
“โดยฐานะทางสังคม พี่นริสเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน ขณะที่พวกผมเป็นแค่มนุษย์เงินเดือน แต่แกไม่ถือตัวและเป็นกันเองกับพวกเรามาก ทุกครั้งที่มีการประชุมดับเบิลยูบีซี เอเชีย ถึงเวลาพัก แกจะมานั่งกินข้าวกล่องกับพวกเรา”
นี่คือคำบอกเล่าจากปากคนใกล้ชิด ถึงเจ้าของฉายา “พ่อพระวงการมวย” ของ นริส สิงหวังชา ที่ไม่ได้รับฉายานี้มาเพราะโชคช่วยหรือมาจากคำเยินยอของผู้หวังผลประโยชน์จากตัวเขา
หากแต่ได้มาเพราะการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับคนในวงการมวยทั้งไทยและต่างประเทศโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ผลแห่งการทำความดีทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากหลายองค์กร ยกตำแหน่งสำคัญให้ทำหน้าที่บริหารจัดการ โดยเฉพาะในวงการมวยก็นับกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว
นี่ยังไม่รวมการช่วยเหลือในต่างประเทศ เขาเป็นบุคคลทรงคุณค่าในวงการมวยฟิลิปปินส์ ถึงขนาดยกให้เขาเป็นแขกวีไอพี ออกตั๋วฟรีให้ตลอดชีวิต สามารถเข้าชมรายการมวยได้ทุกศึกทุกรายการ ขณะที่ แมนนี่ ปาเกียว นักมวยซูเปอร์สตาร์คนดังก็ยังยินดีเปิดบ้านต้อนรับคนไทยที่ชื่อ นริส สิงหวังชา ทุกเวลา
เรื่องราวของเขายังมีแง่มุมที่น่าสนใจอีกเป็นพะเรอเกวียน โดยเฉพาะงานเพื่อสาธารณประโยชน์ในวงการมวยเมืองไทยที่ นริส ทำมานับไม่ถ้วน จนกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าชายผู้นี้คือ “ปูชนียบุคคลของกีฬามวย” อย่างแท้จริง

ทำไมต้องรู้จักเขา ?
นริส สิงหวังชา เกิดเมื่อต้นปี 2488 ปัจจุบันอายุ 77 ปี เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด หลังลืมตาดูโลกได้ไม่นานสันติภาพของโลกก็เกิดขึ้นเมื่อกองทัพญี่ปุ่นยอมเซ็นสัญญาสงบศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 บนเรือประจัญบานมิสซูรี่ของสหรัฐอเมริกา ในช่วงกลางปีนั้น
ทำให้ในเวลาต่อมาเขาจึงตั้งชื่อลูกชายคนเล็กว่า สันติ สิงหวังชา เป็นหนุ่มวิศวะ-จุฬา หน้าตาดี ที่สำคัญลูกชายคนเก่งของเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ถึงขนาดแต่งตำราเป็นวิทยาทานให้กับผู้สนใจมากมาย
นริส เรียนระดับมัธยมที่โรงเรียนสีตบุตรบำรุง ย่านรองเมือง ก่อนสำเร็จศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
เขาเริ่มต้นชีวิตวัยทำงานด้วยอาชีพเซลล์แมน แต่เมื่อทำได้สักระยะหนึ่งก็เลิกไป แล้วเปลี่ยนมาจับธุรกิจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของ “มหาชัยวิลล่า” บนเนื้อที่กว่า 180 ไร่ย่านมหาชัย จ.สมุทรสาคร
แม้จะสอบผ่านวิชาเสี่ยกลายเป็นคนรวยในเวลาอันรวดเร็ว แต่ด้วยนิสัยมัธยัสถ์ รู้จักอดออมประหยัด จึงไม่ชอบให้ใครใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่า “เสี่ย” เขาจึงเป็น “พี่นริส” ที่น่ารักของน้อง ๆ ในวงการมวยมาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน
ด้วยความที่ชอบมวยมาตั้งแต่เด็ก เขาเคยเข้าไปดูมวยที่เวทีราชดำเนินในชุดนักเรียน ค่าผ่านประตูยุคนั้นคือ 2-5 บาท (เจ้าตัวตอบจากความทรงจำ) ได้ดูยอดมวยไทยในตอนนั้นหลายคน อาทิ สมเดช ยนตรกิจ, อดุลย์ ศรีโสธร, ราวี เดชาชัย, สมพงษ์ เจริญเมือง ฯลฯ
นริส บอกว่ามวยไทยสมัยก่อนแตกต่างจากยุคปัจจุบันมาก สมัยก่อนมีแต่นักมวยตัวใหญ่ ๆ น้ำหนัก 140-150 ปอนด์ อย่าง พายัพ สกุลศึก, ศักดิ์น้อย ส.โกสุม เตะต่อยกันแต่ละทีเวทีสะเทือนเลือนลั่น ผิดกับปัจจุบันที่มีแต่นักชกรุ่นเล็กเต็มไปหมด
เขาเข้ามาสัมผัสวงการมวยอย่างเป็นทางการจากการเป็นเพื่อนรักของ นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ โปรโมเตอร์คู่บารมีของ เขาทราย แกแล็คซี่
โดย แชแม้ ชักชวนเข้ามาเป็นสปอนเซอร์โฆษณาหมู่บ้านมหาชัยวิลล่า ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้จัดการและโปรโมเตอร์
นริส ให้การสนับสนุน เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม จนกลายเป็นแชมป์โลกที่คนจดจำ เพราะบินไปคว้าตำแหน่งที่ประเทศญี่ปุ่น แต่แล้วชีวิตก็เล่นตลก เมื่อมีปัญหากับเพื่อนรักจนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งขึ้นในสื่อสิ่งพิมพ์แทบทุกฉบับอยู่หลายวัน

ความเสียใจและน้อยใจที่ถูกบางคนมองว่า “อ่อนประสบการณ์” ในวงการมวย ทำให้เขาหันเหไปสนับสนุนวงการมวยในต่างแดนแทน โดยโฟกัสไปที่ประเทศฟิลิปปินส์ ดินแดนที่มีนักมวยระดับคุณภาพมากมาย แต่หลายคนขาดโอกาสเหมือนนักมวยไทยจากพื้นฐานความยากจน เขาให้เงินสนับสนุนนักมวยฟิลิปปินส์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้พัฒนาตัวเองและจะได้ประสบความสำเร็จเหมือน แมนนี่ ปาเกียว
ปัจจุบัน นริส กลับคืนสู่วงการมวยเมืองไทยอีกครั้ง โดยคืนดีกับซี้เก่าอย่าง แชแม้ จนหลายคนเป็นงง ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนโกรธง่ายแล้วหายเร็วได้เพียงนี้
การกลับมาครั้งใหม่เขาได้รับแต่งตั้งจาก “ชาติซ้าย” สมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย หรือ PAT ให้ทำหน้าที่ประธานดูแลในส่วนของมวยสากลอาชีพ เป็นผู้อนุญาตนักมวยไทยเดินทางไปต่อยในต่างแดนอย่างถูกต้องตามกฎหมายมวย รวมทั้งยังเป็นประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย หรือ ABF (Asian Boxing Federation) เพื่อพัฒนาศักยภาพนักมวยในย่านอาเซียนอีกด้วย
นอกจากนี้ นริส สิงหวังชา ได้รับการต้อนรับจาก คณะกรรมาธิการควบคุมกีฬามวยของญี่ปุ่น หรือ JBC และได้รับหนังสือเชิญเป็นทางการจาก GAB หรือคณะกรรมาธิการควบคุมกีฬาของฟิลิปปินส์ (The Games and Amusement Board) ให้ไปชมมวยโลกคู่สำคัญในฐานะแขกวีไอพี แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นบุคคลวงการมวยระดับโลกอีกคนหนึ่งของเมืองไทย
