FEATURE

มันมีสตอรี่ : 10 เกมปรีซีซั่นที่ชาวไทยลืมไม่ลงเมื่อมีสโมสรจากอังกฤษมาเยือน | Main Stand



อังกฤษกับประเทศไทยนั้นมันไกลกันเหลือเกิน ทำให้คอฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่อยากไปดูสด ๆ ถึงสนามต้องพกเงินร่วมแสนเพื่อความฝันสักครั้งในชีวิต ... หลายคนอยากไปแต่งบไม่ถึง และนั่นคือเหตุผลที่พวกเราเฝ้ารอช่วงปรีซีซั่นกันอย่างใจจดใจจ่อ

 


ก่อนหน้าที่โควิดจะมาเยือน ประเทศไทยเป็น 1 ในเป้าหมายที่สโมสรจากพรีเมียร์ลีกจะเดินทางมาเตะโชว์ตัวกันอยู่เสมอ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าพวกเขาไม่ได้จัดเต็ม 100% เหมือนแข่งในเกมลีกจริง ๆ แต่ความฟินในการได้เห็นนักเตะที่เราชื่นชอบ เห็นทีมที่รักแค่นี้ก็เป็นความทรงจำดี ๆ ได้แล้ว

และวันนี้เราจะลองย้อนกลับไปดูช่วงเวลาประทับใจของแฟนบอลชาวไทยที่ได้เห็นทีมจากพรีเมียร์ลีกมาเยือนบ้านเรา

มีแมตช์ไหนบ้างที่มีไฮไลต์เด็ด ๆ จนกลายเป็นความทรงจำที่ไม่รู้ลืมกันบ้าง ติดตามกันได้เลยที่นี่กับ Main Stand 

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ทีมชาติไทย ปี 2001

นี่เป็นแมตช์ที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเมืองไทยนับคืนนับวันรอเลยก็ว่าได้ เพราะช่วงปลายยุค 90s ถึงต้นยุค 2000s ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สโมสรนี้ประกาศตัวเป็นทีมเบอร์ 1 ของเกาะอังกฤษ และเพิ่งคว้าทริปเปิลแชมป์มาได้ในปี 1999 มาสด ๆ หมาด ๆ และเกมอุ่นเครื่องนัดนี้เรียกได้ว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จัดเต็มไม่มีกั๊ก นักเตะสตาร์ดังอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์, นิคกี้ บัตต์, รอย คีน, พอล สโคลส์ นอกจากนี้ยังมี 2 คนที่เพิ่งซื้อมาใหม่อย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย และ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ลงสนามในเกมนี้ด้วย 

แมตช์นี้บอกเลยว่าสนามราชมังคลากีฬาสถานแตกทะลักเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แค่คอบอลนอกเท่านั้น คอบอลไทยก็มากันเยอะไม่แพ้กันเพราะทีมชาติไทยยุคนั้นเรียกว่า ยุคดรีมทีม ที่มี "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นกัปตันทีม พร้อมแข้งขวัญใจคอบอลไทยยุคนั้นอย่าง ตะวัน ศรีปาน, ดุสิต เฉลิมแสน, ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล, อนุรักษ์ ศรีเกิด, สุรชัย จิระศิริโชติ ,นิเวศ ศิริวงศ์ เป็นต้น 

เมื่อเกมเริ่มขึ้น ทุกอย่างที่เคยได้เห็นแต่ในโทรทัศน์ก็ปรากฏต่อสายตาแฟนบอลชาวไทย การวางเท้าเปิดบอลแบบซิกเนเจอร์ของเบ็คแฮม, การลากเลื้อยของ ไรอัน กิ๊กส์ ในวัยหนุ่มที่ไม่มีใครเอาอยู่, การชิ่งเร็วทะลุช่องแบบเหนือชั้น, การครอสริมเส้นและให้ 2 กองหน้าอย่าง ดไวท์ ยอร์ค และ แอนดี้ โคล เข้าฮอร์ส, การยิงไกลของ พอล สโคลส์ หรือแม้การเตะลูกแบบ "ราโบน่า" ที่สมัยก่อนหาดูไม่ได้ง่าย ๆ จาก เวรอน 

