Feature

โทนี่ ฮอว์ก : เมื่อ "วิดีโอเกม" ทำให้ยอดนักสเกตบอร์ดโด่งดังข้ามกาลเวลา และเป็นที่รู้จักทั่วโลก | Main Stand

หากคุณชอบกีฬาสเกตบอร์ด หรือเล่นสเกตบอร์ดเป็นชีวิตจิตใจ โทนี่ ฮอว์ก คือชายที่นักสเกตบอร์ดทั่วโลกต้องรู้จัก เพราะเขาคือคนที่ทำให้กีฬาสเกตบอร์ดโด่งดังเป็นวงกว้าง พร้อมส่งต่อความนิยมมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน และตัวของเขาก็ถูกยกให้เป็น GOAT หรือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งวงการนี้แบบไม่มีใครโต้แย้ง

 


กระนั้น โทนี่ ฮอว์ก อาจไม่ได้เป็นตำนานอย่างทุกวันนี้ หากในปี 1999 เขากับค่ายเกม Activision และทีม Neversoft ไม่ได้ร่วมมือกันสร้างวีดีโอเกมตัวหนึ่ง ที่ช่วยจุดกระแสให้กีฬาสเกตบอร์ดได้รับความนิยมไปทั่วโลก สร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ลองออกไปไถสเกตบอร์ด และทำให้ชื่อของ โทนี่ ฮอว์ก กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนเคารพนับถือ

วีดีโอเกมนั้นมีชื่อว่า Tony Hawk's Pro Skater ของเครื่อง PlayStation ที่วางจำหน่ายเมื่อปี 1999 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย และส่งให้ชื่อของ โทนี่ ฮอว์ก กระฉ่อนไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่ดังในหมู่คนไถสเกตบอร์ดอีกต่อไป

และนี่คือเบื้องหลังของเกมสเกตบอร์ดในตำนาน Tony Hawk’s Pro Skater ที่ Main Stand นำมาเล่าสู่กันฟัง...

 

เกมสเกตบอร์ดที่ไม่เหมือนใคร

ในวงการวีดีโอเกม เกมแนวกีฬานั้นได้รับความนิยมไม่แพ้เกมสไตล์อื่น ๆ ที่ถูกผลิตสู่ท้องตลาด เช่นเดียวกับวีดีโอเกมสเกตบอร์ด ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุคปลาย 1980 โดยเกมสเกตบอร์ดยุคบุกเบิกและมีชื่อเสียงก็คือ Skate or Die! แฟรนไชส์เกมสเกตบอร์ดของค่าย Electronic Arts หรือ EA ที่ประสบความสำเร็จจนมีออกมาถึง 2 ภาค

ขณะที่ฟากของ ESPN สื่อกีฬายักษ์ใหญ่ของโลก ที่มองเห็นว่ากีฬาสเกตบอร์ด ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นอย่างมากในยุค 1990 ก็จับมือกับ SONY สร้างเกมซีรีส์กีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่าง Extreme Games บนเครื่อง PlayStation เมื่อปี 1995 ซึ่งออกมาเป็นแนวเรซซิ่ง ไถโรลเลอร์เบลด สเกตบอร์ด ปั่นจักรยานแข่งกันเข้าเส้นชัย และทำยอดขายได้น่าพอใจถึงขั้นที่ว่าสามารถเข็นภาคต่อออกมาถึง 3 ภาค

หรือจะเป็น Top Skater เกมอาร์เคดสเกตบอร์ดหยอดเหรียญของค่าย SEGA เจ้าพ่อเกมตู้ที่ออกมาในปี 1997 เกมนี้ผู้สร้างดีไซน์การเล่นไว้อย่างน่าสนใจ คือให้ผู้เล่นหยอดเหรียญแล้วขึ้นไปยืนบนแผ่นบอร์ดที่พวกเขาทำไว้ แล้วใช้วิธีขยับตัว โยกซ้าย โยกขวาเพื่อบังคับตัวละครไปเก็บเหรียญในฉาก หรือกระทืบแผ่นขึ้น-ลง เพื่อเล่นท่าทางต่าง ๆ สะสมคะแนนกัน