คุณงามความดีที่ นริส สิงหวังชา ทำมาตลอดแก่วงการกำปั้น จึงทำให้เขาถูกรับเลือกให้คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ วันมวยไทย ประจำปี 2563 สาขา “ปูชนียบุคคลกีฬามวยดีเด่น” ซึ่งมอบให้เพียงปีละ 5 คนเท่านั้นที่จะเหมาะสมและคู่ควรกับรางวัลอันทรงเกียรตินี้
จุดแข็ง
นริส สิงหวังชา บอกว่า วงการมวยมีคำกล่าวยอดฮิตคือ ถ้าไม่สู้ก็ไม่มีรู้ชนะ สำหรับเขาก็เช่นกัน เขาบอกตัวเองเสมอว่าชีวิตคือการต่อสู้และไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย เขาต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ จากคนที่ไม่มีข้อมูลเรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เขาศึกษาหาความรู้จนกลายเป็นเจ้าของโครงการใหญ่ย่านมหาชัย
เรื่องการเล่นหุ้นก็เช่นเดียวกัน เขาใช้เวลาศึกษาเรื่องนี้อย่างอดทนจนกลายเป็น เจ้าพ่อหุ้น พร้อมกับสร้างทายาท สันติ สิงหวังชา จนกลายอาจารย์สอนเด็กรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องการเงินการลงทุน
ในเวลาต่อมาเขาเขียนหนังสือ นริส สิงหวังชา สอนเล่นหุ้น สไตล์ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ไม่มีอะไรเกินความพยายามของมนุษย์ หากว่าเราตั้งใจจริง
ผู้คนพูดถึงเขาอย่างไรบ้าง ?
“พี่นริสเป็นนักธุรกิจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่เก่งและเด็ดขาดคนหนึ่ง แต่ในวงการมวยแกเป็นพี่ชายที่น่ารักของน้อง ๆ”

“โดยฐานะทางสังคม พี่นริสเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน ขณะที่พวกผมเป็นแค่มนุษย์เงินเดือน แต่แกไม่ถือตัวและเป็นกันเองกับพวกเรามาก ทุกครั้งที่มีการประชุมดับเบิลยูบีซี เอเชีย ถึงเวลาพัก แกจะมานั่งกินข้าวกล่องกับพวกเรา”
“พี่นริสบอกผู้การโกวิท (พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ รองประธาน WBC คนที่ 1) ว่าไม่ต้องเตรียมอาหารพิเศษให้ ขอนั่งกินข้าวกล่องกับน้อง ๆ ระหว่างรับประทานอาหาร”
“พี่นริสจะเล่าประสบการณ์การทำธุรกิจของแก พร้อมกับบอกย้ำคำเดิมอยู่เสมอว่า ในขณะที่พี่ยังมีแรงอยู่ วงการมวยต้องการให้พี่ช่วยอะไรให้รีบบอก ถ้าทำได้พี่จะรีบลงมือทำทันที” มนตรี วีระประวัติ อดีตนายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ปัจจุบันเป็นประธานการประชุมจัดอันดับสภามวยแห่งเอเชีย (WBC ASIA) กล่าวถึงนายนริสอย่างชื่นชม
เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ
นริส สิงหวังชา ได้ชื่อว่าเป็นคนสร้างคนโดยแท้ เริ่มต้นจากบุตรชาย สันติ สิงหวังชา เขาให้อิสระด้านความคิดแก่ลูกจนกลายเป็นนักเก็งกำไรหุ้นระดับเซียน
ส่วนในวงการมวยเขาให้พื้นที่ภายในโครงการมหาชัยวิลล่า สร้างเวทีมวยให้คนวงการมวยจัดมวยไทยและมวยสากลมาเกือบ 10 ปี โดยมีเหตุผลหลัก ๆ คือต้องการให้คนวงการมวยมีรายได้และคนในพื้นที่ได้ดูรายการมวยดี ๆ
