Feature

เกิดอะไรขึ้นกับ โรนัลด์ อเราโฮ่ ? : จากว่าที่กัปตัน บาร์ซ่า สู่ผู้ถูกขับไล่ ก่อนเริ่มใหม่ที่ ลิเวอร์พูล | Main Stand

จาก "ว่าที่กัปตัน" ผู้แบกความหวังของ บาร์เซโลน่า สู่ภาวะจิตใจที่ดิ่งลงเหวและการล่มสลายในคราบนักรบ

 

เรื่องราวของ โรนัลด์ อเราโฮ่ คือเบื้องหลังของความกดดัน ใบแดงเปลี่ยนชีวิต และวันที่เปลือกนอกอันแข็งแกร่งทานทนไม่ไหว จนต้องขอพักเพื่อรักษาหัวใจตัวเอง

วันนี้เขากำลังเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล บทสรุปของกำแพงเหล็กอุรุกวัยรายนี้จะเป็นอย่างไร ? ติดตามกับ MAIN STAND 

 

เจ้าแห่งการก้าวกระโดด 

การจะเป็นกัปตันทีมของสโมสรอย่าง บาร์เซโลน่า นั้นเป็นเรื่องใหญ่ ผู้ที่จะมารับตำแหน่งนี้ได้ต้องเป็นที่ยอมรับทั้งเรื่องฝีเท้า บารมี การตลาด และได้รับความไว้วางใจจากโค้ชรวมถึงห้องแต่งตัวด้วย และ โรนัลด์ อเราโฮ่ คนที่แฟน ๆ บาร์ซ่า หลายคนยี้คนนี้แหละที่เคยได้รับปลอกแขนอันยิ่งใหญ่นั้น 

อเราโฮ่เป็นนักเตะอุรุกวัย ไม่ได้เป็นเด็กจากศูนย์ฝึก ลา มาเซีย แต่การที่เขามาถึงจุดที่เป็น "ว่าที่กัปตัน" ได้ เกิดขึ้นจากเส้นทางที่แตกต่างของเขานี่แหละ  

"ผมเริ่มเล่นฟุตบอลและสนใจมันจริง ๆ ก็ตอนอายุ 16 ปีนี่แหละ แต่ด้วยความที่เริ่มช้านี่แหละทำให้ผมมีแรงใจเก็บเอาไว้สู้กับความท้อแท้เยอะมาก ตอนที่ย้ายมาบาร์เซโลน่าช่วงแรก ผมไม่เคยท้อถอย ผมฝึกซ้อมมากกว่าคนอื่น ๆ บ่อยครั้งที่ผมจะซ้อมกับทีมตอนเช้า และกลับมาซ้อมด้วยตัวเองตอนบ่ายอีก 1 รอบ"

"เพราะผมไม่มี ผมจึงรู้ว่าการรักษาโอกาสที่เคยได้มันสำคัญ พ่อผมขายแรงงานออกไปอยู่ในป่าในเขาตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ผมจะได้เจอพ่อแค่วันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น พอวันจันทร์พ่อก็จะออกไปทำงานอีก เป็นแบบนี้ตั้งแต่ผมยังเด็ก ส่วนแม่ผมเป็นแม่ค้าขายแป้งทอดท้องถิ่น และรับจ๊อบทำงานเป็นแม่บ้าน พวกเขาเหนื่อยกว่าจะได้เงิน และพวกเขาสอนให้ผมรู้เสมอว่าเมื่อได้โอกาสแล้ว จงแน่ใจในทุกวันว่าตัวเองได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่"
 
คำสอนพวกนี้พาอเราโฮ่ย้ายมาอยู่กับ บาร์เซโลน่า เบ ตั้งแต่ปี 2018 หรือแค่ 2 ปีหลังจากที่เขาเล่นฟุตบอลจริงจัง จากนั้นทุกอย่างก็เร็วมาก เร็วเสียจนเขาตั้งตัวไม่ทัน ในปี 2019 กุนซือ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เรียกตัวเขาขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในเกมกับ เซบีย่า ซึ่งเกมนั้นเขาได้ลงสนามก่อนจะหวด ฮาเวียร์ "ชิชาริโต้" เอร์นานเดซ จนโดนใบแดงไปตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนาม 

