
ท่ามกลางกระแสฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่แฟนบอลชาวไทยเฝ้ารอคอย ข่าวการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า เจ้าของแชมป์ยูโรปา ลีก ยอดทีมแกร่งจากอังกฤษ กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่น่าจับตามองที่สุดในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะการโคจรมาพบกับเจ้าบ้านอย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ ณ บีจี สเตเดียม ถือเป็นโอกาสทองที่แฟนบอลจะได้สัมผัสประสบการณ์ "บอลระดับโลก" อย่างใกล้ชิด
ถ้าคุณคิดว่าเกม ๆ นี้จะปรุงจืดไร้รสชาติเพียงเพราะมันเป็นเกมอุ่นเครื่องเราอยากให้คุณเข้าใจเสียใหม่ เพราะภายใต้การทำทีมของ อูไน เอเมรี่ นี่คือคนบ้าบอลผู้ที่คิดค้นระบบต่าง ๆ มากมายในหัว จนเขาสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทีมชุดที่ส่งลงสนามได้
และถ้าคุณอ่านบทความนี้จบ รับรองว่าคุณจะอยากไปเห็นการเล่นของทีมของเขากับตาแน่นอน
อูไน เอเมรี่ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะ แต่เขาก็ยังเลือกเส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพ เพียงแต่มันไม่ได้ประสบความสำเร็จนัก และโชคดีที่เขารู้ตัวไว เขาจึงเริ่มศึกษางานโค้ชตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม
และเมื่อได้เริ่มศึกษา ว่ากันว่าทุกครั้งที่เขาหลับตา เขามักจะจินตนาการถึงแผนการเล่นต่าง ๆ ที่จะทำให้ ลอร์ก้า ทีมเล็ก ๆ ที่อยู่ในดิวิชั่น 3 ของสเปนของเขาสามารถต่อกรกับทีมหัวแถวของลีก และไต่ขึ้นในระดับที่สูงขึ้นให้ได้

"ตอนผมเรียนโค้ช ผมถูกสอนมาว่าโค้ชที่ดีต้องเป็นคนที่ตรงกันข้ามกับสมัยที่ตัวเองเคยเป็นผู้เล่น ผมพยายามคิดและตีความ จนผมเข้าใจว่าตอนเป็นผู้เล่นเราพยายามที่จะเข้าใจแผนการเล่นของโค้ช แต่ตอนที่เราเป็นโค้ช เราต้องเข้าใจ รู้จักนักเตะของตัวเองให้ลึกลงไปยิ่งกว่าเบอร์เสื้อ สิ่งสำคัญของโค้ชคือการเอาสิ่งที่ดีที่สุดของนักเตะคนนั้นออกมาให้สามารถใช้งานในการแข่งขันจริงให้ได้"
อูไน เติบโตมากับแนวคิดนั้น และพยายามสร้างฟุตบอลที่ไม่เคยตายตัว แท็กติกของเขาลื่นไหล ขึ้นอยู่กับนักเตะที่เขาส่งลงสนาม ครั้งหนึ่งที่เขาคุมทีม อัลเมเรีย ทีมที่ไม่ได้มีงบประมาณเยอะ เขาจึงเลือกสร้างจุดแข็งของทีมขึ้นมาใหม่ ซึ่งฉีกขนบฟุตบอลสเปนแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือการซ้อมลูกตั้งเตะอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อให้สิ่งนี้กลายเป็นอาวุธสำคัญของทีมที่คุณภาพโดยรวมเป็นรองทีมอื่น
"1 สัปดาห์เราจะใช้เวลาซ้อมลูกตั้งเตะอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง อูไน บอกว่าเขารู้ว่านี่คือหนทางสู่การยิงประตูได้ดีที่สุดเท่าที่ทีมของเราจะทำได้ เขาอ่านทีม ๆ นี้ทะลุปรุโปร่ง และเริ่มปรับเปลี่ยนตารางซ้อมใหม่ด้วยวิธีการที่พวกเราไม่เคยเจอ ผมบอกเลย หมอนี่โคตรฉลาด" มิเกล อังเคล โคโรน่า กองกลางตัวเก๋าของอัลเมเรียว่าไว้
อัลเมเรีย เลื่อนชั้นจากเซกุนดา ดิวิชั่น(ดิวิชั่น 2) ขึ้นสู่ ลา ลีกา ได้สำเร็จ และประตูที่ทีมทำได้มาจากลูกตั้งเตะ ทั้งฟรีคิกและเตะมุมถึง 50% และนั่นคืองานสำคัญที่เขาได้จ๊อบที่ใหญ่ขึ้นกับ บาเลนเซีย และ เซบีย่า
และที่ เซบีย่า นี่แหละ ที่เขาเปล่งประกาย เซบีย่า เป็นทีมที่งบประมาณไม่เยอะ แต่มีแมวมองที่ดี ทำให้เขามีนักเตะจนสามารถสร้างกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นได้มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการเซตบอลกับพื้น เล่นแบบเท้าสู่เท้า ไปจนถึงการเล่นแบบ Direct ตีหัวเข้าบ้านเวลาเจอกับทีมใหญ่ ๆ เซบีย่า ในยุคของเขาจึงเหนียวแน่น แพ้ยาก และแน่นอนว่าเขาสร้างชื่อด้วยการเป็นเจ้าพ่อ ยูโรปา ลีก ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปถ้วยนี้ได้ถึง 3 สมัย
แม้จะมีช่วงตะกุกตะกักกับ อาร์เซน่อล และ เปแอสเช ในเวลาต่อมาจนหลายคนคิดว่า อูไน คงหมดแค่นี้ ไม่สามารถคุมทีมที่มีความคาดหวังสูงได้อีกแล้ว แต่ อูไน ก็คือ อูไน สิ่งที่อยู่ในหัวของเขามันเหลือกินเหลือใช้ เขารอเพียงแค่ทีมที่พร้อมจะให้เวลาเขาสร้างทีมและวางระบบ จากนั้นเขาจะตอบแทนให้อย่างสาสม
และ แอสตัน วิลล่า ก็เป็นทีมนั้นที่มอบโอกาสให้กับเขา หลังจากการเข้ามารับงานต่อจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่ทำทีมลงไปอยู่ในโซนหนีตาย อูไน กลับมาสร้างระบบที่ยืดหยุ่นให้ทีม และซ่อมทีมอย่างรวดเร็ว

