
ทุก ๆ ทีมจะต้องมีนักเตะแบบนี้อยู่ 1 คน ... นักเตะที่ไม่ได้โดดเด่นเต็ม 10 ดาวสำหรับแฟนบอลทีมอื่น ๆ แต่ถ้าวัดความนิยมจากแฟนบอลทีมตัวเองแล้ว เหล่า Cult Hero พวกนี้ เป็นขวัญใจมหาชนที่ไม่มีใครมาทดแทนได้
สำหรับ แอสตัน วิลล่า ที่มีตำนานเป็นแชมป์ยุโรปมาแล้ว พวกเขามีนักเตะที่ชื่อว่า อลัน แม็คอินัลลี่ ดาวยิงผู้ไม่กลัวตายในยุคที่ฟุตบอลเตะเป็นเตะหวดเป็นหวด
เขาคือเจ้าของฉายา "แรมโบ้" ที่จมูกหักจากการเล่นฟุตบอลมาแล้วถึง 5 ครั้ง จนใบหน้าของเขากลายเป็นที่จดจำของแฟนวิลล่าตลอดไป ติดตามเรื่องราวกับ MAIN STAND
โคตรคนแดนสกอต
ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะจากสกอตแลนด์ โดยเฉพาะหากย้อนไปในช่วงยุค 1980s ที่ฟุตบอลยุคนั้นมักแบ่งนักเตะเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือกลุ่มฮาร์ดแมน และกลุ่มศิลปินลูกหนัง
กลุ่มฮาร์ดแมน ขึ้นชื่อเรื่องการไล่ล่าคู่แข่ง ได้โอกาสก็เตะไม่ยั้งแบบไม่ถามชื่อแซ่ นักเตะกลุ่มนี้มักเป็นพวกเซ็นเตอร์แบ็ก หรือมิดฟิลด์ตัวรับเป็นส่วนใหญ่ แต่ข้อแตกต่างของ อลัน แม็คอินัลลี่ นักเตะที่เคยค้าแข้งให้กับ แอสตัน วิลล่า ในช่วงปี 1987-1989 คือ เขาเป็นกองหน้า และบังเอิญว่าเขาไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น
คุณอาจจะไม่คุ้นชื่อของ แม็คอินัลลี่ แต่แฟนวิลล่ายุคนั้นย่อมรู้จักดี ดาวเตะเจ้าของฉายา "บิ๊กแม็ค" และ "แรมโบ้" หากให้อธิบายการเล่นของเขาง่าย ๆ คือเหมือน ดันแคน เฟอร์กูสัน ที่มาก่อนกาล
กระโดดโหม่งต้องยกศอกพร้อมฟาด จังหวะ 50-50 กับกองหลังก็พร้อมแลกแบบเอาให้หักกันไปข้าง นั่นแหละ แม็คอินัลลี่
เขาไม่ใช่กองหน้าที่ยิงเยอะมากมายนัก ตลอด 2 ปีกับ วิลล่า เขายิงไป 18 ประตูจาก 59 นัด ทว่าการมีเขาในสนามนั้นจะทำให้คุณได้เปรียบเรื่องความฮึกเหิม เหมือนคนลงไปลุยในสงคราม พร้อมกับเกิดมาเพื่อล้างโคตรศัตรู มันทำให้คุณคาดหวังอะไรจากเขาได้มากมาย อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้คู่แข่งที่กระดูกยังอ่อนชั้น มีประสบการณ์น้อย หงอได้ง่าย ๆ เช่นกัน
เอกลักษณ์ประจำตัวของ แม็คอินัลลี่ นอกจากส่วนสูงและร่างกายอันบึกบึนแล้ว ก็คือ "รูปทรงจมูก" ที่ดูเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเจ้าตัวเล่าถึงที่มาของจมูกบิดเบี้ยวนี้ด้วยเสียงหัวเราะอย่างไม่แยแสว่า
"ตลอดอาชีพการค้าแข้ง จมูกผมหักไปทั้งหมด 5 ครั้ง ... แต่ผมไม่เคยไปหาหมอให้ดัดกลับเลยสักครั้งเดียว! ผมคิดในใจว่า คนหล่อ ๆ แบบผม ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจเรื่องจมูกหรอก!" เขาให้สัมภาษณ์
ความเก๋าและไม่กลัวเจ็บแบบนี้นี่เอง ที่กลายมาเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาในสนามแข่ง จนได้ฉายาเฉพาะตัวว่า "แรมโบ้"
"แรมโบ้" ผู้กำเนิดจากพุ่มไม้ในแคนาดา