จบเกมนั้น ยูไนเต็ด ชนะไป 2-0 จากประตูของ กิ๊กส์ และ ยอร์ค ส่วนทีมชาติไทยก็สู้ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ความเฉียบขาดต่างกันเยอะ แม้จะวูบวาบแต่ก็หาจังหวะจบจัง ๆ ไม่ได้สักที 

นี่คือหนึ่งในเกมปรีซีซั่นของสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่แฟนบอลไทยนึกถึงอยู่เสมอ แม้กระทั่งทุกวันนี้เราก็ยังได้เห็นเพจเฟซบุ๊กหรือช่องยูทูบหลายช่องยังคงรีรันเอาไฮไลต์เกมนี้มาโพสต์อยู่บ่อย ๆ และยอดไลก์ยอดแชร์ก็ถล่มทลายทุกครั้งไป 

 

ลิเวอร์พูล vs ทีมชาติไทย ปี 2013

ลิเวอร์พูล ในยุคนั้นเป็นยุคของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่เข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกแบบสุด ๆ แต่ก็ต้องผิดหวังจากความผิดพลาดช่วงโค้งสุดท้ายจนเสียแชมป์ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป อย่างไรก็ตามทีมชุดนั้นก็ถือว่าเป็นทีมที่สร้างความสุขและความหวังให้แฟนหงส์แดงทั่วโลกก็ว่าได้ โดยเฉพาะการทำงานของ 5 แข้งเกมรุกอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, แดเนี่ยล สเตอริดจ์, หลุยส์ ซัวเรซ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นดารานำ 

ขณะที่ทีมชาติไทยนั้นเป็นการเตรียมทีมก่อนลุยศึกซีเกมส์ นำโดยนักเตะอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ สมัยที่ยังเป็นดาวรุ่งพร้อมด้วยกลุ่มแข้งอายุน้อยฝีเท้าดีอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และ ปกเกล้า อนันต์ โดยมีพี่ใหญ่อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน คอยคุมเชิง 

เกมนั้นไทยสู้ไม่ได้ตามระเบียบ ลิเวอร์พูลยุคนั้นยังคงร้อนแรง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ยาร์โก้ อาสปาส และ เจอร์ราร์ด ยิงคนละลูกให้หงส์แดงเอาชนะไป 3-0 หลังเกมนั้นมีเรื่องราวน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ เจอร์ราร์ด ชื่นชมการเล่นของ ชนาธิป เป็นอย่างมาก จนถึงขั้นกวักมือเรียก "เมสซี่เจ" เพื่อขอแลกเสื้อที่ใช้แข่งในวันนั้นเลยทีเดียว 

ขณะที่อีกมุมหนึ่งแฟนหงส์แดงหลายคนก็ได้เห็นอาการของนักเตะอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ที่ไม่ค่อยยิ้มแย้มมากนัก เนื่องจาก ณ เวลานั้นเจ้าตัวมีข่าวจะย้ายทีมหนาหู ซึ่งก็เป็นสัญญาณบอกว่าเวลาของ ซัวเรซ กับ ลิเวอร์พูล ใกล้จะจบลงแล้ว และเมื่อเวลาผ่านไปจากนั้นไม่นาน ซัวเรซ ก็ย้ายออกจากลิเวอร์พูลไปจริง ๆ 

 

