Feature

No.1 ของชาติมาหลายทศวรรษ : ทำไม อันเชล็อตติ ถึงไม่มีโอกาสได้คุมทีมชาติอิตาลี ? | Main Stand

อิตาลี ตกรอบฟุตบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน และนั่นทำให้ชื่อของ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุคนี้กลับมาพูดถึงอีกครั้ง

 


หาก "ดอน คาร์โล" คุมทีมชาติอิตาลี ตอนนี้พวกเขาจะอยู่ในยุคสมัยแห่งความมืดมนเช่นนี้หรือไม่ ? 

นั่นน่ะสิ ? ... ทำไมเส้นทางของทั้งคู่ไม่เคยบรรจบกัน แม้แต่วันที่เขาเลือกคุมทีมชาติ ก็ยังไปคุมทีมชาติบราซิลไม่ใช่อิตาลี ติดตามกับ Main Stand 

 

เขาไม่เคยต้องการงานนี้ ? 

คาร์โล อันเชล็อตติ คือคนที่สื่ออิตาลีมักจะเอาไมโครโฟนไปจ่อปากถามเขามากที่สุดเวลาที่ทีมชาติอิตาลีมีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวทางการเล่น การพัฒนานักเตะ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการ "แย็บ" ถามเขาเรื่องโอกาสในการคุมทีมชาติ 

ซึ่ง อันเชล็อตติ ค่อนข้างจะเปิดเผยและพูดมาตลอด เขามักจะตอบกลับในเชิงที่ว่า "เขาไม่ต้องการงานนี้" 

ช่วงเวลาที่ อิตาลี ต้องการตัวเขามากที่สุดคือในช่วงปี 2017 หลังจากที่ จานปิเอโร่ เวนตูร่า ทำทีมตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 ในตอนนั้น อันเช่ มีอายุ 60 ปีแล้ว ผ่านความสำเร็จมาแทบทุกอย่าง และในตอนนั้น อันเช่ ก็เพิ่งจะออกจากงานที่ บาเยิร์น มิวนิค ด้วย

หลายคนคิดว่าด้วยความอาวุโส เขาอาจจะอิ่มตัวและอาจต้องการงานในทีมชาติที่เป็นรสชาติที่แปลกใหม่ ทว่า อันเช่ ไม่เคยคิดแบบนั้น เขาบอกว่าเขายังรู้สึกหนุ่ม อยากได้ความท้าทาย และอยากจะคุมทีมในระดับสโมสรมากกว่า 

สุดท้าย อันเชล็อตติ เลือกที่จะปฏิเสธ เพราะเขายังสนุกกับการทำงานรายวันในระดับสโมสร เขาชอบความวุ่นวายของการซ้อมทุกวัน การได้เห็นนักเตะพัฒนาในทุกเช้า ซึ่งงานทีมชาติที่มีโปรแกรมห่างกันหลายเดือนไม่สามารถตอบโจทย์ความหลงใหลนี้ของเขาได้ในขณะนั้น

หลังจากเหตุการณ์ในปี 2017 ยังมีอีกหลายครั้งที่สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี หรือ FIGC ได้ลองพยายามติดต่อเขาดู ทว่าปัญหานอกจาก อันเช่ ที่ไม่ค่อยสนใจงานทีมชาติแล้ว FIGC ไม่สามารถสู้ค่าเหนื่อยของอันเชล็อตติได้ 

ขณะที่บางสื่อก็บอกว่า โครงสร้างการบริหารของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีในช่วงที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความขัดแย้งและขาดเสถียรภาพ ซึ่งมันผิดธรรมชาติกับคนอย่าง อันเช่ ที่ไม่ชอบความขัดแย้งหรือกระทบกระทั่งมากเกินจำเป็น 

GOAL อธิบายเรื่องนี้ว่า (อันเชล็อตติเป็นกุนซือที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่พร้อมสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ (The Great Facilitator) แต่การคุมทีมชาติอิตาลีมักจะมาพร้อมกับความกดดันจากสื่อมวลชนและการเมืองภายในสหพันธ์ที่ซับซ้อน ซึ่งอาจทำให้คนรักความสงบอย่างเขาเลือกที่จะเลี่ยง