ฉายา "แรมโบ้" ไม่ได้มาจากสไตล์การเล่นฟุตบอลชนแหลกเพียงอย่างเดียว แต่มันมีจุดเริ่มต้นสุดป่วน ย้อนกลับไปในปี 1986 สมัยที่เขาเล่นให้ เซลติก หรือ 1 ปีก่อนมาเป็นสมาชิกของ วิลล่า
ช่วงปิดฤดูกาลหลังจากพา เซลติก คว้าแชมป์ลีก แม็คอินัลลี่ และเพื่อนร่วมทีมเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งขณะนั้นภาพยนตร์เรื่อง Rambo: First Blood ของ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ยังไม่ได้เข้าฉายในอังกฤษ แต่เขากับเพื่อนร่วมทีมไปได้ดูในโรงภาพยนตร์ที่นั่น
"มันเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมมาก พอดูจบปุ๊บ ผมก็อินจัด เริ่มซ่อนตัวตามพุ่มไม้แล้วกระโดดพรวดออกมาแกล้งหลอกเพื่อน ๆ ในทีม ไม่นานทุกคนก็เลยเริ่มเรียกผมว่า 'แรมโบ้'" แน่นอนว่าฉายานี้ติดตัวเขาข้ามประเทศตอนที่ย้ายมาเล่นในแถบมิดแลนด์ของอังกฤษด้วย
หลังจากนั้นไม่นาน ในเกมอุ่นเครื่องนัดหนึ่ง แม็คอินัลลี่ เลี้ยงบอลแหวกแนวรับคู่แข่ง ชนกองหลังล้มลุกคลุกคลานไปหลายคนก่อนจะส่งบอลซุกหน้าต่างประตู นักข่าวจึงพาดหัวข่าวว่าเขายิงประตู "สไตล์แรมโบ้" และเมื่อ แม็คอินัลลี่ ลงสนามอุ่นเครื่องกับ แอสตัน วิลล่า แฟนบอลบนอัฒจันทร์ฝั่ง เดอะ จังเกิล ก็พร้อมใจกันร้องเพลง "แรมโบ้! แรมโบ้!" จนกลายเป็นฉายาติดตัวเขาไปตลอดกาล
ดาวยิงจอมไถผู้มองโลกในแง่ดีเสมอ
ในปี 1987 แม็คอินัลลี่ ย้ายมาร่วมทีม แอสตัน วิลล่า ภายใต้การนำของ เกรแฮม เทย์เลอร์ ผู้จัดการทีมที่รู้ดีว่าจะคุมกองหน้าสายลุยคนนี้อย่างไร โดย เทย์เลอร์ มักจะชวน แม็คอินัลลี่ ไปวิ่งออกกำลังกายรอบฟาร์มด้วยกันเสมอ
"จริง ๆ เทย์เลอร์ แค่หาเพื่อนวิ่งแหละ แต่นั่นคือวิธีที่เขาใช้คุมความประพฤติของนักเตะที่ดีที่สุดและยิงประตูได้มากที่สุดของทีมอย่างผม ซึ่งผมก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยนะ เพราะผมก็คิดว่าตัวเองเจ๋งจริง ๆ ตามที่เขาว่ากันนั่นแหละ" แม็คอินัลลี่ กล่าว
ในถิ่น วิลล่า พาร์ค "แรมโบ้" กลายเป็นศูนย์หน้าที่แฟนบอลรักมาก ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่เคยถอย ไม่เคยกลัว และพร้อมปะทะทุกจังหวะเพื่อชัยชนะของทีม และความฮอตที่เขาฝากไว้กับ วิลล่า ทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทุ่มเงินดึงตัวเขาไปร่วมทีมในปี 1989 ซึ่ง แม็คอินัลลี่ ปรับตัวเข้ากับฟุตบอลเยอรมันได้อย่างยอดเยี่ยม และร่วมทัพเสือใต้คว้าแชมป์ บุนเดสลีกา ได้สำเร็จในซีซั่น 1989-90
จากชื่อเสียงที่สร้างไว้ เขาได้รับความคาดหวังจากแฟนบอลสกอตแลนด์ ว่าจะเข้ามาเป็นขุมกำลังสำคัญของขุนพลตาร์ตันใน ฟุตบอลโลก 1990 พาทีมเข้ารอบน็อกเอาต์ให้ได้ เพราะได้อยู่ร่วมสายกับ บราซิล, คอสตาริกา และ สวีเดน ซึ่งถ้ายกทัพแซมบ้าขึ้นหิ้งไว้สักทีม ที่เหลือก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่สูสี มีโอกาสมากพอที่แฟนบอลจะหวังแบบนั้น
