
ศึกฟุตบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติญี่ปุ่น หรืออีกชื่อ "ฟุตบอลชิงแชมป์ฤดูหนาว" ครั้งที่ 104 ในปี 2026 เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศกันแล้ว ในวันนี้ วันที่ 12 มกราคม 2026 และเป็นอีกปีที่ฟุตบอลรายการนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้คนภายในประเทศ
โรงเรียนคามิมุระ กาคุเอ็น จากจังหวัดคาโกชิมะ จะลงสนามเจอกับ โรงเรียนคาชิม่า กาคุเอ็น จากจังหวัดอิบารากิ โดยทั้งสองทีมทะลุเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ "ฟุตบอลชิงแชมป์ฤดูหนาว" ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นั่นหมายความว่าในปี 2026 จะมีแชมป์หน้าใหม่เกิดขึ้น
นอกจากจะมีถ่ายทอดสดการแข่งขันมาตั้งแต่รอบรองชนะเลิศ ในประเทศไทยแล้ว สิ่งที่น่าสนใจ และน่าติดตามที่สุดสำหรับชาวไทยในชิงแชมป์ฤดูหนาวครั้งนี้ ก็คือการที่มีผู้รักษาประตูเยาวชนทีมชาติไทยอย่าง "ภูมิ" ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์ ลงเฝ้าเสาเป็นมือ 1 ให้กับโรงเรียนคาชิม่า กาคุเอ็น และตัวเขาก็ได้จารึกชื่อแล้วเรียบร้อย ว่าเป็นนักเตะไทยคนแรก ที่ได้เข้ารอบชิงฯ ฟุตบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติญี่ปุ่น
ซึ่งกว่าที่ "ภูมิ" จะมาถึงจุดนี้ได้ เขาต้องเจอช่วงเวลาที่เจ็บปวด และยากลำบากมา จนนำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญ อย่างการเดินทางมาญี่ปุ่น เพื่อเริ่มต้นชีวิตลูกหนังในแบบของตัวเอง และการที่นักเตะไทยคนหนึ่ง จะสามารถทำให้เพื่อนร่วมทีมที่ญี่ปุ่น ให้การยอมรับและเชื่อมั่นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย
ประทับใจบอลญี่ปุ่น
"ภูมิ" ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์ ก็เป็นเด็กอีกคนที่หลงใหลในกีฬาฟุตบอล เขาเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังด้วยการเป็นนักเตะฝึกหัดในทีมอคาเดมีเยาวชนของ เมืองทอง ยูไนเต็ด ไต่เต้าขึ้นมาอยู่ในทีมชุด U15 ของสโมสร อย่างไรก็ตาม เขาเปิดเผยว่าตัวเองไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก โดยจะได้รับบทบาทเป็นตัวสำรอง นั่งดูเพื่อนลงเล่นอยู่ที่ข้างสนามเป็นส่วนใหญ่
กระทั่งครั้งหนึ่ง ภูมิรพี ได้เดินทางมาที่ญี่ปุ่น ในฐานะตัวแทนของทีมชาติไทยชุดเยาวชน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก U12 เขาก็ได้เห็นการเล่นฟุตบอลของทีมต่าง ๆ ที่ญี่ปุ่น แล้วรู้สึกประทับใจกับระดับฟุตบอลญี่ปุ่นที่มีความเข้มข้นสูงมาก ซึ่งสิ่งนี้สร้างความตราตรึงแก่เขามาโดยตลอด
เมื่อไม่ได้รับโอกาสที่มากพอ ทำให้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 เขาได้ตัดสินใจเดินทางมาเรียนต่อในชั้นมัธยมปลายที่ญี่ปุ่น พร้อมกับคุณแม่ที่ต้องมาทำงานอยู่ที่นี่ เพื่อหาโอกาสในการลงเล่นกับชมรมฟุตบอลของโรงเรียน และความฝันที่เพิ่มขึ้นมา อย่างการได้เป็นนักเตะเจลีก จากการที่เขามี พี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แนวรุกทีมชาติไทย ที่เคยค้าแข้งกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร และ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ เป็นไอดอลลูกหนัง