และหลายช่วงเวลาที่ FIGC พยายามแย็บ ๆ ติดต่อเขา อันเช่ มักจะตอบว่าเขายังสนุกกับการคุมสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เรอัล มาดริด และด้วยความสำเร็จที่เขาทำให้กับ ราชันชุดขาว ทำให้เขาเปลี่ยนใจ และทำให้ความตั้งใจที่จะวางมือหรือไปคุมทีมชาติถูกเลื่อนออกไปเสมอ 

ความสัมพันธ์ระหว่าง อันเชล็อตติ กับ FIGC ไม่ได้อยู่ที่ว่า "ไม่เคยติดต่อ" แต่อยู่ที่ "จังหวะเวลาที่ไม่เคยตรงกัน" หลังจากปี 2018 เป็นต้นมา เมื่ออิตาลีว่างงาน อันเช่ไม่ว่าง และเมื่ออันเช่ว่าง อิตาลีก็มีโค้ชอยู่แล้ว

 

แล้วทำไมเลือกคุมบราซิล ? 

"การคุมทีมชาติมันเหมือนงานพาร์ทไทม์ ผมกลัวว่ามันจะทำให้ผมเสียไฟและความหลงใหลไป ผมชอบที่จะได้อยู่ที่สนามซ้อมทุก ๆ วัน ได้คลุกคลีกับนักเตะเพื่อเตรียมการฝึกซ้อม นั่นคือเหตุผลเดียวเลยที่ผมปฏิเสธ (ทีมชาติอิตาลี)" 

อันเชล็อตติ สัมภาษณ์ประโยคนี้ด้วยตัวเองเมื่อช่วงปี 2023 แต่ทำไมคล้อยหลังไม่กี่ปี เมื่อเขาเลือกงานคุมทีมชาติเขาจึงเลือกไปคุมทีมชาติบราซิล ?

นอกจากเรื่องจังหวะเวลาไม่ตรงกันแล้ว ว่ากันว่า อันเช่ มีเหตุผลที่เขารับงานคุมทีมชาติบราซิลทั้ง ๆ ที่บอกว่าจะไม่รับงานคุมทีมชาติ 3 ข้อ

ข้อแรกมันคือเรื่องของความแปลกใหม่ เขาผ่านฟุตบอลอิตาลีมาแล้วทุกรูปแบบ ทั้งในฐานะนักเตะและโค้ช การคุมทีมชาติบราซิลคือ "จุดสูงสุด" อีกแบบหนึ่งในอาชีพกุนซือ เขาเคยพูดว่าการได้คุมทีมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างบราซิลเป็นโอกาสที่ปฏิเสธได้ยาก

นอกจากนี้นักเตะตัวหลักของบราซิลหลายคน (วินิซิอุส, โรดรีโก้, เอแดร์ มิลิเตา) คือลูกศิษย์ก้นกุฏิของเขาที่เรอัล มาดริด ทำให้เขามองเห็นภาพการทำทีมที่ต่อเนื่องได้ง่ายกว่าการไปรื้อระบบใหม่ในทีมชาติอิตาลี

การคุมทีมชาติบ้านเกิด (อิตาลี) มาพร้อมความคาดหวังที่กัดกินพลังชีวิตมหาศาล ขณะที่บราซิลคือความท้าทายเชิงฟุตบอลล้วน ๆ ในฐานะกุนซือต่างชาติคนแรกในรอบหลายทศวรรษ

อย่างที่ได้กล่าวไป มันไม่ใช่ว่า FIGC ไม่สนใจ แต่เป็นเพราะ อันเช่ไม่ต้องการงานทีมชาติในช่วงที่เขาเป็นโค้ชเนื้อหอมในระดับสโมสร และเมื่อถึงเวลาที่เขาเริ่มสนใจงานทีมชาติ (ช่วงปลายอาชีพ) เขากลับมองหาความท้าทายที่ "นอกกรอบ" มากกว่าการกลับบ้านเกิด 

เมื่อคุณได้เห็นภาพของเขาในงานคาร์นิวัลที่ บราซิล ไปจนถึงการคุยกับลูกทีมด้วยรอยยิ้มในแบบของเขา มันยิ่งชัดเจนว่าเขาเป็นคนเลือกงานเพราะความสุขเป็นหลัก ซึ่งความวุ่นวายใน FIGC ไม่สามารถให้เขาได้แบบนั้นเลย 

 

ลุ้นกันต่อไป...

