
ปัจจุบัน แฟนฟุตบอลต่างทราบกันดีว่า ฟุตบอลสโมสรยุโรป มีแข่งกัน 3 ถ้วย ประกอบด้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า ยูโรป้าลีก และ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก
เราจะพาไปดูว่าการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปที่จัดแข่งขันกันทุกปีที่ทำให้หลายทีมในลีกยุโรปต่างพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้เข้ามาเล่นในรายการเหล่านี้นั้นมีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดอย่างไร และทำไมถึงต้องแบ่งออกเป็น 3 ระดับ แนวคิดนี้สโมสรฟุตบอลจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้นกว่าการเเบ่งถ้วยเป็น 2 ระดับจริงหรือ ไปหาคำตอบกันได้ที่ Main Stand
เริ่มที่โครงสร้าง
การแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปเป็นการแข่งขันประจำปีภายใต้การจัดของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า (UEFA) องค์กรที่ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลในทวีปยุโรป ที่มีหน้าที่ในการจัดการเกี่ยวกับทีมฟุตบอล เงินรางวัล กฎระเบียบต่าง ๆ รวมไปถึงลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด

การแข่งขันที่จัดโดยยูฟ่าก็มีมากมายหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลระดับทีมชาติ ระดับสโมสร หรือแม้กระทั่งฟุตซอล แต่รายการที่เราอยากหยิบยกมาเล่าให้ฟังคือ “ฟุตบอลสโมสรยุโรป” ที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ เริ่มจากถ้วยที่ใหญ่สุดคือ “ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก” รองลงมาด้วย “ยูฟ่า ยูโรป้าลีก” และถ้วยเล็กที่สุดใบใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาในปี 2021 นั่นคือ “ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ลีก”
ทำไมต้องแข่งขันกัน 3 ระดับ ?
เริ่มต้นด้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในรายการที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวงการฟุตบอล รวมไปถึงเป็นรายการที่นักฟุตบอลหลายคนใฝ่ฝันที่จะได้เข้ามาเล่นให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะเป็นหนึ่งในรายการที่คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จัดขึ้นตั้งแต่ฤดูกาล 1955-56 เป็นต้นมาในชื่อ ยูโรเปียนคัพ ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 1992 โดยนับตั้งแต่ฤดูกาล 2024-25 เป็นต้นมา มีการปรับรูปแบบใหม่เป็นระบบลีก 36 ทีมจะต้องลงแข่งทั้งหมด 8 นัด เหย้า 4 เยือน 4 โดยจับสลากคู่แข่งสุ่ม 4 โถ โถละ 2 ทีม เหย้า 1 เยือน 1 อันดับ 1-8 เข้าไปรอรอบ 16 ทีมสุดท้าย อันดับ 9-24 ต้องเตะรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ เหย้า-เยือน ก่อน หลังจากนั้น จากนั้นทีมที่เข้ารอบก็จะแข่งกันในรูปแบบน็อกเอาต์ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ (รอบ 16 ทีมสุดท้าย รอบก่อนรองชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ)
แต่ถ้าทีมของคุณไม่สามารถผ่านเข้ารอบไปสู่รายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ ยูฟ่าก็มีถ้วยรองลงมาเพื่อรองรับไว้เป็นทางเลือกแก่ทีมในยุโรปที่ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั่นก็คือ ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ที่เริ่มแข่งขันกันมาตั้งแต่ฤดูกาล 1971-1972 ในชื่อ ยูฟ่าคัพ ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ในปี 2009 ซึ่งรูปแบบการแข่งขันในปัจจุบันจะเหมือนกับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คือมี 36 ทีม แต่ละทีมแข่ง 8 นัด เพื่อหาทีมเข้าสู่รอบน็อกเอาต์และเตะกันจนได้ทีมแชมป์
และปิดท้ายด้วยถ้วยน้องใหม่ล่าสุดอย่างยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ลีก ที่ก่อตั้งมาในปี 2021 เพื่อให้การแข่งขันระดับสโมสรของยูฟ่ามีความครอบคลุมมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา รวมไปถึงเป็นการเปิดโอกาสให้แก่สโมสรจากลีกเล็ก ๆ ของยุโรปได้มีส่วนร่วมกับทัวร์นาเมนต์ในยุโรปมากขึ้น เพราะคงเป็นเรื่องยากที่สโมสรเหล่านี้จะเข้ารอบไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก โดยรูปแบบการแข่งขันก็เหมือนกับสองถ้วยข้างต้น ต่างกันที่รอบลีกของถ้วยนี้แข่งกันแค่ 6 เกมเท่านั้น