"ผมเป็นตัวสำรองมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมต้น ผมไม่เคยได้ลงเล่นเลย ผมคิดว่าผมหมดโอกาสแล้ว ก็เลยเลือกมาญี่ปุ่น เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวงการฟุตบอล" ภูมิรพี เล่าย้อนถึงความทรงจำ
ภูมิรพี ได้เข้าเรียนที่โรงเรียน คาชิม่า กาคุเอ็น ที่จังหวัดอิบารากิ ก่อนจะเข้าร่วมชมรมฟุตบอลของที่นั่น โดยโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่ อายาเสะ อุเอดะ กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่นชุดปัจจุบัน จบการศึกษามา ซึ่ง ภูมิรพี ก็เคยมีการพูดถึงกองหน้ารายนี้เอาไว้ด้วย
"อายาเสะ อุเอดะ นักเตะทีมชาติญี่ปุ่น ก็เคยอยู่ที่นี่ (คาชิม่า กาคุเอ็น) นักเรียนต่างชาติได้รับการต้อนรับจากที่นี่เป็นอย่างดี และโค้ชกับเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ใจดีมาก นั่นเป็นเหตุผลที่ผมตัดสินใจมาอยู่ที่นี่"
ด้วยความฝันที่อยากจะเป็นนักเตะเจลีก ทำให้การเดินทางมาขัดเกลาฝีมืออยู่ที่ญี่ปุ่นในครั้งนี้ ภูมิรพี เลือกที่จะใช้ชีวิตนักเรียน ม.ปลาย ด้วยตัวเอง เพื่อในอนาคตเมื่อเข้าสู่ในเวทีลูกหนังญี่ปุ่นในระดับอาชีพ เขาจะสามารถทำงานได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาล่าม
และแน่นอนว่าเมื่อเลือกเส้นทางนี้ สิ่งที่เขาต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือการต่อสู้กับอุปสรรคทางด้าน "ภาษา"
กำแพงภาษา
"ภาษาญี่ปุ่นง่ายนิดเดียว ที่เหลือยากหมดเลย" ไม่ใช่คำพูดเกินจริง สำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่น ซึ่ง ภูมิรพี ก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน
ก่อนที่จะร่วมเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ในชมรมได้อย่างเข้าขารู้ใจ ภูมิรพี ต้องใช้เวลาอย่างมากในการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นให้อยู่ในระดับที่สามารถใช้สื่อสารได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเขารู้สึกท้าทายกับเรื่องนี้ ตอนแรกที่ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น เขาต้องใช้แอปพลิเคชันแปลภาษา ช่วยสื่อสารกับคนในชมรมและเพื่อน ๆ แต่แน่นอนว่านั่นยังไม่ดีพอที่จะทำให้เขาได้การยอมรับอย่างเต็มที่จากทุกคน
นอกจากจะใช้เทคโนโลยีแล้ว ภูมิรพี ก็แสดงความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเอง ด้วยความพยายามเข้าหาทุกคน เพื่อพูดคุยกับพวกเขาอยู่ทุกวัน คอยเปิดบทสนทนาในเรื่องต่าง ๆ เพื่อฝึกฝนภาษาญี่ปุ่นให้รอบด้าน ซึ่งขัดกับตัวตนจริง ๆ ของเขาที่เป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด แต่เพื่อที่จะได้รับโอกาสต่าง ๆ เขารู้ว่าตัวเองต้องกล้าให้มากขึ้น จนทักษะด้านภาษาญี่ปุ่นของเขาพัฒนาไปถึงระดับที่สามารถรับมือกับการให้สัมภาษณ์กับสื่อได้อย่างคล่องแคล่ว
แถมยังพูดภาษาถิ่นคันไซ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นท้องถิ่นที่มีความแตกต่างจากภาษาญี่ปุ่นกลางพอตัว ได้อีกด้วย จากการที่เพื่อนร่วมชมรมของเขาหลายคนมาจากภูมิภาคคันไซ
