
กว่าจะยิงได้สักลูก ในลีกฟุตบอลอาชีพระดับแถวหน้าที่เต็มไปด้วยนักเตะเก่ง ๆ มันก็ยากเย็นพออยู่แล้ว
แต่นี่คือเรื่องราวของผู้รักษาประตูที่ยิงประตูมากถึง 132 ลูก ตลอดอาชีพค้าแข้งกว่า 1,200 เกม ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องฟลุกแต่อย่างใด
ชื่อของเขาคือ โรเชริโอ เซนี่ นายทวารผู้เคยคว้าแชมป์โลก และเป็นนักเตะที่สร้างประวัติศาสตร์มากมายตลอดอาชีพค้าแข้ง
ทำไมชายผู้รับตำแหน่งเฝ้าปากประตูตัวเอง จึงกระทุ้งตาข่ายชาวบ้านได้เด็ดขาดแม่นยำขนาดนั้น ? ติดตามกับ Main Stand
ที่นี่ ... บราซิล
ว่ากันว่าในโลกของฟุตบอล หากวัดกันที่ลีลา ไม่มีนักเตะชาติใดจะพลิ้วไหวเท่ากับแข้งสายเลือดบราซิลอีกแล้ว
ที่นี่คือที่ที่ฟุตบอลเล่นด้วยจินตนาการ ลูกเด็กเล็กแดงมีของเล่นชิ้นแรกเป็นลูกฟุตบอล นั่นแหละคือเหตุผลที่เท้าของพวกเขาเขี่ยลูกฟุตบอลไปมาตั้งแต่จำความได้ และเมื่อทำซ้ำบ่อย ๆ ทุกวัน วันละหลาย ๆ ชั่วโมง การเป็นหนึ่งเดียวกับลูกฟุตบอลก็เกิดขึ้น เหมือนที่มังงะ กัปตันสึบาสะ บอกว่า "ฟุตบอลคือเพื่อน" นี่แหละ
เมื่อคุณไล่ย้อนบทสัมภาษณ์ตำนานลูกหนังแซมบ้าแต่ละคน ในหัวข้อ "ฟุตบอลคืออะไร ?" คุณจะได้เห็นคำตอบแบบ "ศิลปิน" มากกว่า "นักกีฬา" ... กล่าวคือในยุโรป พวกเขาอาจจะบอกว่าความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลคือการคว้าแชมป์ และการไปถึงจุดสุดยอดของโลกลูกหนัง แต่ตำนานชาวบราซิลหลายคนพูดไปในเชิงเดียวกันว่า "ฟุตบอลคือความสวยงาม"
"ฟุตบอลคือเกมที่สวยงาม และความสำเร็จของฟุตบอลบราซิลไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ พวกเราทำยิ่งกว่าซ้อม แต่พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกับมัน" เปเล่ ตำนานลูกหนังตลอดกาลว่าเช่นนั้น
ขณะที่ โซคราเตส ที่อยู่ในทีมชาติบราซิลชุดปี 1982 ชุดที่ว่ากันว่า "เล่นฟุตบอลสวยที่สุดในโลก" ก็อธิบายปรัชญาของทีมชุดนั้นว่า "ผลลัพธ์ไว้ทีหลัง เรื่องสวยงามเหนือชั้นต้องมาก่อน" (Beauty comes first. Victory is secondary.)

และหากจะมีประโยคไหนที่สรุปถึงความหมายของฟุตบอลสำหรับชาวบราซิลได้มากที่สุด ก็คงต้องเป็น โรนัลดินโญ่ ที่บอกว่า "ผมเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิต ด้วยเท้าที่อยู่กับลูกฟุตบอล" ขณะที่ เนย์มาร์ บอกว่า "ผมเล่นฟุตบอลโดยให้ความสุขนำพา" (I play with happiness. I play with joy.)