ดังนั้นเหตุผลที่ทำให้ยูฟ่าแบ่งการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปออกเป็น 3 ระดับ นั่นเป็นเพราะว่าเป็นรายการแข่งขันที่ทำเงินได้มหาศาล เนื่องจากมีสปอนเซอร์และผู้ออกอากาศชื่อดังหลายเจ้ายินดีจ่ายเงินก้อนโตให้กับยูฟ่าเพื่อจัดการการแข่งขันและถ่ายทอดสดไปทั่วโลก จากเดิมที่มีแค่ 2 ระดับที่ได้รับส่วนแบ่งจากสปอนเซอร์เหล่านี้อยู่แล้ว
การเพิ่มเป็น 3 ระดับ นอกจากจะทำให้มีโปรแกรมการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สปอนเซอร์และผู้ออกอากาศชื่อดังอีกจำนวนหนึ่งเข้ามาลงทุนเพิ่ม รวมไปถึงยังเป็นการเปิดโอกาสให้แก่ทีมต่าง ๆ ในลีกยุโรป โดยเฉพาะทีมขนาดเล็กหรือทีมที่ไม่ได้อยู่ในลีกชื่อดังได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันมากขึ้น ดังคำกล่าวของ อเล็กซานเดอร์ เชเฟริน ประธานยูฟ่าคนปัจจุบัน ที่กล่าวถึงรายการยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ว่า "การแข่งขันระดับสโมสรใหม่ของยูฟ่าจะทำให้การแข่งขันระดับสโมสรของยูฟ่ามีความครอบคลุมมากกว่าที่เคยเป็นมา เพื่อสร้างฐานรายได้และแฟนบอลจากประเทศนั้น ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปมากขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม"
การแข่งขันทั้ง 3 ระดับนี้ส่งผลต่อระดับเศรษฐกิจอย่างไร ?
เหตุผลที่ยูฟ่าต้องจัดการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปให้เป็น 3 ระดับ เพราะว่าจำนวนการแข่งขันที่มีมากขึ้นส่งผลไปถึงเรื่องของระดับทางเศรษฐกิจที่มาจากฐานรายได้หรือแฟนบอลที่มีมากขึ้นจากประเทศที่หลากหลายทั่วยุโรป ในความเป็นจริงก่อนที่จะมีการจัดการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรป 3 ระดับจนประสบความสำเร็จด้านเศรษฐกิจอย่างเช่นทุกวันนี้ ความสำเร็จด้านการเงินและการตลาดที่ส่งเสริมเศรษฐกิจของการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1992 ในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แล้วผ่านการจัดการแข่งขันในรูปแบบใหม่ การโฆษณา การถ่ายทอดสด และการเจรจาเรื่องสิทธิ์ด้านการค้าไปสู่ระดับโลกเพื่อสร้างผลกระทบที่ดีให้แก่องค์กรตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้
ส่วนหนึ่งเพราะยูฟ่ามีความเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ตัวเองที่มีส่วนช่วยในการสร้างรายได้มหาศาลจากลิขสิทธิ์ทีวีและสปอนเซอร์ และการเติบโตทางเศรษฐกิจก็มีน่าประทับใจเป็นอย่างมากในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการมียูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก เพิ่มขึ้นมาในปี 2021 ส่งผลให้ยูฟ่าได้รับเม็ดเงินจากการโฆษณา สปอนเซอร์ และลิขสิทธิ์ต่าง ๆ จากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น 3 รายการ ซึ่งเพิ่มรายได้ให้กับวงการฟุตบอลยุโรปโดยรวม เพราะแค่จากการแข่งขันอย่างเดียวก็สร้างรายได้เกินกว่า 3.6 พันล้านยูโรแล้ว รวมไปถึงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่งที่สูงเช่นกัน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการยกระดับเศรษฐกิจของยูฟ่าให้สูงขึ้นตาม เห็นได้จากจำนวนรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น