แต่ก็อย่างที่เรารู้กันนั่นแหละ สกอตแลนด์ จะเก่งมาจากไหน แต่เมื่อถึงทัวร์นาเมนต์ใหญ่มักจะมีอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผิดพลาดอยู่เสมอ ทีมชุดนั้นเปิดสนามด้วยการแพ้ คอสตาริกา แบบพลิกล็อก 0-1 เกมที่ 2 พวกเขาคืนฟอร์มด้วยการเอาชนะ สวีเดน ได้ 2-1 แต่นั่นไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบ
เพราะเกมสุดท้าย สกอตแลนด์ แพ้ บราซิล ขณะที่อีกคู่ คอสตาริกา ชนะ สวีเดน จึงทำให้ คอสตาริกา เข้ารอบเป็นอันดับ 2 มี 4 แต้ม (ฟุตบอลโลกครั้งนั้น เป็นครั้งสุดท้ายที่ใช้ระบบ ชนะได้ 2 แต้ม) ขณะที่ สกอตแลนด์ มีแค่ 2 แต้ม ตกรอบไปตามระเบียบ
"ผมมานั่งนึกดูแล้วก็ถามตัวเองว่า มันเป็นไปได้ยังไงวะที่เราไม่เคยผ่านเข้ารอบ ? เรามีนักเตะที่ดีที่สุดในโลกตั้งหลายคน (เกรม) ซูเนสส์, (เคนนี่) ดัลกลิช, (โจ) จอร์แดน ยังไม่นับ แม็คอินัลลี่, (มอริส) จอห์นสตัน, (ไบรอัน) แม็คแคลร์, (ชาร์ลี) นิโคลัส, วิลลี่ (มิลเลอร์) และ (ดาวี่) คูเปอร์"
แม็คอินัลลี่ ที่ยิงประตูไม่ได้เลยในฟุตบอลโลกครั้งนั้น ถูกแฟนบอลรุมวิจารณ์หลังกลับถึงบ้าน เขาเล่าว่าครั้งหนึ่งเขาโดนตะโกนด่าว่า "มึงนี่มันห่วยแตกไม่ได้เรื่อง ไม่สมควรเกิดมาเป็นลูกของพ่อมึงเลยนะ" (แจ็คกี้ แม็คอินัลลี่ พ่อของเขาเป็นตำนานนักเตะทีมชาติสกอตแลนด์ และสโมสร คิลมาร์น็อก ชุดฤดูกาล 1964-65 ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์)
เมื่อโดนด่าแบบนั้น คุณรู้ไหม เขาตอบกลับว่ายังไง ? ... "มึงอาจจะแพล่มเรื่องไร้สาระออกมาหลายประโยค แต่เรื่องนี้มึงพูดถูกที่สุดเลยล่ะเพื่อนเอ๋ย ... ผมตอบกลับแบบนั้นพร้อมเสียงหัวเราะและตอบด้วยความภาคภูมิใจเสมอ" นี่คือปากคำของเขา ก่อนที่เจ้าตัวจะแขวนสตั๊ดในปี 1994 และยังคงเป็นตำนานที่แฟนบอล วิลล่า คิดถึงอยู่เสมอ
ปัจจุบัน ในวัย 63 อลัน แม็คอินัลลี่ อาจจะไม่สามารถวิ่งลุยชนใครได้อีกแล้ว แต่เรื่องราวของชายผู้จมูกหัก 5 ครั้งโดยไม่พึ่งหมอ, ผู้รบชนะกองหลังทั่วเกาะอังกฤษ และผู้คว้าแชมป์กับ บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเป็นหนึ่งในบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่เต็มไปด้วยสีสัน ความดุดัน และรอยยิ้มอย่างแท้จริง
ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ แอสตัน วิลล่า จะบุกมาเยือน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ... อลัน แม็คอินัลลี่ จะมาที่นี่เพื่อชมรุ่นน้องของเขาฟาดแข้ง ณ ประเทศไทย ... ถ้าหากคุณอยากจะเจอเขาและสัมผัสถึงความฮาและอารมณ์ดีของตำนานของ วิลล่า ไปเจอกันได้ในเกมอุ่นเครื่องที่น่าตื่นเต้นเกมนี้ที่ บีจี สเตเดียม ได้เลย
แหล่งอ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Alan_McInally
https://www.scotsman.com/sport/football/celtic/interview-alan-mcinally-on-his-journey-from-ayr-to-bayern-munich-and-playing-the-kofi-annan-role-at-celtic-2883507
https://onefootball.com/en/news/alan-mcinally-talks-aston-villa-40101588