ที่เราร่ายคำคมเหล่านี้มา ก็เพื่อทำให้คุณเข้าใจว่า หาก โรเชริโอ เซนี่ ไม่ใช่ผู้รักษาประตูชาวบราซิล แทบไม่มีทางเลยที่เขาจะทำสถิติยิงประตูได้มากขนาดนี้แน่
เหตุผลหลักมาจากฟุตบอลบราซิล ยังคงเป็นลีกที่ให้คุณค่ากับความเอนเตอร์เทน ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ มิเช่นนั้นคุณคงไม่ได้เห็นนักเตะดัง ๆ ชาวบราซิลที่หมดสภาพ กลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดช่วงบั้นปลายชีวิตหรอก สโมสรอยากให้นักเตะพวกนี้ได้โชว์คลาสให้แฟน ๆ ของพวกเขาได้เห็น ขณะที่ตัวนักเตะ แทบจะ 100% ที่ย้ายกลับมาเล่นบ้านเกิด ก็แทบจะไม่คิดถึงเรื่องเงิน แต่มาด้วยความสุข และเติมเต็มความฝันวัยเด็กด้วยกันทั้งสิ้น
ไม่ใช่พวกเขาไม่อยากได้แชมป์หรือไม่อยากชนะ แต่วิถีของฟุตบอลบราซิลเป็นแบบนั้น คุณจะได้เห็นข่าวบ่อย ๆ ว่านักเตะบราซิลเป็นพวกติดปาร์ตี้ ชอบอยู่รวมกันเป็นก๊วน และมักจะเป็นตัวฮาคอยสร้างสีสันไม่ว่าจะไปที่ไหน เราจึงได้เห็นอะไรแปลก ๆ ในลีกบราซิลบ่อย ๆ และหนึ่งในนั้นคือการให้ผู้รักษาประตูขึ้นมายิงฟรีคิก จนยิงได้เป็น 100 ลูกแบบที่ โรเชริโอ เซนี่ ทำ

อย่าเข้าใจผิดว่าเราจะด้อยค่าเขา และบอกว่าเพราะเป็นลีกที่ไม่เน้นมากเกินไป เซนี่ จึงยิงประตูได้ แต่เราพยายามจะบอกว่า เมื่อฟุตบอลเปิดกว้าง และแทบไร้กรอบจำกัดหากเทียบกับลีกยุโรป ลีกบราซิลจึงเปิดประตูให้นักเตะของพวกเขาได้ลองทำอะไรที่เอนเตอร์เทนอย่างเต็มที่ ... เพียงแต่ต้องมีข้อแม้ว่า การที่คุณจะได้สิทธิ์ในการโชว์สกิลออกมานั้น คุณต้องเป็น "ของจริง" เท่านั้น เหมือนกับรายชื่อตำนานแข้งที่เรากล่าวมาในข้างต้น และ โรเชริโอ เซนี่ คือหนึ่งในนั้น การยิงฟรีคิกของเขาไม่ได้แค่สร้างความเอนเตอร์เทน แต่มันมาจากฝีมือและฝีเท้าจริง ๆ
เมื่อคุณทำมันออกมาได้ดีที่สุดในทีม ยิงแม่นที่สุด ยิงคมที่สุด มันจะมีเหตุผลอะไรล่ะ ที่เขาจะไม่ได้รับโอกาสให้ลองยิงประตูดูบ้าง แม้จะเป็นผู้รักษาประตูก็ตาม เพราะคุณก็รู้ ... "ที่นี่บราซิล" ยังไงล่ะ
เปิดตำนานแห่ง เซา เปาโล
โรเชริโอ เซนี่ เซ็นสัญญาเป็นนักเตะของ เซา เปาโล อย่างเป็นทางการตอนอายุ 17 ปี (ปี 1990) เขาเริ่มจากการเป็นผู้รักษาประตูมือ 4 ของทีม โดยใช้เวลาถึง 3 ปี จึงจะได้ขึ้นทีมชุดใหญ่ตอนอายุ 20 ปี เจ้าตัวเล่าว่า ตอนนั้นเขาคิดจะเลิกเล่นฟุตบอลอยู่แล้ว เพราะเคยได้งานเป็นพนักงานรับจ้างรายวันในธนาคาร แต่จุดเปลี่ยนก็คือ เทเล ซานตาน่า โค้ชของทีมในเวลานั้น บอกให้เขาเลือกให้ดี ๆ เพราะโอกาสการขึ้นชุดใหญ่ของเขาอยู่ไม่ไกลแล้ว
เซนี่ ซึ่งนับถือ ซานตาน่า เหมือนพ่อ เชื่อมั่นในตัวเองเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขากลับไปซ้อมมากขึ้น และพยายามทำทุกอย่างให้มากกว่าผู้รักษาประตูคนอื่น ๆ เพราะเชื่อว่าการก้าวกระโดดจากมือ 4 ขึ้นมาเป็นมือ 1 นั้น เป็นช่องว่างที่ห่างมาก เขาต้องทำอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่น ๆ ให้ได้ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการซ้อมเตะฟรีคิก และยิงจุดโทษของเขาก็เป็นได้