ความบ้าดีเดือด และเล่นในสไตล์ที่แตกต่างจากกองหลังอคาเดมี่ทำให้หลายคนชอบใจเขา แม้จะโดนใบแดงตั้งแต่วันแรกที่ได้โอกาส แต่ทุกคนต่างเห็นว่ากองหลังสายบู๊กับอายุแค่ 18-19 ปี อย่างอเราโฮ่ ยังมีช่องว่างให้ได้พัฒนา ซึ่งเขาก็ทำแบบนั้นจริง เขารู้ว่าตัวเองมีจุดอ่อนเรื่องการอ่านเกม และการยืนตำแหน่งภายใต้แท็กติกที่ซับซ้อน นั่นทำให้เขาเพิ่มชั่วโมงการศึกษาคู่แข่งจากวิดีโอเพิ่มขึ้นในแต่ละนัด และหลังจากนั้นเขาก็เป็นตัวหลักของ บาร์เซโลน่า และลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา 

ในช่วงแรก ๆ ที่เขาขึ้นมาเป็นตัวหลัก บาร์ซ่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณการทำทีม ทำให้ต้องดันดาวรุ่งหลายคนขึ้นมาเล่น นอกจากนี้ก็เปลี่ยนโค้ชบ่อย ๆ สถานการณ์นั้นทำให้อเราโฮ่ก้าวขึ้นมาเป็นซีเนียร์ในแนวรับ และเขาค่อย ๆ ขยับดีกรีให้เข้มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยคาแรกเตอร์ที่เหมือนพี่ใหญ่ ไม่นานนักหลังการคืนสู่เหย้าของ ชาบี เอร์นานเดซ ในฐานะกุนซือ อเราโฮ่ ก็ถูกเลือกเป็นหนึ่งในกลุ่ม "ผู้นำ" 

ชาบีชอบคาแรกเตอร์ของอเราโฮ่มาก และเคยเปรียบเทียบกับ การ์เลส ปูโยล อดีตกัปตันทีมในยุครุ่งเรือง ที่มีความกระหาย ใจสู้ เป็นมืออาชีพ และที่สำคัญคือได้รับการยอมรับในห้องแต่งตัวโดยไม่ต้องแสดงอาการมากจนเกินไป  

"แม้เขาจะมาจากอุรุกวัย แต่เขาซึมซับกับวัฒนธรรมและความกดดันของบาร์เซโลน่าได้อย่างรวดเร็ว เขาเข้าใจหน้าที่และความหนักของการสวมเสื้อตัวนี้ และไม่กลัวที่จะรับหน้าเสื่อเวลาที่ทีมเจอกับวิกฤติ ... เขามีความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ"

ก่อนจะทิ้งท้ายว่า "ไม่ช้าก็เร็ว เขาจะได้เป็นกัปตันทีมบาร์เซโลน่าแน่นอน" 

 

การล่มสลายของว่าที่กัปตัน 

หน้าที่อันยิ่งใหญ่ของเขายังดำเนินต่อไป ขณะที่บาร์เซโลน่าก็เริ่มประกอบร่างกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งขึ้นจาก 3-4 ปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน ทว่าในขณะที่ทีมกำลังขาขึ้น อเราโฮ่ ที่เพิ่งได้รับสัญญาฉบับใหม่ และถูกตั้งค่าฉีกสัญญาสูงถึง 1,000 ล้านยูโร กลับมีฟอร์มการเล่นที่สวนทาง

น้ำหนักของเขาในฐานะกองหลังตัวสำคัญและผู้นำของทีมบาร์เซโลน่านั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทีมแกร่งขึ้น เป้าหมายและความคาดหวังก็สูงขึ้นตาม 

ด้วยความที่สไตล์ของเขาเป็นแบบนี้ เป็นกองหลังที่ชอบพุ่งเข้ามาขย้ำตั้งแต่จังหวะแรก อีกทั้งแท็กติกของทีมในยุคหลังก็ดันแนวรับขึ้นสูงมากเกือบครึ่งสนาม มันทำให้ความผิดพลาดแต่ละครั้งของเขาโดนจับตามองเป็นพิเศษ และตอนนี้แหละที่คนซึ่งคิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง เป็นร่มเงาให้เพื่อน ไม่สะทกสะท้านขี้ปากคน กลับรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วเปลือกที่เขาคลุมตัวเองเอาไว้ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด และเมื่อมันถูกกระเทาะออก ข้างในก็จะพบว่ามีความอ่อนแอที่ซ่อนไว้ข้างในนั้น 