อาร์เซน่อล vs ทีมชาติไทย ปี 1999

ถ้า ยูไนเต็ด คือเบอร์ 1 ของ อังกฤษ ณ ช่วงปลายยุค 90s อาร์เซน่อล ก็ต้องเป็นไม้เบื่อไม้เมาและคู่แข่งเบอร์ 1 ของทีมปีศาจแดงชุดนั้นอย่างแน่นอน ทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ขนมาเจอกับทีมชาติไทยนั้นต้องบอกว่าไม่ธรรมดา กลุ่มแเข้งระดับหัวแถวอย่าง มาร์ค โอเวอร์มาร์ส, นิโคล่าส์ อเนลก้า,เอ็นวานโก้ คานู, เฟดริก ลุงเบิร์ก และ ปาทริค วิเอร่า มากันพร้อมหน้าเลย ขณะที่ทีมชาติไทยยังเป็นยุคดรีมทีมที่นำโดย เศกสรรค์ ปิตุรัตน์, อนุรักษ์ ศรีเกิด, ดุสิต เฉลิมแสน และ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง 

เหนือสิ่งอื่นใดคือเกมนี้ทีมชาติไทย สามารถเอาชนะ อาร์เซน่อล ชุดสุดจี๊ดไปได้ 4-3 และแต่ละประตูจัดว่าคลาสสิกทั้งนั้น โดยเฉพาะการยิงของ เอ็นวานโก้ คานู ที่เป็นการยิงแบบ "คานูสไตล์" เล่นในที่แคบ ๆ ม้วนไปม้วนมาและยิงแบบเหนือชั้น โดย คานู ยิงไป 2 ลูก ขณะที่อีกประตูได้จากการกระโดดโหม่งจาก เอ็มมานูเอล เปอตีต์ 

ด้านทีมชาติไทยที่ยิงได้ถึง 4 ลูกมากจาก ธงชัย อัครพงษ์, เศกสรรค์ ปิตุรัตน์ และ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่เหมา 2 ในเกมนี้ 

 

นิวคาสเซิล vs ทีมชาติไทย ปี 2004

นิวคาสเซิล เคยมาไทยแล้วเมื่อช่วงปี 1996 ในยุคที่ อลัน เชียเรอร์ ยังเป็นดาวรุ่งและเจ้าของค่าตัวนักเตะแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ และหนนี้ปี 2004 เขากลับมาที่ไทยอีกครั้งในฐานะกัปตันทีมของทัพสาลิกาดง

นิวคาสเซิล ณ เวลานั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่ว่านักเตะแต่ละคนถือเป็น "คัลต์ฮีโร่" ของทีมทั้งสิ้น นอกจาก เชียร์เรอร์ แล้วยังมีทั้ง เชย์ กิฟเว่น, แกรี่ สปีด, โลรองต์ โรแบร์ต, โชล่า อเมโอบี้ และ ลี โบว์เยอร์ โดยในเกมนี้มีจำนวนผู้ชมเข้ามาในสนามมากกว่า 30,000 คนเลยทีเดียว

ในเกมนี้ทีมชาติไทยเป็นกลุ่มแข้งเลือดใหม่ทั้ง โกสินทร์ หทัยรัตนกุล (สินทวีชัย ปัจจุบัน), ดัสกร ทองเหลา, ศรายุทธ ชัยคำดี, ณรงค์ชัย วชิรบาล และ อิศวะ สิงห์ทอง เป็นต้น   

ทีมชาติไทยสู้ได้ดีจากการยิงนำของ "โจ้ 5 หลา" ศรายุทธ ชัยคำดี ขณะที่ครึ่งหลัง นิวคาสเซิล กลับมาตีเสมอเป็น 1-1 จากประตูของ ลี โบวเยอร์ ทำให้ต้องเล่นกันยาวถึงช่วงยิงจุดโทษ ซึ่งทีมชาติไทยชนะไปได้ 4-2 

นักเตะไทยยิงเข้า 4 จาก 5 คน ได้แก่ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, ดัสกร ทองเหลา, วรชัย สุรินสิริรัตน์ และ ศรายุทธ ส่วนคนที่ยิงไม่เข้าคือ อิศวะ สิงห์ทอง 

ขณะที่ นิวคาสเซิล นั้นยิงเข้าเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นได้แก่ โชล่า อเมโอบี้ และ มาร์ติน บริทเทน โดยมีคนที่ยิงไม่เข้า 2 คนคือ ลี โบว์เยอร์ และ เจมส์ มิลเนอร์ ในวัยละอ่อนนั่นเอง 

