของทีมชุดใหญ่ที่เป็นฟุตบอลที่แท็กติกซับซ้อน และเล่นกันด้วยความเสี่ยงสูง เอามาปรับใช้กับทีมเยาวชนได้อย่างลงตัว

ผลลงานของ มาเรสก้า คือการพาทีมเยาวชน U21 ของ แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีก 2 สมัย พร้อมด้วยการสร้างนักเตะจากอคาเดมีขึ้นมาหลายคน ซึ่งตอนนี้คุณ ๆ น่าจะคุ้นชื่อกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น โคล พาลเมอร์, มอร์แกน โรเจอร์ส, โรเมโอ ลาเวีย, เลียม ดีแล็ป, เจมส์ แม็คคาร์ที, ริโก้ ลูอิส และอีกหลายคนที่ปัจจุบันค้าแข้งในระดับพรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น 

มาเรสก้า เป็นสะพานเชื่อมระหว่างทีมชุดใหญ่และดาวรุ่งเพราะเขาคุ้นเคยกับนักเตะชุด U21 เป็นอย่างดี เขามีบทบาทในการช่วยดันและหล่อหลอมผู้เล่นอายุน้อยให้ปรับตัวและผสมผสานเข้ากับระบบทีมชุดใหญ่ได้อย่างราบรื่น ทำให้รากฐานของสโมสรแข็งแกร่ง ... ในเกมฟุตบอลถ้วยเล็ก ๆ หรือเกมที่เจอคู่ต่อสู้ที่อ่อนชั้นมาก ๆ นักเตะจากชุดเยาวชน จะพร้อมส่งลงสนามทันที เพราะแต่ละคนเข้าใจวิธีเล่นของทีมอยู่แล้ว สิ่งนี้ทำให้นักเตะตัวหลัก ๆ ได้พัก เพื่อเล่นเกมสำคัญ ๆ 

การโรเตชั่นที่เหมาะสมนี้ ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ มีขนาดทีมที่ใหญ่พอจะคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในฤดูกาล 2022-23 เป็นทีมที่ 2 ของอังกฤษต่อจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยทำไว้ในปี 1998-99 

บทบาทของ มาเรสก้า แตกต่างกับ อาร์เตต้า พอสมควร ... ในขณะที่ อาร์เตต้า เน้นที่การพัฒนานักเตะผ่านการซ้อม แต่ยุค มาเรสก้า นั้นนักเตะคุณภาพแน่นคับทีมแล้ว เขาจึงไม่ต้องลงไปเน้นรายละเอียดส่วนบุคคลมากนัก แต่เขาจะเน้นไปที่การมีส่วนช่วยเรื่องรายละเอียดด้านแท็กติกเป็นหลัก 

มาเรสก้า มีส่วนสำคัญในการช่วยเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ออกแบบและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นในสนาม รวมถึงการวิเคราะห์จุดอ่อนของคู่แข่งเพื่อเตรียมแผนรับมือในแต่ละแมตช์ เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคู่คิดก็ไม่ผิดนัก 

"การทำงานกับ เอ็นโซ่ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับตอนที่ผมเห็นมิเกล อาร์เตต้า ... ผมประทับใจเขาเสมอ เขาเข้าใจอย่างชัดเจนว่าผมต้องการให้ทีมเล่นอย่างไร และสื่อสารเรื่องนั้นกับผู้เล่นได้ดีมาก ชัดเจนและเข้าใจง่ายจริง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นมากจริง ๆ" เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สรุปถึง เอ็นโซ่ ไว้แบบนี้ 

ทีมชุด 2022-23 คือผลลัพธ์ที่น่าทึ่งของการทำงานร่วมกันระหว่าง เป๊ป และ มาเรสก้า อย่างแท้จริง นี่คือทีมที่สมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ เล่นได้หลากหลาย จนกลายเป็นโคตรทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและประวัติศาสตร์ต้องจารึก 

คนที่ปิดทองหลังพระอย่าง มาเรสก้า ได้ปิดทองจนล้นไปหน้าพระหลังซีซั่นนั้นจบลง เขาแยกทางกับ เป๊ป เพื่อไปคุม เลสเตอร์ ซิตี้ และสร้างเส้นทางของตัวเองเหมือนกับ อาร์เตต้า ซึ่งตอนนี้อดีตมือขวาของ เป๊ป ประสบความสำเร็จอย่างมาก พวกเขาพัฒนาตัวเองจากผู้ช่วยคุณภาพ สู่ยอดกุนซือของพรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าชื่นชม 


แหล่งอ้างอิง

https://www.bbc.com/sport/football/articles/c70g7dx63geo
https://www.skysports.com/football/news/11662/13196266/chelsea-vs-man-city-enzo-maresca-s-reunion-with-grandmaster-pep-guardiola-is-a-story-of-football-and-chess
https://www.bbc.com/sport/football/articles/cz970w31k75o
https://www.bbc.com/sport/football/articles/cd6lld4q57po
https://www.nytimes.com/athletic/6897163/2025/12/19/maresca-guardiola-tactical-comparison/

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