"ผมเป็นคนที่เรียนไม่ค่อยเก่งเท่าไร และก็ไม่ค่อยชอบด้วย แต่ทุกคนที่นี่ใจดี ผมพูดได้ไม่ค่อยเก่ง แต่ก็ค่อย ๆ พัฒนาตัวเอง ผมใช้เวลาอยู่กับเพื่อน ๆ จนผมพูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ" ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์ พูดถึงทักษะภาษาญี่ปุ่นของตัวเอง
ภูมิรพี ยังได้เปิดเผยเรื่องราวขำ ๆ เล็กน้อย เกี่ยวกับช่วงเวลาที่เขาเริ่มหัดเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นคำแรกที่เขาได้เรียนจากเพื่อนนั้น เขาไม่สามารถพูดออกสื่อหรือในที่สาธารณะได้ เพราะว่ามันเป็นคำไม่สุภาพ
"มันเป็นที่คำไม่ควรพูดเลยครับ เป็นคำที่ไม่ดี" ภูมิรพี กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ
เมื่อเรียนภาษาญี่ปุ่นจนเชี่ยวชาญ สุดท้ายคำศัพท์ที่ ภูมิรพี ชอบที่สุดนั้น กลับเป็นคำที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง และทุกคนต่างพยายามกันอย่างเต็มที่ เพื่อไขว่คว้าคำ ๆ นี้ มาครอบครอง นั่นคือคำว่า "(โชริ) 勝利" ที่แปลว่า "ชัยชนะ"
"คำที่ผมชอบที่สุดคือ 'ชัยชนะ' ผมชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วย อย่างเช่น การทักทายกันในสนาม ผมชอบมันมากจริง ๆ"
พอการสื่อสารไม่มีปัญหา การพิสูจน์ตัวเองในสนามเพื่อเอาชนะใจทุกคน จึงเริ่มต้น ซึ่ง ภูมิรพี ก็ใส่พลังไปแบบสุดตัวกับสิ่งนี้ และได้ผลตอบรับไปในทางที่ดี
ทุกคนเชื่อมั่น
"เป้าหมายของผมคือการทำให้ทีมไม่เสียประตู ผมอยากเก็บคลีนชีต และทำทุกอย่างสุดความสามารถเพื่อคว้าชัยชนะให้กับ คาชิม่า กาคุเอ็น" ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์ กล่าวถึงเป้าหมายของตัวเองกับฟุตบอลโรงเรียนคาชิม่า กาคุเอ็น
ภูมิรพี ฝึกซ้อมฟุตบอลอยู่ในชมรมฟุตบอลโรงเรียนคาชิม่า กาคุเอ็น ที่มีเฮดโค้ชของทีมเป็น มาซาโตะ ซูซูกิ เฮดโค้ชคู่บุญที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2001 และสามารถพาทีมผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์ฤดูหนาว ได้ในปี 2009
มาซาโตะ ซูซูกิ ชื่นชม ภูมิรพี ว่าเป็นนักเตะที่มีร่างกายสูงถึง 191 ซม. (สื่อบางแห่งบอก 192-193 ซม.) ตรงตามฉบับของผู้รักษาประตู สปริงข้อเท้าได้ดี และสามารถเซฟลูกยิงได้หลากหลายระยะ รวมถึงเซฟลูกยิงในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงจะเสียประตูสูง ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
"เขาสูงและกระโดดรับบอลได้ดี มีช็อตเซฟลูกยิงได้อย่างเหลือเชื่อหลายครั้ง มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะได้ก้าวขึ้นไปสู่ในระดับอาชีพ หากเขายังคงเติบโตแบบนี้ต่อไป" มาซาโตะ ซูซูกิ กล่าวถึง ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์
ขณะที่กองหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง โคเซย์ นาคากาวะ ก็ได้ชื่นชม ภูมิรพี ในเรื่องของความสูงที่ทำให้ทีมรอดพ้นอันตรายจากบอลโยนเข้าเขตโทษของทีมคู่แข่ง โดยกล่าวว่า "ผมได้เขาช่วยไว้หลายครั้ง จากจังหวะบอลโยนและเตะมุม เขาประสานงานกับผม และสามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นได้ดีขึ้น"