 

เชลซี vs สิงห์ออลสตาร์ 2015

เชลซี มาเยือนไทยในปี 2015 หลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาสด ๆ ร้อน ๆ นักเตะดังของทีมในเวลานั้นนำทัพโดย เอเด็น อาซาร์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, ปีเตอร์ เช็ค และ จอห์น เทอร์รี่ โดยมีภาพระดับไวรัลสุด ๆ หลายภาพในทริปเยือนไทยครั้งนั้น นั่นคือการนั่งเก้าอี้พลาสติกแบบเดียวกับที่ใช้ในร้านสตรีทฟู้ดต่าง ๆ หรือแม้แต่การตะลุย มาบุญครอง ห้างสรรพสินค้าที่ถือเป็นศูนย์รวมของร้านขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่าง ๆ

ขณะที่ทีมที่จะมาเจอไม่ใช่ทีมชาติไทยแต่เป็นทีม "สิงห์ออลสตาร์" นำโดย ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และ ธนบูณ์ เกษารัตน์ ขณะที่นักเตะต่างชาติในไทยลีกประกอบด้วย โช ชิโมจิ และ เคลตัน ซิลวา 

แม้ เชลซี จะหมุนเวียนนักเตะไม่น้อย แต่สุดท้ายก็สามารถเอาชนะไทยไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 โดยได้ประตูจาก โดมินิค โซลันกี้ ที่ ณ เวลานั้นอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานเจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล และ บอร์นมัธ ในปัจจุบัน 

 

ลิเวอร์พูล vs ทีมชาติไทย 2009 

ลิเวอร์พูล ในยุคที่เป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีกขนทีมมาไทยแบบไม่กั๊ก นักเตะแถวหน้าอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส ถือเป็นไฮไลต์ของทริปดังกล่าวเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมี ฮาเวียร์ มาสเชราโน, แดเนี่ยล แอ็กเกอร์, เดิร์ก เคาท์, ไรอัน บาเบล และ ลูคัส เลวา ส่วนผู้เล่นอื่น ๆ ประกอบไปด้วยนักเตะดาวรุ่งอีกหลายราย 

ขณะที่ทีมชาติไทยขนทีมชุดที่ดีที่สุดโดยมี ปีเตอร์ รีด เป็นกุนซือ และมีนักเตะอย่าง สุเชาว์ นุชนุ่ม, สุรัตน์ สุขะ, ณรงค์ชัย วชิรบาล, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, ดัสกร ทองเหลา, ธีรศิลป์ แดงดา 

ลิเวอร์พูล ได้ประตูจากจังหวะที่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ วางยาวจากแดนหลังให้ ไรอัน บาเบล วิ่งตัดจากซ้ายเข้ากลางไปเอาก่อนยิงหักข้อด้วยขวาสวนตัว โกสินทร์ หทัยรัตนกุล เข้าไป โดยถือเป็นประตูแรกของ “หงส์แดง” ในช่วงปรีซีซั่นอีกด้วย 

หลังจากนั้นในครึ่งหลังทีมชาติไทยได้ประตูตีเสมอจาก สุธี สุขสมกิจ ที่พาบอลขึ้นมาด้วยตัวเองก่อนจะทำชิ่ง 1-2 กับ ธีรศิลป์ แดงดา จนหลุดเข้าไปยิงสวนตัว ปีเตอร์ กูลาคชี และจบเกมไปด้วยสกอร์ดังกล่าว 

จังหวะเกมในวันนั้นสนุกเร้าใจ เพราะ ลิเวอร์พูล เปิดหน้าบุกใส่ตลอด มีโอกาสยิงหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะยิงของ ตอร์เรส ที่โดน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เซฟได้นั้น เรียกได้ว่าแฟนบอลชาวไทยถึงกับกรี๊ดกร๊าดกันถล่มทะลายเรียกได้ว่าถูกอกถูกใจกันไปตามระเบียบ 