อย่างไรก็ตาม เสียงวิจารณ์ของเหล่านักสเกตบอร์ดตัวจริงที่ได้สัมผัสกับเกมเหล่านี้ ต่างรู้สึกเหมือนกันว่า ทีมผู้สร้างยังถ่ายทอดความสนุกและเสน่ห์ของกีฬาสเกตบอร์ดในโลกความเป็นจริงออกมาได้ไม่ดีพอ คะแนนรีวิวจากนักเล่นเกมส่วนใหญ่ก็ออกไปทางไม่ประทับใจ

หรือเกมอย่าง Top Skater ก็ดันถูกทำเป็นเกมตู้อาร์เคดหยอดเหรียญ ไม่ได้ลงเครื่องเกมคอนโซล จนหลายคนรู้สึกว่าไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่ อยากนั่งเล่นที่บ้านมากกว่า หรือถ้าอยากเล่นสเกตบอร์ด ก็เล่นของจริงไปเลย ดีกว่ามาหยอดเหรียญเล่นเกมที่ออกท่าทางอะไรไม่ได้มาก

ขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้ทีมงานค่ายเกม Activision มองเห็นว่าเกมกีฬาสเกตบอร์ด ยังมีช่องว่างให้พวกเขาสามารถสร้างเกมสเกตบอร์ดที่ดีและตีตลาดเกมเมอร์วัยรุ่นที่ชื่นชอบกีฬานี้ได้ เลยมอบหมายให้ Neversoft บริษัทลูกของพวกเขา เป็นทีมงานสร้างเกมสเกตบอร์ดตัวนี้ และกำหนดว่าจะต้องวางจำหน่ายก่อนช่วงคริสต์มาส ปี 1999

ณ ตอนนั้น ไอเดียของทีมงาน Neversoft คือการสร้างเกมสเกตบอร์ดที่แตกต่างและไม่เหมือนกับ Top Skater ของ SEGA ที่เกมมีความเป็นเส้นตรงมากไปหน่อย ไม่มีอิสระให้เกมเมอร์ได้ทำอะไรตามใจมากนักนอกจากแข่งกันเข้าเส้นชัย ไอเดียของพวกเขาคือการสร้างฉากให้ผู้เล่นสามารถบังคับตัวละครเล่นสเกตบอร์ดได้อย่างอิสระ เหมือนที่เห็นเด็กวัยรุ่นถือแผ่นบอร์ดติดล้อ ออกไปโชว์ลีลาตามสวนสาธารณะหรือลานสเกตบอร์ดทั่วไป

ทีมงาน Neversoft รวบรวมไอเดีย สลับกับไปสำรวจดูลานสเกตบอร์ดตามที่ต่าง ๆ จนตกผลึกว่า เกมสเกตบอร์ดของพวกเขา จะมีการออกแบบเกมเพลย์ให้ตัวละครเล่นท่าได้อย่างอิสระ กับฉากที่ถูกสร้างขึ้นมาเช่น สวนสาธารณะ ลานสเกตบอร์ด โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า พร้อมสิ่งของประกอบฉากที่ทำอะไรกับมันก็ได้ เช่นไถสเกตบอร์ดกับราวบันได เนินกระโดด ห้องกระจกที่พุ่งชนแล้วแตกได้ รวมถึงสารพัดไอเดียที่พวกเขามองว่าใส่เข้าไปแล้วมันต้องสนุกแน่ และไม่ต้องสมจริงมากจนน่าเบื่อ

แต่แน่นอน คิดจะสร้างเกมสเกตบอร์ด ก็ต้องเอานักสเกตบอร์ดตัวจริงเสียงจริงมาเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ และช่วยกันออกแบบพัฒนาเกมให้สนุกโดนใจเกมเมอร์ทุกเพศทุกวัย

และคนที่ทีมงาน Neversoft ติดต่อไปหาก็คือ … โทนี่ ฮอว์ก

 