ส่วน ภูมิรพี เอง นอกจากมี ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นไอดอลลูกหนังแล้ว เรื่องสไตล์การเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูนั้น เขายอมรับว่าได้ต้นแบบแรงบันดาลใจมาจาก โทโมกิ ฮายาคาวะ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ คาชิม่า อันท์เลอร์ส แชมป์เจลีก ฤดูกาล 2025 ซึ่งก็เป็นทีมที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอิบารากิ จังหวัดเดียวกับโรงเรียนคาชิม่า กาคุเอ็น ทำให้เขาได้มีโอกาสไปดูผู้รักษาประตูรายนี้ โชว์ฟอร์มในสนามอยู่บ่อย ๆ
"ผมไปดูเกม อันท์เลอร์ส ในทุกสัปดาห์ที่พวกเขาเล่นเกมเหย้า และผมชอบดู ฮายาคาวะ จากที่นั่น ผมดูวิธีการเล่นของเขา ทั้งการเซฟ การสื่อสารของทีม และการช่วยเหลือทีม" ภูมิรพี พูดถึงต้นแบบผู้รักษาประตูของตัวเอง
โรงเรียนคาชิม่า กาคุเอ็น ฝ่าด่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติญี่ปุ่น ครั้งที่ 104 ด้วยฟอร์มเกมรุกที่ยอดเยี่ยม ซัดไป 15 ประตู จาก 4 เกม และเกมรับที่แข็งแกร่ง เสียไปเพียง 2 ประตู
ซึ่ง ภูมิรพี ก็ได้รับคำชมจากการมีส่วนร่วมทั้งเกมรุก ที่สามารถเปิดบอลยาวได้เร็ว แรง แม่นยำ ให้เพื่อนร่วมทีมเล่นโต้กลับได้หลายครั้ง และเกมรับที่คอยจัดระเบียบแผงหลัง และออกแรงเซฟให้ทีมไม่เสียประตู
จากครั้งอดีตที่เขาเคยได้ดูการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่สนามกีฬาแห่งชาติในกรุงโตเกียว ผ่านทางโทรทัศน์ที่ไทย ภูมิรพี รู้สึกดีใจมากที่ตัวเองได้ลงเล่นที่สนามแห่งนี้ ในฟุตบอลชิงแชมป์ฤดูหนาว และต่อหน้าคนไทยที่พร้อมจะรับชมการแข่งขันผ่านทางหน้าจอ
"มันวิเศษมาก มันยอดเยี่ยมที่สุด ตอนที่ผมได้เห็นพ่อแม่ หลังจบการแข่งขัน (รอบรองชนะเลิศ) พวกเขาร้องไห้ ผมเองก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เหมือนกัน ผมอยู่กับครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเราร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน คุณกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่หรอกเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว" ภูมิรพี เปิดใจทั้งน้ำตา
"ที่ประเทศไทยมีการแข่งขันถ่ายทอดสดรายการนี้ ผมจะทำเต็มที่เพื่อคนไทย ผมคิดว่าผมไม่ได้ลงเล่นแค่เพื่อตัวเอง แต่ยังลงเล่นในฐานะที่เป็นตัวแทนคนไทยด้วย"
ไม่ว่าเกมรอบชิงชนะเลิศ จะจบลงด้วยรอยยิ้มหรือน้ำตา สิ่งที่ "ภูมิ" ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์ จะทำอย่างแน่นอน คือการสู้สุดใจเพื่อคำว่า "ชัยชนะ" คำที่เขาชอบมากที่สุด
แหล่งอ้างอิง
https://www.soccer-king.jp/news/japan/highschool/20260110/2113691.html
https://web.gekisaka.jp/news/highschool/detail/?444724-444724-fl
https://web.gekisaka.jp/news/highschool/detail/?440341-440341-fl
https://news.ntv.co.jp/category/sports/796f9a6e1e1045b3af384b11c3524e45
https://sportsbull.jp/p/2253952/
https://www.youtube.com/watch?v=sXfkJRZ9x_s