 

แมนฯ ยูไนเต็ด vs สิงห์ออลสตาร์ 2013 

ปี 2013 แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเปลี่ยนแปลงยุคสมัยของพวกเขาเมื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไป และ เดวิด มอยส์ เข้ามาทำหน้าที่แทน โดยกลุ่มนักเตะดังในเวลานั้นที่นำทีมมาได้แก่ ไรอัน กิ๊กส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ไมเคิล คาร์ริค และที่ลืมไม่ได้เลยคือ แดนนี่ เวลเบ็ค ขณะที่ สิงห์ ออลสตาร์ ขนมาทั้งนักเตะไทยและนักเตะต่างชาติ นำโดย ธีรศิลป์ แดงดา, มาริโอ ยูรอฟกี้, ธีรเทพ วิโนทัย และ ดานโญ่ เซียก้า 

เกมนั้นมีตำนานเกิดขึ้นหลายบทและหลายมุมทั้งการเปิดตัว มอยส์, การใช้ชื่อนักเตะหลังเสื้อเป็นภาษาไทย, การใช้ดาวรุ่งอย่าง วิลฟรีด ซาฮา และ อัดนัน ยานาไซจ์ รวมไปถึงการตอกส้นออกหลังแบบงงทั้งสนามของ แดนนี่ เวลเบ็ค 

ขณะที่ฝั่ง สิงห์ ออลสตาร์ นั้นเอาชนะไปได้ 1-0 จากประตูของ ธีรเทพ วิโนทัย หลังจากยิงประตูได้เสียงโห่ลีซอดังทั้งสนามด้วยท่าทางการแสดงความดีใจที่ยียวนกวนประสาท ซึ่งทุกวันนี้ ดานโญ่ เซียก้า ยังแซวจังหวะยิงเข้าและดีใจของ ลีซอ ลูกนั้นอยู่เลย 

 

แมนฯ ซิตี้ vs ไทยลีกออลสตาร์ 2008

แมนฯ ซิตี้ ในยุค สเวน โกรัน อีริคสัน ที่นำทัพมาด้วยนักเตะใหม่ที่เพิ่งจะย้ายมาร่วมทีมได้แก่ วาเลรี่ โบยินอฟ, มาร์ติน เปตรอฟ, ดาริอุส วาสเซลล์ และ ดีทมาร์ ฮามันน์ นอกจากนี้ยังมีนักเตะดาวรุ่งอย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิล, เบน มี และ คีแรน ทริปเปียร์ ติดทีมชุดนั้นมาด้วย 

แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของ เฟลิเป้ ไคเซโด้ (ปัจจุบันเป็นกองหน้าของ ลาซิโอ) ก่อนที่ทีมไทยลีกออลสตาร์จะโชว์ของด้วยการไล่ยิงคืนทีเดียว 3 เม็ดรวด ให้เป็นฝ่ายเอาชนะไป 3-1 โดยได้ประตูจาก เนย์ ฟาเบียโน่, ตะวัน ศรีปาน และ ธนา ชนะบุตร 

ความคลาสสิกของเกมนี้คือนักเตะไทยอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ที่เป็น 1 ในนักเตะสังกัดของ แมนฯ ซิตี้ ได้ลงสนามให้กับเรือใบสีฟ้าในเกมดังกล่าวด้วย โดยเจ้ามุ้ยเกือบจะทำประตูได้จากการโหม่งบอลจากลูกเปิดของ เปตรอฟ น่าเสียดายที่ถูกกรรมจับเป็นลูกฟาวล์เสียก่อน แต่นาทีนั้นได้เห็นคนไทยลงเล่นในทีมเดียวกับนักเตะพรีเมียร์ลีกก็ถือว่าน่ายินดีแล้ว แม้จะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องก็ตาม 

 