แม้จะไม่รับงานคุมทีม แต่ความรักในบ้านเกิดของเขายังคงเต็มเปี่ยม เพียงแต่เขาแยกแยะระหว่าง "ความรัก" กับ "อาชีพ"

บทสัมภาษณ์ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในช่วงที่อิตาลีต้องเตะเพลย์ออฟฟุตบอลโลก 2026 กับบอสเนียฯ อันเชล็อตติ (ในฐานะกุนซือบราซิล) ให้สัมภาษณ์ว่า

"ผมขอเอาใจช่วยให้อิตาลีผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกให้ได้ แต่ผมคงไม่ได้ดูเกมของพวกเขาหรอกนะ เพราะผมต้องเตรียมทีมบราซิลเจอกับโครเอเชียในวันเดียวกัน" 

มันค่อนข้างชัดเจนว่าหน้าที่ปัจจุบันอย่าง บราซิล ต้องมาก่อนเสมอ แต่เขาก็ยังติดตามและส่งกำลังใจเชียร์ทีมชาติอิตาลีในฐานะชาวอิตาเลียนคนหนึ่งเสมอ 

ถ้าจะถามว่าเมื่อไหร่เส้นทางของ อันเช่ กับทีมชาติอิตาลีจะบรรจบกัน ก็คงต้องบอกว่ามันขึ้นอยู่กับทาง FIGC ว่าจะมอบข้อเสนอในแบบที่ อันเชล็อตติ กุนซือผู้มีสุนทรียภาพในการทำงานได้มากน้อยแค่ไหน

ตอนนี้ อันเช่ อาจจะต่อสัญญากับทีมชาติบราซิลออกไปแล้ว และคงเป็นอีกครั้งที่ไทมิ่งของทั้ง 2 ฝั่ง คลาดกัน แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหวังเสียทีเดียว 

การที่คาร์โล อันเชล็อตติ ไม่เคยคุมทีมชาติอิตาลี ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่งพอ หรืออิตาลีไม่ต้องการเขา แต่มันคือเรื่องของ "โชคชะตาและจังหวะชีวิต" ในขณะที่กุนซือรุ่นเดียวกันเริ่มมองหาบั้นปลายอาชีพกับทีมชาติ แต่อันเชล็อตติกลับยังคงดู "หนุ่ม" เสมอในโลกฟุตบอล

อิตาลี ยังคงต้องการใครสักคนที่มีทั้งบารมี ประสบการณ์ และฝีมืออย่าง อันเชล็อตติ เข้ามาแก้ไขปัญหาความมืดดำในตอนนี้ ... ขณะที่ อันเชล็อตติเคยเปรยไว้ในอดีต (ช่วงปี 2022-2023) ว่าการคุมทีมชาติอาจเป็นงานสุดท้ายก่อนเกษียณ ... ดังนั้นหากวันหนึ่งอะไรต่าง ๆ มันชัดเจนและคลิกกันมากกว่านี้ ทีมชาติอิตาลีอาจจะเป็นงานสุดท้ายของเขาก็ได้ 

 

แหล่งอ้างอิง :

https://www.reddit.com/r/realmadrid/comments/1jzmr0f/carlo_ancelotti_on_why_he_refused_to_take_charge/
https://www.fifa.com/en/tournaments/mens/worldcup/canadamexicousa2026/articles/carlo-ancelotti-first-day-brazil-coach
https://www.ft.com/content/7e89c58e-7e45-11e3-b409-00144feabdc0?syn-25a6b1a6=1
https://football-italia.net/why-ancelotti-never-coached-italy/

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