เทพสเกตบอร์ดที่ยังต้องดิ้นรน

ในวงการสเกตบอร์ดที่สหรัฐอเมริกา ชื่อของ โทนี่ ฮอว์ก เป็นที่รู้จักของคนในวงการเป็นอย่างดี ความรักในกีฬาสเกตบอร์ดเกิดขึ้นในยุค 1970 เมื่อเด็กชายสมาธิสั้นจาก ซาน ดิเอโก ได้แผ่นสเกตบอร์ดเป็นของขวัญอายุครบ 9 ขวบจากพี่ชาย ก่อนจะเอามันออกไปไถตามลานสเกตบอร์ดแถวบ้านด้วยความคลั่งไคล้ พลางฝึกฝนตัวเองจนกลายเป็นนักสเกตบอร์ดดาวรุ่งมาแรง และค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมาจนเป็นนักสเกตบอร์ดชั้นนำของวงการในยุค 1980

แม้จะถูกยกให้เป็นโปรสเกตบอร์ดที่เก่งกาจ มีเทคนิคที่ยากลอกเลียนแบบ แต่ โทนี่ ฮอว์ก ก็ยอมรับว่าในยุค 1980 กีฬาสเกตบอร์ด ไม่ใช่กีฬาอาชีพที่ทำเงินเป็นกอบเป็นกำ ไม่ได้เป็นที่นิยมแบบพวก บาสเกตบอล, เบสบอล, อเมริกันฟุตบอล ที่ให้ค่าตอบแทนนักกีฬาสูงกว่ามาก

ส่วนตัวของ โทนี่ ฮอว์ก แม้จะมีรายได้จากการแข่งขันรายการต่าง ๆ บวกกับสปอนเซอร์หลายเจ้าให้การสนับสนุน แต่ก็ยังไม่เพียงพอทำให้ครอบครัวได้อยู่แบบสุขสบาย โดยเขาบอกว่าต่อให้เก่งระดับเทพเจ้ายังไง การทำมาหากินในฐานะนักสเกตบอร์ดมืออาชีพในยุคนั้นก็เป็นเรื่องยาก

"ตอนที่ผมเริ่มเล่นสเกตบอร์ด ความนิยมมันก็ลดลงแล้ว ดังนั้นผมเลยไม่คิดว่ามันจะเป็นสิ่งที่คนใฝ่ฝันอยากทำเป็นอาชีพหรอก" โทนี่ ฮอว์ก เล่าถึงช่วงเวลานั้น และถึงแม้ว่าพอเข้ายุค 1990 กีฬาสเกตบอร์ดจะเริ่มบูมในหมู่วัยรุ่น แต่สถานะของตัวเองก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ "ผมมีหนี้สินเป็นบ้านสองหลัง และมีลูกที่กำลังจะเกิด บางทีผมอาจทำอาชีพนี้ต่อไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ"

อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณ ESPN ที่มองเห็นกระแสของกีฬาสเกตบอร์ด ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมของเหล่าวัยรุ่นผู้แสวงหากิจกรรมที่ไม่เหมือนใครในช่วงยุค 1990 ก่อนต่อยอดไปสู่การทำรายการแข่งขัน X Games พลางเปิดโอกาสให้ โทนี่ ฮอว์ก และผองเพื่อนในวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีมแขนงต่าง ๆ ได้แสดงเทคนิคการเล่นสเกตบอร์ดอันหวือหวาของพวกเขาต่อหน้าผู้คนมากมาย แถมยังมีกล้องถ่ายทอดการแข่งขัน เผยแพร่ลีลาของเหล่านักสเกตบอร์ดชื่อดังออกไปทั่วประเทศ

แล้ววันหนึ่งของปี 1998 ช่วงเวลาที่ โทนี่ ฮอว์ก เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นในที่สาธารณะ เขาก็ได้รับการติดต่อจากค่ายเกม Neversoft ที่กำลังพัฒนาเกมสเกตบอร์ดของพวกเขาอยู่ ทำนองว่า … "มาร่วมงานกันไหม ?"