ฟุตบอล Direct ที่รวดเร็ว ได้รับการแก้ไขให้เล่นช้าลง เล่นบนพื้นมากขึ้นเพื่อปิดช่องว่างความผิดพลาดที่ทำให้ทีมเสียบอลบ่อย จากนั้นค่อย ๆ ใส่สูตรลูกตั้งเตะต่าง ๆ เข้าไปเพิ่มเติม ทีมทำผลงานได้ดี รอดตกชั้นได้สบาย ๆ
พอทีมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง อูไน ใส่สไตล์ของเขาเข้าไปอย่างลงตัว แอสตัน วิลล่า เล่นได้หลากหลายระบบทั้ง 4-3-3, 4-2-3-1 และ 4-4-2 ขึ้นอยู่กับนักเตะที่มีให้เลือกใช้งาน และไม่ว่าจะแผนไหนในตอนนี้ พวกเขาก็กลายเป็นทีมที่พร้อมชนะคู่แข่งทุก ๆ ทีม ไม่มีใครสามารถประมาท แอสตัน วิลล่า ทีมนี้ได้
ปีที่แล้ว แอสตัน วิลล่า ต้องเล่นทั้งฟุตบอลถ้วยในประเทศ บอลลีก และบอลยุโรป แต่ความยืดหยุ่นทางแท็กติก และการโรเตชั่นทีมที่รักษาสมดุลได้ดี ทำให้ทีมได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ทั้งเรื่องอันดับในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก และการจบซีซั่นด้วยการชูถ้วย ยูโรปา ลีก อย่างยิ่งใหญ่ จนได้รับการเชิญมาโชว์ลีลาแชมป์ยุโรปที่ประเทศไทย ในวันที่ 4 สิงหาคม นี้

การมาเยือนไทยครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการมาโชว์ตัว แต่คือการที่แฟนบอลจะได้เห็น "มาตรฐาน" ของนักเตะระดับพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าอูไนจะส่งผู้เล่นชุดผสมหรือดาวรุ่งลงสนาม แต่ "ปรัชญาฟุตบอล" ของเขานั้นเข้มข้นเหมือนกันทุกชุด
สำหรับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด นี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้พิสูจน์ฝีมือสู้กับระบบฟุตบอลมาตรฐานโลก การได้ประชันแข้งกับนักเตะที่มีวินัยและแท็กติกที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนักจากพรีเมียร์ลีก จะเป็นบทเรียนล้ำค่าที่ช่วยยกระดับทีมและสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการฟุตบอลไทย
แมตช์สำคัญ แชมป์ ยูโรปา ลีก เยือนไทย!!!
แอสตัน วิลล่า พบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
4 สิงหาคม 2569 | บีจี สเตเดียม
จองบัตรได้เลยที่
https://ticketmaster.co.th/activity/detail/26th_astonvilla