การให้การสนับสนุนนักมวยด้วยการใช้สีเสื้อ สิงห์วังชา โดยใส่ทัณฑฆาต ที่ตัว ห.หีบ นอกจากไม่ให้เหมือนนามสกุล สิงหวังชา (สิง-หะ-วัง-ชา) แล้ว คำว่า สิงห์ ในวงการมวยถือเป็นสัตว์มงคลที่จะนำพาความสำเร็จมาให้นักมวยที่ใช้ชื่อค่ายอีกด้วย

นักมวยสากลอาชีพที่ใช้สีเสื้อ สิงห์วังชา ในเวลาต่อมา กลายเป็นแชมป์โลกที่คนไทยรู้จักดี ไม่ว่าจะเป็น ศิริมงคล, พงษ์ศักดิ์เล็ก, วันดี และ เด่นเก้าแสน ขณะที่ เฉลิมพล หรือ คนตัวลาย กลายเป็นเสือกลับใจหลังใช้สิงห์วังชา เขากลายเป็นแชมป์มวยสากลสถาบันย่อยหลายเส้น ปัจจุบัน ครูเอ็ม มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย กลายเป็นคนดีของสังคมอย่างน่าชื่นชม
นอกจากนี้ นริส ยังให้การสนับสนุนนักมวยฟิลิปปินส์ที่มีแวว โดยขอแค่ติดพะยี่ห้อ สิงห์วังชา ไว้ที่หลังเสื้อคลุมและกางเกงมวยที่จะสวมขึ้นชกเท่านั้น ปรากฏว่านักมวยดาวรุ่งอย่าง มาร์ลอน ทาปาเลส กลายเป็นแชมป์แบนตั้มเวต WBO ด้วยการบุกมาน็อก ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่ ถึงเมืองไทยในยกที่ 11 ขณะที่ เรย์ ลอเรโต้ คว้าแชมป์ไลท์ฟลายเวต IBO ก่อนบินมาชิงแชมป์มินิมัมเวต WBA แพ้คะแนนน็อกเอาค์ ซีพีเอฟ อย่างน่าดูชม
ความรู้สึกที่ได้รับรางวัล และมุมมองต่อวงการมวย
“ขอบคุณสํานักงานคณะกรรมการกีฬามวยและการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มอบรางวัลทรงคุณค่าให้กับผม โทรฟี่นี้จะเป็นกำลังใจให้ผมทำความดีเพื่อวงการมวยต่อไป”
“ผมเข้ามาสัมผัสวงการมวยมาแล้วหลายสิบปี เห็นความลำบากของนักมวยแล้วผมอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ยิ่งช่วงนี้โควิด-19 ยังระบาดไม่หยุด นักมวยยิ่งลำบากเพิ่มขึ้นไปอีก นักมวยที่กำลังชกอยู่”
“ผมฝากความหวังไว้ที่บรรดาโปรโมเตอร์ให้ช่วยขึ้นรายการให้พวกเขาอย่างทั่วถึง ส่วนนักมวยเก่าที่เลิกมวยไปแล้วก็สามารถติดต่อเข้ามาที่ผม ผมจะหยิบยื่นความช่วยเหลือตามกำลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ”
“ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าวงการมวยยังอยู่ในวิกฤตเรื่องรายได้ นักมวยปัจจุบันรวมทั้งผู้ทำมาหากินในวงการมวยมีรายได้ลดลง ขณะที่นักมวยเก่าดูน่าเป็นห่วงมากกว่า”

“บางคนแทบไม่มีรายได้ ผมในฐานะประธานกองทุนสิงหวังชา เพื่ออดีตแชมป์โลกชาวไทยและประธานกองทุนสิงห์วังชา เพื่อนักมวยเก่า จึงระดมเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือนักมวยเก่า ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้นักมวยเก่าเหล่านี้ครับ”
“ที่ผ่านมาผมมอบเงินช่วยเหลืออดีตแชมป์โลกชาวไทย 4 สถาบัน (WBC-WBA-IBF-WBO) ที่แขวนนวมไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปีเป็นประจำทุกเดือนเดือนละ 3,000 บาท จำนวน 27 คน รวมทั้งอดีตแชมป์โลกฟิลิปปินส์ อีก 20 กว่าราย ตอนนี้ได้เพิ่มหมวดของนักมวยเก่าเข้ามาด้วย นักมวยเก่าคนใดมีความประสงค์จะขอรับทุนช่วยเหลือให้ติดต่อมาที่ผมนะครับ” นริส กล่าว