แม้ เซนี่ อาจจะไม่เคยพูดตรง ๆ ถึงจุดเริ่มต้นตรงนี้ แต่มันชวนให้คิดตาม เพราะเขาบอกถึงเหตุผลที่เขาซ้อมยิงฟรีคิกว่า แค่อยากจะทำอะไรสักอย่างให้ดียิ่งกว่าแค่เป็นผู้รักษาประตูธรรมดา ๆ ทั่วไป
อย่างที่กล่าวไปในข้างต้น แม้ฟุตบอลบราซิลจะชอบความเอนเตอร์เทน แต่คงไม่มีโค้ชคนไหนหรอกที่อยากจะให้ผู้รักษาประตูขึ้นมาเตะฟรีคิก หรือจุดโทษแบบเป็น "ขาประจำ" เพราะผลเสียก็มีไม่น้อย นอกเสียจากว่าประตูคนนั้นจะยิงแม่นจริง ๆ ... ซึ่งถ้าคุณไล่ดูประวัติการเล่นของเขา คุณจะพบว่า กว่าที่ เซนี่ จะยิงประตูเข้าเป็นครั้งแรกในอาชีพ มันก็เกิดขึ้นในปี 1997 หรือตอนที่เขาอายุ 24 ปี ซึ่งเท่ากับว่าเรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากเขาขึ้นชุดใหญ่ถึง 4 ปี นั่นแหละคือระยะคร่าว ๆ ที่เขาซ้อมยิงประตูจากทั้งระยะไกล ระยะใกล้ และจุดโทษด้วย
"ผมไม่ได้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ในการยิงฟรีคิกแบบพวกกองหน้า ผมแค่ซ้อมมันทุกวัน" เซนี่ อธิบายการยิงประตูของเขา ก่อนจะเล่าต่อว่า ในช่วงที่กำลังพีกกับ เซา เปาโล เขาซ้อมยิงฟรีคิกในระยะซ้ำ ๆ เดิม ๆ, ซ้อมยิงจุดโทษแบบมีผู้รักษาประตูจริง รวมถึงฝึกเทคนิคการวางเท้า การยืนมุม และสืบเท้าเข้าไปยิง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า หลังจากซ้อมเซสชั่นของผู้รักษาประตูแล้ว เขาจะซ้อมยิงแบบนี้สัปดาห์ละหลายร้อยลูก
นักเตะ เซา เปาโล ยุคนั้นพูดคล้าย ๆ กัน นั่นคือหลังซ้อมเสร็จ เซนี่ จะวางกำแพงหุ่น ขอความร่วมมือจากผู้รักษาประตูสำรองมาเป็นคู่ซ้อม และจากนั้นเขาจะเริ่มซ้อมยิงจนพระอาทิตย์ตก และคนที่อยู่ดูเขาซ้อมประจำอย่าง มูริซี รามัลโญ่ ก็ช่วยยืนยันด้วยคำพูดว่า "โรเชริโอ ไม่ใช่แค่ผู้รักษาประตูที่ยิงฟรีคิกได้ แต่เขาคือนักเตะที่จริงจังที่สุดที่ผมเคยร่วมงานด้วย"

คุณจะเห็นว่าฟรีคิกของเขามีหลากหลายแบบ ยากจะเดาทาง ไม่ว่าจะปั่นโค้งข้ามกำแพง ยิงเต็มแรงไปมุมที่เปิดกว้าง หรือแม้กระทั่งการยิงเรียดลอดกำแพง เรียกได้ว่าจะยิงเบาเอาทิศทาง หรือยิงเข่นเน้นแรงก็ได้ทั้งนั้น
ขณะที่เรื่องการยิงจุดโทษ เซนี่ เคยอธิบายว่า การยิงจุดโทษของเขาไม่ใช่เรื่องอารมณ์ แต่เป็นเรื่องข้อมูล เขาศึกษานิสัยผู้รักษาประตูคู่แข่ง ดูว่าพวกเขามักพุ่งก่อนหรือรอจังหวะ ... จากนั้นเขาจึงเลือกมุมยิงทีหลัง ซึ่งเป็นทักษะแบบที่มือยิงจุดโทษระดับแนวหน้าของโลกชอบใช้กัน นี่คือเหตุผลที่เขาทำได้มากกว่า 100 ประตูในอาชีพ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับผู้รักษาประตูในประวัติศาสตร์ฟุตบอล
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลเชิงทักษะที่บอกว่า เหตุผลที่เขาได้รับหน้าที่ที่กดดันเช่นนี้ ก็เพราะว่าเขาทำตัวให้พร้อมสำหรับโอกาส เขาไม่ได้ยิงเพราะอยากเท่ แต่ได้รับหน้าที่ยิงเพราะเก่งจริง ... นั่นแหละคือคำตอบที่ชัดเจนสำหรับเรื่องนี้