 

คำแนะนำจาก "ตัวจริง"

ก่อนที่ Neversoft จะเริ่มทำเกมสเกตบอร์ดของพวกเขา ... ตัดภาพที่ไป โทนี่ ฮอว์ก ซึ่งก็เป็นเกมเมอร์ตัวยงคนหนึ่ง เขาเล่าว่าเคยไปเสนอไอเดียทำเกมสเกตบอร์ดกับค่ายเกมบริษัทต่าง ๆ แต่ถูกปฏิเสธกลับมาเพราะความเห็นไม่ตรงกัน รวมถึงค่ายเกมเหล่านั้นก็มองว่า การทำเกมสเกตบอร์ดไม่น่าจะประสบความสำเร็จ มีแววเจ๊งและขายไม่ออกมากกว่า

แต่เมื่อทาง Neversoft ติดต่อมาหา และใช้เวลาคุยกันอยู่พักหนึ่ง โทนี่ ฮอว์ก ที่ชื่นชอบในไอเดียของทีม Neversoft จึงตัดสินใจร่วมงานด้วยในฐานะที่ปรึกษา และผู้ให้คำแนะนำในการพัฒนาเกมสเกตบอร์ดให้ออกมาสนุก โดนใจผู้เล่น ถูกใจชาวสเกตบอร์ด และสามารถ "โอเวอร์" ได้ ไม่ต้องสมจริงมาก

โทนี่ ฮอว์ก เล่าว่ากระบวนการพัฒนาเกมสเกตบอร์ดของเขากับ Neversoft เป็นไปด้วยดี โดยทีมงานจะส่งแผ่นเกมเดโมทางไปรษณีย์มาที่บ้าน แล้วเขาก็จะนั่งเล่นเกมเดโมในทุกเวอร์ชั่น สลับกับจดโน้ตสิ่งที่ชอบ-ไม่ชอบ แล้วฟีดแบ็กกลับไปหาทีมงาน

ขณะเดียวกัน เขาก็พาทีมงานไปเที่ยวดูลานสเกตบอร์ดที่ต่าง ๆ ไปนั่งดู ลองเล่น และแนะนำทริคการเล่นสเกตบอร์ดต่าง ๆ เช่น Ollie, Kick Flip, Front-Backside เพื่อให้ทีมงานเอาไปใส่ในเกม พร้อมกับเผยแพร่วัฒนธรรมของชาวสเกตบอร์ดให้ทีมงานฟังอย่างลึกซึ้ง ถึงขั้นที่ว่ามีทีมงานส่วนหนึ่งอินจัด จนไปถอยแผ่นสเกตบอร์ดของจริงมาเล่นเองเลย

โทนี่ ฮอว์ก เล่าเสริมว่าเขายังไรท์แผ่นเดโมเกม ส่งไปให้เพื่อน ๆ ในวงการสเกตบอร์ด ลองเล่นเกมเดโมนี้โดยไม่บอกทีม Neversoft พร้อมขอให้เพื่อนช่วยฟีดแบ็กส่งกลับมา เพราะเขารู้สึกว่าหากต้องการให้เกมออกมาดีที่สุด ก็ควรมีความเห็นที่หลากหลายจากเพื่อน ๆ และเขาก็ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ที่ต้องเล่นเกมเดโมและส่งฟีดแบ็กอยู่คนเดียว

"ทุกสัปดาห์ พวกเขาจะไรท์แผ่น CD ส่งมาให้ผม และผมก็เล่นมันบนเครื่อง PlayStation จากนั้นผมจะส่งความคิดเห็นกลับไป แล้วสัปดาห์ถัดมา ผมก็จะได้รับแผ่น CD ที่มีการอัปเดตทั้งหมดส่งมาทางไปรษณีย์ ผมตื่นเต้นกับมันมาก แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะผมเป็นนักสเกตบอร์ดคนเดียวที่ทำงานนี้ ผมเลยไรท์แผ่นส่งไปหาเพื่อนในวงการที่เป็นเกมเมอร์ได้ลองเล่นกัน ซึ่งผมหวังว่ามันจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อนนะ (หัวเราะ)" โทนี่ ฮอว์ก เล่าย้อนอดีต แถมเผยความลับแบบติดตลก หลังตัวเกมวางจำหน่ายไปนานหลายปี