โดยเปรียบเทียบจากปีสุดท้ายของการมีการแข่งขันแค่ 2 ระดับกับปีหลังจากที่การแข่งขันเพิ่มเป็น 3 ระดับ ซึ่งในฤดูกาล 2020-21 ที่เป็นปีสุดท้ายในการมีการแข่งขันแค่ 2 ระดับยูฟ่ามีรายได้รวมอยู่ที่ 3.8 พันล้านยูโร แต่เมื่อเพิ่มเป็น 3 ระดับในฤดูกาลถัดมาก็มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นมาเป็น 4 พันล้านยูโร และฤดูกาลถัด ๆ ไปก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เคล็ดลับของความสำเร็จนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้แก่ยูฟ่าที่สามารถจัดการแข่งขันแบบมืออาชีพ ประกอบกับการเพิ่มการแข่งขันขึ้นในทั้ง 3 ระดับในประเทศใหม่ ๆ แล้วก็ยิ่งทำให้เงินที่ได้จากสปอนเซอร์ที่สนับสนุนทีมการเล่นในรายการเหล่านี้ให้มีมากขึ้นตาม อีกทั้งยูฟ่ายังตีตลาดด้วยการยกระดับแบรนด์ผ่านเอกลักษณ์ที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงการสร้างไอคอนทางตลาด เช่น เพลงธีมการแข่งขัน เราจึงมองว่าการจัดการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปเป็น 3 ระดับนั้นยังไม่สำคัญเท่ากับความแม่นยำในการบริหารจัดการอย่างชาญฉลาดของยูฟ่า ส่งผลให้ระดับเศรษฐกิจของยูฟ่าขยายขึ้นเป็นอย่างดี
ผลประโยชน์ของสโมสรที่ได้รับจากการเข้าร่วมการแข่งขัน
เหตุผลอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมต่าง ๆ ในลีกยุโรปอยากเข้าร่วมการแข่งขัน นอกจากการจะได้แข่งขันในรายการที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในรายการที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกฟุตบอล และเพื่อให้คนทั้งโลกให้ความสนใจและรู้จักกับทีมของตนมากขึ้น ก็คือส่วนแบ่งรายได้ที่ทางยูฟ่าจะจ่ายให้กับสโมสรที่ผ่านเข้ามาเล่นในรายการนี้ได้
โดยจากการคาดการณ์รายได้และการจัดสรรของยูฟ่า จำนวนเงินทั้งหมดที่มีอยู่สำหรับการแจกจ่ายให้กับสโมสรที่เข้าร่วมในฤดูกาล 2025-26 อยู่ที่ประมาณ 3,317 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1.24 แสนล้านบาท โดยแบ่งเงินจำนวน 2.467 พันล้านยูโรให้กับสโมสรที่แข่งขันในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เงินจำนวน 565 ล้านยูโรจะถูกแจกจ่ายให้สโมสรที่แข่งขันในยูฟ่า ยูโรป้าลีก และเงินจำนวนอีก 285 จะถูกจ่ายให้สโมสรที่แข่งขันในยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก
เราจะพาไปเจาะลึกว่าเงินที่สโมสรในแต่ละการแข่งขันได้รับว่ามาจากส่วนใดและมีจำนวนเท่าไรบ้าง ซึ่งเงินที่เรากำลังจะพูดถึงต่อจากนี้จะเป็นเงินสำหรับทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบลีกได้เป็นต้นไป โดยจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เงินเริ่มต้น เงินตอบแทนตามผลงาน และเงินผันแปรตามมูลค่า ซึ่งรวมทั้งเงินผันแปรตามค่าสัมประสิทธิ์และมูลค่าทางการตลาดไว้ด้วยกัน โดยก็จะมีความแตกต่างกันในแต่ละรายการ
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
เงินเริ่มต้น 670 ล้านยูโร คิดเป็น 27.5% จากเงินทั้งหมด