ว่าด้วยเรื่องยุคสมัยและจิตวิทยา
การเป็นผู้รักษาประตูที่กล้าขึ้นมายิงฟรีคิกหรือจุดโทษ อาจเสี่ยงที่จะทำให้ทีมโดนสวยกลับ หรืออาจเสี่ยงเสียภาพลักษณ์และโดนวิจารณ์ถ้ายิงพลาด แต่สำหรับ เซนี่ เขาถือเป็นนักเตะที่บุคลิกผู้นำสูง มีความกล้า และได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมตั้งแต่อายุ 24 ปี ดังนั้นการที่พี่ใหญ่อย่างเขาแสดงถึงความกล้า ไม่กลัว และเดินขึ้นมารับหน้าที่สุดกดดัน มันก็ยิ่งทำให้เพื่อนร่วมทีมฮึกเหิมและมั่นใจด้วย เมื่อเขาส่งบอลสู่ก้นตาข่ายสำเร็จ
และเช่นเดียวกัน เมื่อโกลฝั่งตรงข้ามเห็น เซนี่ ที่เล่นในตำแหน่งเดียวกัน ก็มีสิทธิ์ที่จะต้องคิดมากเพิ่มอีก 1 ขั้น ... เมื่อ เซนี่ ก้าวขึ้นมายิงด้วยความมั่นใจ มันก็เหมือนสงครามจิตวิทยาระหว่างผู้รักษาประตู 2 คน ผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามอาจต้องรบกับความคิด เกิดความสับสน และหวาดกลัว ตั้งแต่ที่ทีมของเขาเสียฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ หรือเสียจุดโทษโดยที่ยังไม่รู้ว่าเลยว่า เซนี่ จะยิงเข้าหรือไม่

และหากจะให้หาเหตุผลเพิ่มนอกจากเรื่องจิตวิทยาแล้ว มันอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องของยุคสมัยด้วย ในยุค 1990-2010 เป็นที่รู้กันดีว่ายังไม่มี VAR และในลีกบราซิล การเตะฟาวล์กันดื้อ ๆ เล่นตามอารมณ์มักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ มันจึงทำให้โอกาสเล่นลูกตั้งเตะของ เซนี่ มีมากขึ้นด้วย แถมเกมในยุคนั้น ลูกตั้งเตะยังมีโอกาสสร้างความแตกต่างในเกมสูงมาก
คุณลองคิดดู หากว่าเขาเกิดในยุคนี้ หรือในพรีเมียร์ลีกที่ฟุตบอลหวดกันไฟแล่บ ใช้ความฟิต และเกมสวนกลับเร็วเพียงกระพริบตา คงยากที่โค้ชคนไหนจะกล้าเสี่ยงเอาเขาขึ้นมาเตะฟรีคิกในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแน่ ๆ ต่อให้เขาจะเป็นคนที่ยิงแม่นก็ตาม
อย่างไรก็ตาม 132 ประตูที่เขายิงได้ คงไม่มีอะไรมาลดทอนคุณค่าของสิ่งที่ โรเชริโอ เซนี่ ทำได้แน่ ๆ ที่สุดแล้ว ประตูของเขาทุกลูกไม่ได้เกิดขึ้นจากโชค แต่เพราะเขาตั้งใจและมีคาแรกเตอร์เช่นนั้นมาเสมอ เขาเพิ่มทักษะเกมรุกให้กับตำแหน่งที่คนอื่นไม่คิดจะเพิ่ม ... และโลกฟุตบอลก็โชคดีที่มีผู้รักษาประตูคนหนึ่งไม่ยอมจำกัดตัวเองอยู่แค่หน้าปากประตู นั่นทำให้เขายังเป็นตำนานที่ถูกกล่าวขานจนทุกวันนี้
แหล่งอ้างอิง
https://futebolthoughts.wordpress.com/2011/04/03/rogerio-ceni-miracle-keeper/
https://thesefootballtimes.co/2019/07/26/rogerio-ceni-the-goalkeeper-who-scored-132-goals/
https://pt.wikipedia.org/wiki/Rog%C3%A9rio_Ceni
https://www.espn.co.uk/football/story/_/id/37405472/why-more-goalkeepers-try-scoring-goals-rogerio-ceni
https://www.sports-king.com/rogerio-ceni-131-goals-4131/