การร่วมกันพัฒนาเกมสเกตบอร์ดระหว่างทีม Neversoft และ โทนี่ ฮอว์ก (พร้อมเพื่อน ๆ ที่ได้เล่นเกมเดโมก่อนใคร) ดำเนินไปอย่างราบรื่นจนใกล้เสร็จสมบูรณ์ และทางบริษัทแม่อย่าง Activision ก็ประทับใจกับความทุ่มเทของ โทนี่ ฮอว์ก มาก ๆ จึงยื่นข้อเสนอว่า ขอเอาชื่อของเขามาตั้งเป็นชื่อเกม และให้เขาเป็นตัวละครหลักที่เล่นได้ในเกมนี้ แลกกับเงินค่าตอบแทนก้อนโตที่จ่ายแบบครั้งเดียวจบ ในการขอซื้อสิทธิ์ใช้ชื่อกับภาพลักษณ์ของเขามาใส่เกมนี้โดยถาวร

อย่างไรก็ตาม โทนี่ ฮอว์ก ปฏิเสธข้อเสนอการรับเงินก้อนเดียวแล้วจบ แต่ขอทำข้อตกลงกับ Activision ด้วยการขอส่วนแบ่งรายได้จากการขายเกม ซึ่งหมายความว่าเขาจะได้รับเปอร์เซนต์ส่วนแบ่งยอดขายเกมนี้ที่ขายได้ทุกแผ่นไปตลอดชีวิต และทาง Activision ก็โอเคกับเรื่องนี้ ตอบรับข้อเสนอจับมือกันไป

แล้วเมื่อการพัฒนาดำเนินมาถึงขั้นสุดท้าย ค่ายเกม Activision กับทีมงาน Neversoft และ โทนี่ ฮอว์ก ก็ประกาศว่าวีดีโอเกมสเกตบอร์ดของพวกเขาจะใช้ชื่อว่า "Tony Hawk's Pro Skater" พร้อมกำหนดวันวางจำหน่ายวันที่ 29 กันยายน 1999 ลงให้กับเรื่องเกมยอดนิยมของยุคนั้นเช่น PlayStation, Dreamcast, Nintendo 64 รวมถึงเครื่องพกพาอย่าง Gameboy Color และโทรศัพท์มือถือ Nokia N-Gage ในภายหลัง

 

สนุก โอเวอร์เต็มที่ และดังเปรี้ยง

ก่อนที่เกม Tony Hawk's Pro Skater จะวางจำหน่ายในวันที่ 29 กันยายน 1999 โทนี่ ฮอว์ก เล่าว่าเขาและทีมงานไม่ได้ตั้งเป้าว่าเกมของพวกเขาจะต้องขายดีแบบถล่มทลาย แต่ขอให้มันไม่เจ๊ง ไม่ขาดทุน และที่สำคัญ ขอให้มันเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าเกมเมอร์ และคนที่รักกีฬาสเกตบอร์ดก็พอ

แต่เมื่อเกมวางจำหน่ายตามกำหนดการ มันกลับดังระเบิดกว่าที่ใครต่อใครคิด

เกมเพลย์หลักของ Tony Hawk's Pro Skater คือให้ผู้เล่นเลือกตัวละครนักสเกตบอร์ดที่ชื่นชอบ ออกไปวาดลวดลายตามฉากต่าง ๆ ทั้งลานสเกตบอร์ด โกดังร้าง ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ฯลฯ โดยเปิดโอกาสให้คุณกดปุ่มบังคับตัวละคร เล่นทริคท่ายาก ท่าผาดโผนต่าง ๆ เพื่อทำคะแนนให้ได้เยอะที่สุดภายในเวลา 2 นาที แต่ถ้ากดพลาดก็จะเสียคะแนนไป