ลีดส์ vs กรุงเทพ 11 ปี 2002 

นาทีนั้น ลีดส์ ยูไนเต็ด ถือเป็นหนึ่งในทีมระดับหัวแถวของพรีเมียร์ลีกเลยก็ว่าได้ นักเตะดังมากันพร้อมหน้า "กลุ่มเด็กนรก" นำทัพโดย แฮร์รี่ คีลล์, ลี โบว์เยอร์, อลัน สมิธ, มาร์ค วิดูก้า, ร็อบบี้ คีน, เอริค บัคเค่ และ เอียน ฮาร์ท 

ในเกมนั้นมีจังหวะที่ อลัน สมิธ เดือดดาลไล่เตะคนหนึ่งจนถึงขั้นที่ เทอร์รี่ เวนาเบิลส์ กุนซือต้องเปลี่ยนตัวออกในทันทีเลย นอกจากนี้ยังมีจังหวะประตูสวย ๆ จาก เอริค บัคเค่ และ ร็อบบี้ คีน ที่จัดให้คนละเม็ด และเอาชนะ Bangkok XI หรือใช้ชื่อว่า "กรุงเทพ 11" ที่หลัก ๆ แล้วเป็นตัวทีมชาติไทยทั้งนั้น โดยได้ประตูตีไข่แตกจาก เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง 

เกมนั้นถือเป็นครั้งสุดท้ายที่ ลีดส์ มาเยือนไทย เพราะหลังจากนั้นไม่กี่ปีพวกเขาก็ประสบปัญหาทางการเงินจนต้องตกชั้น และกว่าจะใช้เวลากลับมาเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งก็ต้องรอถึง 16 ปี เลยทีเดียว ... อย่างน้อย ๆ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของแฟนบอลชาวไทยที่ได้เห็น ลีดส์ ชุดเด็กนรกมาในชุดฟูลทีมเช่นนี้

 

เอฟเวอร์ตัน vs เลสเตอร์ 2014

เกมดังกล่าวถือเป็นเกมปรีซีซั่นต่างแดนที่ 2 ทีมจากลีกอังกฤษมาแข่งและเจอกันเองโดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีผู้สนับสนุนเป็นคนไทยเหมือนกัน โดย ณ เวลานั้น เลสเตอร์ ยังคงเป็นทีมระดับเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ที่เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาแบบสด ๆ ร้อน ๆ 

เอฟเวอร์ตัน ของกุนซือ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ (ปัจจุบันคุมทีมชาติเบลเยียม) นำทัพโดยนักเตะอย่าง เลห์ตัน เบนส์, แกร์เรธ แบร์รี่, ลีออน ออสมัน, จอห์น สโตนส์ และ สตีเวน พีนาร์  

ขณะที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าเป็นชุดที่เป็นปฐมบทแห่งแชมพรีเมียร์ลีกในอีกไม่กี่ปีต่อมาเลยก็ว่าได้ เพราะเต็มไปด้วยนักเตะแกนหลักชุดแชมป์อย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิล, เวส มอร์แกน, แดนนี่ ดริงก์วอเทอร์, ริยาด มาห์เรซ, เลโอนาร์โด้ อูยัว และที่สำคัญที่สุดคือ เจมี่ วาร์ดี้ ก็เดินทางมาด้วย เพียงแต่ยังไม่มีแฟนบอลไทยรู้จักพวกเขามากมายนัก 

เกมดังกล่าวเป็นชัยชนะของ เลสเตอร์ 1-0 โดยได้ประตูจาก แกรี่ เทย์เลอร์ เฟล็ตเชอร์ โดยผู้บรรยายเกมลงเว็บไซต์ ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ ได้เขียนรายงานว่า "นี่คือเกมที่ เจมี่ วาร์ดี้ ไล่บี้พวกเราครั้งแล้วครั้งเล่า ความเร็วของเขาจะทำให้ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกต้องเจอปัญหาแน่" 

ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ มาจนกระทั่งทุกวันนี้ 
 



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x