เงินตอบแทนตามผลงาน 914 ล้านยูโร หรือ 37.5% จากเงินทั้งหมด โดยมีทั้งเงินตอบแทนเมื่อชนะและเสมอ เงินรางวัลตามอันดับที่จบในรอบลีก และเงินเมื่อเข้าถึงรอบน็อกเอาต์รอบต่าง ๆ
เงินผันแปรตามมูลค่า 853 ล้านยูโร หรือ 35% จากเงินทั้งหมด
ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก
เงินเริ่มต้น 155 ล้านยูโร คิดเป็น 27.5% จากเงินทั้งหมด

เงินตอบแทนตามผลงาน 212 ล้านยูโร หรือ 37.5% จากเงินทั้งหมด โดยมีทั้งเงินตอบแทนเมื่อชนะและเสมอ เงินรางวัลตามอันดับที่จบในรอบลีก และเงินเมื่อเข้าถึงรอบน็อกเอาต์รอบต่าง ๆ
เงินผันแปรตามมูลค่า 198 ล้านยูโร หรือ 35% จากเงินทั้งหมด
ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก
เงินเริ่มต้น 114 ล้านยูโร คิดเป็น 40% จากเงินทั้งหมด

เงินตอบแทนตามผลงาน 114 ล้านยูโร หรือ 40% จากเงินทั้งหมด โดยมีทั้งเงินตอบแทนเมื่อชนะและเสมอ เงินรางวัลตามอันดับที่จบในรอบลีก และเงินเมื่อเข้าถึงรอบน็อกเอาต์รอบต่าง ๆ
เงินผันแปรตามมูลค่า 57 ล้านยูโร หรือ 20% จากเงินทั้งหมด
เม็ดเงินเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งสิ่งดึงดูดให้ทีมต่าง ๆ อยากทำผลงานให้ดีเพื่อผ่านเข้ารอบมาเล่นในให้ได้ เพราะจำนวนเงินมหาศาลเหล่านี้จะทำให้สโมสรทั้งหลายสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาทีม เช่น ซื้อนักเตะ นำไปลงทุนสร้างสนามซ้อม หรือการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในสโมสร

เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าทีมขนาดเล็กหรือทีมที่ไม่ได้อยู่ในลีกชื่อดังของยุโรปจะมีมุมมองในเชิงบวกมากในเรื่องการเพิ่มการแข่งขันจาก 2 เป็น 3 ระดับ ที่จะทำให้ทีมของพวกเขานอกจากจะได้เป็นที่รู้จักสำหรับแฟนบอลผ่านการแข่งขันแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักเตะได้แสดงผลงานในรายการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลถึงการซื้อขายนักเตะเพื่อทำเงินเข้าสโมสรในอนาคตได้ รวมไปถึงในเรื่องของรายได้ที่ได้มาจากการถ่ายทอดสดและลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ที่ทีมเหล่านี้จะได้รับ
ซึ่งทีมขนาดเล็กบางทีมก็อาจไม่ได้เน้นไปที่ผลการแข่งขันอย่างเดียว อย่างที่เราเคยเห็นกันในช่วงการจับฉลากบอลถ้วยในประเทศต่าง ๆ ที่ทีมขนาดเล็กเหล่านี้ต่างดีใจและฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงเมื่อทราบผลการจับฉลากว่าจะได้พบกับทีมยักษ์ใหญ่ เพราะพวกเขารู้ดีว่าจะเพิ่มโอกาสทำรายได้เข้าสู่ทีมจากปัจจัยต่าง ๆ
ส่วนในมุมมองของทีมขนาดใหญ่ การที่เพิ่มจาก 2 เป็น 3 ระดับนั้นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนักกับทีมเหล่านี้ เพราะทีมขนาดใหญ่เหล่านี้ก็มองไปถึงการเล่นถ้วยที่ใหญ่ที่สุดเป็นหลักอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าพวกเขาต้องมาเล่นในถ้วยเล็กจริง ๆ ก็ถือว่าได้ลองใช้นักเตะจากทีมชุดเล็กในรายการเหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานักเตะของทีมตัวเองไปด้วยในตัว
แบบอย่างที่ดีของเอเชีย ?

สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี (AFC) ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่นำรูปแบบการแข่งขันฟุตบอลยุโรปมาใช้ เนื่องจากเป็นทวีปที่ใหญ่และมีประเทศมากมาย
ปัจจุบัน เอเอฟซีก็แบ่งฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์ทวีปเอเชียเป็น 3 ระดับเช่นกัน ประกอบด้วย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลีท, เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทู และ เอเอฟซี แชลเลนจ์ลีก โดยเพิ่งแบ่งเป็น 3 ถ้วย เมื่อฤดูกาล 2024-25 นี้เอง ส่วนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป
แหล่งอ้างอิง
https://bleacherreport.com/articles/2819840-uefa-champions-league-explained-how-the-tournament-works
https://bleacherreport.com/articles/2820025-uefa-europa-league-explained-how-the-tournament-works
https://www.uefa.com/uefaeuropaconferenceleague/news/0264-10fe90612aa3-37b2bc77f89e-1000--uefa-europa-conference-league-what-is-it-how-does-it-work-w/
https://editorial.uefa.com/resources/0277-158b0bea495a-ba6c18158cd3-1000/20220704_circular_2022_47_en.pdf
http://www.sportsvalue.com.br/wp-content/uploads/2018/06/SportsValue-UEFA-Champions-League-May-2018-EN.pdf
https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-9996857/Europa-Conference-League-Format-watch-Tottenham-knockout-dates-odds.html
https://editorial.uefa.com/resources/0275-151e2b400998-1bf6ada88c53-1000/en_ln_uefa_budget_2022-2023.pdf
https://swissramble.substack.com/p/uefa-competitions-202526-guaranteed
https://www.football-coefficient.eu/money/