ขณะเดียวกัน เกมก็ยังมีไอเทมโบนัสให้คนเล่นได้ไล่เก็บ (เช่นตัวอักษร S-K-A-T-E หรือม้วนวีดีโอที่ซ่อนอยู่ในฉาก) รวมถึงการทำเงื่อนไขต่าง ๆ ในแต่ละฉากเพื่อปลดล็อกด่านต่อไป หรือปลดล็อกไอเทมพิเศษ ตัวละคร ชุด ยันอุปกรณ์เสริมเอามาใช้ เพิ่มความสนุกในการเล่น

โดยตัวละครที่มีให้เล่นในเกม นอกจาก โทนี่ ฮอว์ก ที่เป็นพระเอกและเจ้าของชื่อเกมแล้ว ยังรวบรวมนักสเกตบอร์ดในวงการมากมายมาให้เล่นด้วย เช่น แชด มุสก้า, บ็อบ เบิร์นควิสต์, คารีม แคมป์เบลล์, เจมี่ โธมัส, เอลิสซ่า สตีมเมอร์, เจฟฟ์ ราวลีย์, แอนดรูว เรย์โนลด์ส จากการชักชวนของเขาเอง ซึ่งแต่ละคนก็จะมีทริคหรือท่วงท่าเฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน ทำให้เวลากดท่าจะมีความแตกต่างกันไป โดยเฉพาะ "ท่าพิเศษ" ของแต่ละคน ที่ถ้ากดติดก็จะได้คะแนนสะสมไปอักโขเลยทีเดียว

จุดเด่นของเกมคือการบังคับตัวละครนักสเกตบอร์ดได้อย่างอิสระ คุณจะไถสเกตกินลมชมวิวเล่น ๆ ในฉาก ฟังเพลงประกอบสุดมันที่มีทั้งเพลงพังค์ เพลงเมทัล หรือเล่นทริคทำคอมโบเพื่อเก็บคะแนนเอาไปปลดล็อกไอเทมพิเศษก็ได้ ขณะเดียวกัน ตัวเกมก็เปิดโอกาสให้คุณได้กดปุ่มพลิกแพลงท่าได้อย่างอิสระ ทดลองกดปุ่มโน้นสลับปุ่มนี้จนได้ท่าใหม่ ๆ ออกมา ซึ่งบางท่าก็สุดแสนจะโอเวอร์ แต่นั่นแหละคือความยอดเยี่ยมของเกมที่เน้นเล่นสนุกไว้ก่อน ไม่เน้นสมจริง 100%

นอกจากตัวเกมที่สนุกมากแล้ว เพลงประกอบที่ถูกใส่เข้ามาก็ช่วยเพิ่มอรรถรสการกดทริคสเกตบอร์ดให้สนุกยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงสไตล์พังค์ เอ็กซ์ตรีม เมทัล หรือป๊อปพังค์ที่มีจังหวะชวนกระโดด และเป็นซาวด์แทร็กประจำวงการสเกตบอร์ด อาทิ "Superman" ของวง Goldfinger, "Bring the Noise" ของ Anthrax, "You" ของวง Bad Religion หรือ "Blood Brothers" ของ Papa Roach จนคนที่เล่นเกมนี้ เล่นไปฟังไป ร้องตามได้หมด และเพลงทั้งหมดก็มาจากการคัดเลือกของตัว โทนี่ ฮอว์ก นั่นเอง

เกม Tony Hawk's Pro Skater ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าเป็นเกมสเกตบอร์ดที่เล่นสนุก เข้าถึงง่าย ต่อให้คุณเล่นสเกตบอร์ดไม่เป็น หรือไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย ก็ยังจับจอยมากดปุ่มเล่นท่าต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย สื่อเกมหลากสำนักยกให้เป็นเกมสเกตบอร์ดที่ยอดเยี่ยม ได้รีวิวคะแนนสูงถึง 9/10 หรือ 5/5 ส่วนยอดขายในปีที่วางจำหน่ายอยู่ที่ 300,000 ชุด และเพิ่มขึ้นเป็น 4 ล้านชุดในอีกหลายปีต่อมา

นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 1999 หรือก่อนเกมจะวางจำหน่าย 3 เดือน เกิดเหตุการณ์สำคัญเมื่อ โทนี่ ฮอว์ก ไปโชว์เล่นสเกตบอร์ดในรายการ X Games แล้วสร้างตำนานด้วยการทำท่า "900" หมุนตัวกลางอากาศ 2 รอบครึ่งแล้วแลนดิ้งลงมาได้อย่างสวยงามเป็นคนแรกของโลก ซึ่งเหตุการณ์วันนั้นมีการถ่ายทอดออกทีวีไปทั่วประเทศด้วย

ตำนานท่า 900 ของ โทนี่ ฮอว์ก กลายเป็นแรงเสริมสำคัญที่ทำให้ชาวอเมริกันทั้งประเทศรู้จัก "Birdman" คนนี้ เขากลายเป็นไอดอลของเด็กรุ่นใหม่โดยทันที แล้วเมื่อเด็ก ๆ รู้ว่า โทนี่ ฮอว์ก มีเกมของตัวเอง ก็พากันไปซื้อมาเล่นที่บ้าน และทำให้เกมมียอดขายพุ่งกระฉูด กลายเป็นเกมขายดีอันดับ 3 ของสหรัฐฯ ประจำปี 1999 ไปเลย

ส่วนตัวของ โทนี่ ฮอว์ก แม้จะยอมรับว่าไม่ได้คาดหวังกับเกมของตัวเองมาก แต่ด้วยยอดขายที่พุ่งกระฉูดเกินคาดคิด ไม่เพียงแต่ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าเดิม ทะลุไปฝั่งยุโรป และเอเชีย แต่ยังทำให้วัฒนธรรมสเกตบอร์ด เติบโตและแพร่หลายไปสู่หลายประเทศ และทำให้เด็ก ๆ หลายคนที่เล่นเกม โทนี่ ฮอว์ก ได้ออกไปลองเล่นสเกตบอร์ดกันมากขึ้น

"มันทำให้สเกตบอร์ดเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากเกมนี้" โทนี่ ฮอว์ก กล่าวถึงความสำเร็จของเกม "มันดึงดูดผู้คนกลุ่มใหม่เข้ามาสู่สเกตบอร์ด ไม่ใช่เพียงแค่คนที่สนใจอยากลองเล่น แต่เป็นคนที่อยากเรียนรู้ ศึกษา และให้ความชื่นชมต่อสเกตบอร์ดจากมุมมองที่พวกเขาได้เห็น"

 

แฟรนไชส์อมตะของวงการเกม

ความสำเร็จของเกม Tony Hawk's Pro Skater ที่เปิดตัวในปี 1999 ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง พลางส่งเสริมให้กีฬาสเกตบอร์ด และตัวของ โทนี่ ฮอว์ก โด่งดังไปทั่วโลก ทำให้ Activision ไม่รอช้า เข็นภาคต่อออกมาอย่าง Tony Hawk's Pro Skater 2 ออกมาในปี 2000 ที่ก็เปรี้ยงปร้างพุ่งกระฉูดไม่แพ้กัน ด้วยเกมเพลย์ที่ยังสนุก เพิ่มฉาก เพิ่มตัวละครใหม่ และยกระดับการเล่นให้มันยิ่งกว่าเดิม