เขาเล่นไม่ดีจริง ๆ แบบไม่ต้องโกหกกัน นักเตะดาวรุ่งอย่าง เปา กูร์บาซี่ แซงหน้าเขาขึ้นมาเป็นตัวจริง ขณะที่ตัวของ อเราโฮ่ ก็ยังพลาดต่อเนื่อง ตั้งแต่เกมที่ บาร์ซ่า แพ้ เปแอสเช ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2024 ที่เขาโดนใบแดงตั้งแต่ต้นเกม จนทำให้บาร์ซ่าตกรอบก่อนรองชนะเลิศ

ส่วนอีกเหตุการณ์ที่ทุกคนจำแม่นคือเกมยูซีแอล รอบรองชนะเลิศปี 2025 ที่บาร์ซ่ากำลังจะเข้ารอบ และ ฮันซี่ ฟลิค ส่ง อเราโฮ่ ลงช่วงท้ายเกมเพื่อรักษาสกอร์ ทว่าสุดท้ายเขากลับเป็นส่วนสำคัญในการเสียประตู 2 ลูกจนทีมต้องแพ้ อินเตอร์ ตกรอบไปอย่างเจ็บปวด

ยังมีความผิดพลาดอีกมากที่ไม่ได้กล่าวถึงและมันทำให้ อเราโฮ่ ถูกมองต่างออกไป จากกองหลังที่แข็งแกร่ง เป็นผู้นำในเกมรับ กลับกลายเป็นจุดอ่อน และตัวตลกที่พร้อมจะพลาดตลอดเวลา ... เขาทนได้ไม่นานนักกับสถานการณ์แบบนี้ สุดท้ายฟางเส้นนั้นก็ขาดลงในเกมรอบลีกปี 2025 ที่บาร์ซ่าบุกแพ้เชลซี 0-3 ซึ่งเขาก็พลาดโดนไล่ออกจากสองใบเหลือง และมีส่วนสำคัญต่อความพ่ายแพ้อีก 

"หลังจบเกม (กับ เชลซี) ผมรู้สึกเหมือนทุกอย่างถาโถมเข้าใส่ผม ผมรู้ว่าผมมีความสามารถพอที่จะช่วยทีมได้ แต่ตอนนั้นความรู้สึกมันแย่มาก ในใจลึก ๆ กำลังมีการสั่นไหวและผมรู้ว่าความผิดปกติกำลังเกิดขึ้น"

"ทุกอย่างเหมือนจะพังไม่เหลือชิ้นดี แม้แต่ผมเองก็รู้สึกไม่ชอบตัวเองเวลาลงสนาม ผมลงไปเล่นโดยไม่รู้สึกถึงความเป็นตัวเอง ... น่าเสียดายที่เปลือกนอกอันแข็งแกร่งนั้น ทำให้ผมไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกหรือขอความช่วยเหลือจากใคร ผมเก็บมันไว้ พยายามฝืน ซึ่งแน่นอนว่านับวันมันมีแต่แย่ลงเรื่อย ๆ เท่านั้น" 

หลังจบเกมนั้น เหมือนอนาคตของเขากับบาร์ซ่าจบลงแล้ว ... เขาตัดสินใจคุยกับเอเยนต์ สโมสร รวมถึง ฮันซี่ ฟลิค และ เดโก้ เพื่อขอลาพักแบบไม่มีกำหนด ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันหมดว่าเขาต้องพักแล้วจริง ๆ พักเพื่อใช้เวลาเต็มที่ไปกับการเยียวยาสภาพจิตใจและจิตวิญญาณ 

อเราโฮ่เดินทางไปกรุงเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เพื่อปลีกวิเวก ตัดขาดความวุ่นวายจากโลกฟุตบอลและกระแสข่าวรอบตัว เขาพบแพทย์และใช้เวลาไปกับการพึ่งพาความสงบทางจิตใจ เพื่อกู้ศรัทธาที่มีต่อตัวเองกลับคืนมา .... เขาล่มสลายลงแล้วในฐานะว่าที่กัปตันบาร์เซโลน่า ทีมเดินต่อไปข้างหน้า ขณะที่เขาโดนทิ้งไว้ข้างหลังซึ่งเป็นสัจธรรมของโลกฟุตบอลที่ไม่มีใครรอใคร มีแต่คนที่พร้อมที่สุดเท่านั้นที่จะได้ไปต่อ 

 

เริ่มใหม่กับลิเวอร์พูล

ฤดูกาล 2025-26 อเราโฮ่ได้ลงเล่นให้บาร์ซ่าในทุกรายการไป 38 นัด นั่นเป็นตัวเลขที่ไม่เลว แต่ถ้าให้เจาะไปที่ฟอร์มการเล่นก็อย่างที่ทุกคนทราบกันว่าภาพจำของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เกมใหญ่ ๆ เกมสำคัญ ๆ เราไม่ค่อยได้เห็นเขาลงเล่นเป็นตัวจริงบ่อยนัก นั่นอาจทำให้เราไม่สามารถรู้ว่าเขาหายขาดหรือยังกับความดำดิ่งในจิตใจที่เกิดขึ้น 

การย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล แบบยืมตัวเป็นทางออกที่ทุกฝ่ายดูจะแฮปปี้กับเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับอเราโฮ่เอง ถ้าหากเขาเลือกมองในแง่บวก นี่คือโอกาสสำคัญ ๆ ที่เขาจะได้ฟื้นคืนความมั่นใจ เปลี่ยนแปลงบรรยากาศ และโอบรับความรักจากแฟน ๆ ของลิเวอร์พูล ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสนับสนุนนักเตะของทีมอย่างเต็มที่ 

ในแง่การลงสนาม  นอกจาก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แล้วก็ยังไม่ชัดเจนนักว่าใครจะเป็นปราการหลังตัวจริงของ ลิเวอร์พูล คู่กับเขา ... โจ โกเมซ เจ็บบ่อย โจวานนี่ เลโอนี่ อยู่ในช่วงพักฟื้นหลังบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า ส่วน เฌเรมี่ ฌัคเก้ต์ นักเตะใหม่ยังมีปัญหาเรื่องความฟิตในช่วงปรีซีซั่น ... ว่าง่าย ๆ เขามีคู่แข่งที่สามารถเบียดได้ และโอกาสลงตัวจริงที่ยังเปิดกว้าง

ด้วยวัย 27 ปี และผ่านเกมระดับสูงมาไม่น้อย หน้าที่ของอเราโฮ่คือการเรียนรู้กับฟุตบอลอังกฤษ กับทีม และเพื่อนร่วมทีมโดยเร็ว ส่วนเรื่องการทำเต็มที่เมื่อได้รับโอกาสคงไม่ต้องห่วงกัน เพราะเรื่องความก้าวหน้าในช่วงเวลาอันรวดเร็วของเขา เขาเคยทำสำเร็จมาแล้ว ตอนเล่นให้ บาร์เซโลน่า เบ ที่ใช้เวลาขึ้นมาเป็นตัวหลักแค่ 1 ปีเท่านั้น 

นี่คือบทบาทใหม่ที่เขาต้องพิสูจน์ตัวเอง ... อเราโฮ่ได้รับการต้อนรับจากแฟนลิเวอร์พูลอย่างอบอุ่น แฟน ๆ หลายคนตื่นเต้น และดูเหมือนจะพอใจมากกับดีลนี้ ... ดังนั้นนี่คือนิมิตหมายของการเริ่มต้นที่ดี ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาคนนี้ จะกลายเป็น โรนัลด์ อเราโฮ่ คนเดิม ที่เคยแข็งแกร่งทั้งฟอร์มการเล่น ร่างกาย และจิตใจได้หรือไม่ 

 

แหล่งอ้างอิง

http://en.wikipedia.org/wiki/Ronald_Ara%C3%BAjo
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c9895j40g26o
https://www.nytimes.com/athletic/4567201/2023/06/01/ronald-araujo-barcelona-la-liga/
https://www.nytimes.com/athletic/4528639/2023/05/18/ronald-araujo-barcelona-future-captain/
https://www.nytimes.com/athletic/7500639/2026/08/08/ronald-araujo-liverpool-barcelona-analysis/

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