นับจากวันที่ภาคแรกวางจำหน่าย เกมสเกตบอร์ดซีรีส์ของ โทนี่ ฮอว์ก ก็มีภาคต่อ ภาคเสริม เดินเรียงออกมากันแบบไม่ขาดสาย ดังบ้าง เปรี้ยงบ้าง กริบบ้าง สลับกันไปตามแต่ละยุคสมัย ก่อนที่ปี 2020 ซีรีส์เกม Pro Skater ภาค 1-4 ที่แฟนเกมยกนิ้วให้ว่าสนุกที่สุดและเป็นเกมระดับตำนาน ก็ถูกนำมาปัดฝุ่นทำรีเมคใหม่ด้วยกราฟิกที่สวยขึ้น และเอามาวางจำหน่ายให้แฟนเกมและแฟนสเกตบอร์ดรุ่นหลังได้ลองเล่น รับความสนุกแบบเดียวกับที่เด็กยุค 1990 เคยสัมผัส

ส่วนตัวของ โทนี่ ฮอว์ก เกมซีรีส์ Tony Hawk's Pro Skater ไม่เพียงแต่ทำให้เขากลายเป็นตำนานแห่งโลกสเกตบอร์ด เป็นที่นับหน้าถือตา ได้รับความเคารพยกย่องจากผู้คนไปทั่วโลก เกมนี้ยังทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีไปด้วย จากยอดขายเกมรวมกันทุกภาคที่ทำได้มากกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์ และการที่เขาทำสัญญากับค่ายเกม เพื่อขอส่วนแบ่งยอดขายเกมของตัวเองในทุกภาค ก็ทำให้ "Birdman" มีกินมีใช้อย่างสุขสบายไปตลอดชีวิต

ปัจจุบัน โทนี่ ฮอว์ก วางมือจากการเล่นสเกตบอร์ดอาชีพไปแล้วตามสังขาร แต่ก็ยังคงทำงานเกี่ยวกับสเกตบอร์ดอยู่เช่นเดิม ทั้งในฐานะที่ปรึกษาโปรเจกต์ที่เกี่ยวกับสเกตบอร์ด การมีส่วนร่วมกับกีฬาสเกตบอร์ดในโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส ให้คำแนะนำดี ๆ กับเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังฝึกสเกตบอร์ดผ่านช่องทางต่าง ๆ และเป็นที่ปรึกษา กับประชาสัมพันธ์เกม Tony Hawk's Pro Skater ภาคใหม่ ที่กำลังจะออกตามมาอีกในอนาคต

และเมื่อ โทนี่ ฮอว์ก ถูกถามว่ารู้สึกยังไงที่เกมมันประสบความสำเร็จข้ามกาลเวลา ถูกเรียกร้องให้กลับมาทำฉบับรีเมคในยุค โซเชียล มีเดีย แถมยังรับรู้ว่ามีเด็ก ๆ มากมายที่เล่นเกมนี้ตามคำแนะนำของคุณพ่อ-คุณแม่ ซึ่งเติบโตมากับเกมภาคแรกในยุค 90 เขาตอบว่า 

"ผมรู้สึกภูมิใจนะที่เห็นคนยังกลับมาเล่นเกมนี้เรื่อย ๆ ผมยังได้ยินคนพูดอยู่เลยว่า ฉันจะเอาเครื่อง PlayStation 2 ออกมาเล่นเกม Tony Hawk's Pro Skater ผมภูมิใจกับมรดกที่สร้างไว้ และความจริงที่หลายคนบอกว่ามันทำให้พวกเขาหันมาสนใจเล่นสเกตบอร์ด หรือดนตรีแนวที่พวกเขาไม่รู้จักมาก่อน"

"และผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การได้เห็นพ่อแม่สนับสนุนให้ลูกเล่นสเกตบอร์ด ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสมัยที่ผมเป็นเด็กน่ะ" โทนี่ ฮอว์ก กล่าว

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.theverge.com/2019/9/10/20857772/tony-hawk-pro-skater-activision-skateboarding-game-20-anniversary
https://www.ign.com/articles/tony-hawk-once-modded-his-friends-ps1-to-get-early-thps-feedback?
https://www.kerrang.com/20-years-of-tony-hawks-pro-skater-an-oral-history-of-the-soundtrack-with-tony-hawk-goldfingers-john-feldmann

Author

วัลลภ สวัสดี

ฟังไปเรื่อย ดูไปเรื่อย เขียนไปเรื่อย

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand