FEATURE

เร็วคับสนาม เท่คับโลก : การเปลี่ยนแปลงยุคสมัย MotoGP ของ วาเลนติโน รอสซี่ | Main Stand



วาเลนติโน่ รอสซี่ นักบิดอัจฉริยะเจ้าของฉายา "เดอะ ด็อกเตอร์" ได้อำลาวงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังสร้างทั้งประวัติศาสตร์และสีสันมากมายตลอดอาชีพของเขา


 

ยิ่งกว่าเป็นแชมป์ คือการสร้างอิมแพ็กต์ครั้งใหญ่ที่สุดของวงการ 2 ล้อ ที่แม้กระทั่งคนไม่ดูมอเตอร์ไซค์แข่งก็ยังต้องรู้จักชื่อ

ติดตามเรื่องราวของชายผู้เปลี่ยนการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ไปตลอดกาลได้ที่นี่กับ Main Stand

 

อิตาเลี่ยนสายบิด

มอเตอร์สปอร์ตก็เหมือนกับกีฬาชนิดอื่น ๆ ทั่วโลก ที่หากคุณอยากจะเป็นคนเก่งกว่าใคร การได้ฝึกตั้งแต่อายุยังน้อยถือเป็นความได้เปรียบที่จะทำให้ยกระดับตัวเองได้เร็วยิ่งกว่าเดิม 

อย่างไรก็ตามความยากและความแตกต่างในส่วนของรายละเอียด คือการที่มอเตอร์ไซค์อาจจะไม่เหมาะกับเด็กอายุน้อย ๆ มากนัก โดยเฉพาะในมุมของผู้ปกครองบางคน เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเจ็บตัวจากการล้มหรือการชน ซึ่งด้วยความเร็วของรถ อาจจะทำให้มีโอกาสบาดเจ็บยิ่งกว่ากีฬาชนิดอื่น ๆ หากไม่มีการเซฟตี้ที่ถูกวิธี ดังนั้นจะต้องเป็นครอบครัวที่ "รักในความเร็ว" จริง ๆ เท่านั้น จึงจะมอบโอกาสให้ลูก ๆ ของพวกเขาลองขี่มอเตอร์ไซค์ให้ลมปะทะหน้าตั้งแต่อายุน้อย ๆ  และ วาเลนติโน รอสซี่ คือหนึ่งในนั้น

รอสซี่ เกิดในครอบครัวของนักบิดตัวยง พ่อของเขา "กราเซียโน่" เคยเป็นอดีตนักแข่งอาชีพมาก่อน แม้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายนัก แต่ความระห่ำของพ่อก็ส่งผ่านมาทาง DNA ทำให้ รอสซี่ ชอบขี่รถมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ยังเด็ก ได้ลงสนามจากการติดสอยหอยตามพ่อของเขา แม้ว่าผู้เป็นแม่จะคอยห้ามปรามตลอดเวลาเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย  

อย่างไรก็ตามความชอบเป็นสิ่งที่ห้ามกันได้ยาก รอสซี่ เล่าว่าการได้เห็น ได้ยิน และได้สัมผัส ทำให้เขาเริ่มเปลี่ยนความรู้สึกจากความชอบกลายมาเป็นความคลั่งไคล้ในมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่จำความได้ ... ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเขาได้แสดงมันออกมาในสนามแข่งและทำให้แม่ของเขายอมใจจนได้ 

แรกเริ่มด้วยความที่แม่เป็นห่วง เขาจึงเริ่มต้นจากการขับโกคาร์ทก่อน แต่คนอย่าง รอสซี่ นั้นเป็นประเภทที่ถ้าไม่เร็วก็ไม่ถึงใจ เขาชนะการแข่งโกคาร์ทระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับประเทศมาแล้วมากมาย เขาฝันไปไกลถึงขั้นเป็นนักขับรถแข่งรถฟอร์มูล่าวันเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อชนะมากขึ้นเรื่อย ๆ การยกระดับในช่วงที่เขายังไม่ดังก็ยากโข เพราะการจะไปให้สุดในโลกสี่ล้อนั้นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย และมันดูมากเกินไปที่ครอบครัวของเขาจะสนับสนุนไหว

เขาคิดว่าในเมื่อเขาเร็วด้วยรถยนต์ไม่ได้ เขาก็จะเร็วด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เงินน้อยกว่าแทน และนั่นทำให้พ่อของเขายิ้มแก้มไม่หุบเพราะลูกชายจะตามรอยของตัวเองแล้ว การถ่ายทอดวิชาจึงเริ่มขึ้น จากนั้น มอเตอร์ไซค์ ก็พาเขามาไกล ... เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด 

"ความจริงแท้แน่นอนคือการที่ผมมีความหลงใหลเกี่ยวกับความเร็วมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ว่าจะรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ผมก็รักมันทั้งนั้น ย้อนกลับไปตอนจำความได้ ผมเคยฝันจะเป็นนักขับฟอร์มูล่าวันนะ แต่เมื่อได้จับมอเตอร์ไซค์คันแรกผมก็เลือกได้ทันทีว่า ความเร็วแบบ 2 ล้อนี่แหละที่มันกระแทกใจผมที่สุด" รอสซี่ กล่าว

ปี 1996 รอสซี่ เริ่มแข่งขันในระดับโลกครั้งแรกกับรุ่น 125 cc ตอนนั้นเขาอายุแค่ 17 ปี เท่านั้น มันเป็นธรรมดาของช่วงวัยรุ่นที่จะยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะความนิ่งยังไม่มี บางสนามก็เร็วเหมือนกับจรวด เข้าโค้งไหนก็สวย เร่งความเร็วตอนไหนก็ถูกจังหวะไปหมด แต่บางสนามบทจะหลุดก็หลุดมันเสียดื้อ ๆ แต่นั่นถือเป็นการเรียนรู้อันจะมีค่าเมื่อเขาโตขึ้น 

1 ปีให้หลัง รอสซี่ คว้าแชมป์ได้สำเร็จ ก่อนขยับไปรุ่น 250 cc จากนั้นความเร็วก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อม ๆ กับความสำเร็จ เขาได้แชมป์โลกอีกครั้งในปี 1999 และขยับไปรุ่น 500 cc ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่ที่สุดในปี 2000 ทันที แล้วในปี 2001 เขาก็คว้าแชมป์โลกรุ่นนี้ได้อีก

แต่ยัง ... ยังไม่จบแค่นั้น

ในช่วงเวลานั้นถือเป็นยุคสมัยที่การแข่งขันมอเตอร์ไซค์กำลังเปลี่ยนแปลง จากการแข่งระดับ 500 cc กับรถ 2 จังหวะ ที่เคยเร็วและแรงที่สุด ได้เปลี่ยนเข้ามาเป็นยุคของ โมโตจีพี (MotoGP) ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ รอสซี่ รับสาส์นท้าดวลนั้น ด้วยการคว้าแชมป์โลก MotoGP ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้าแข่งขัน นั่นทำให้เขากลายเป็นนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์คนแรกที่คว้าแชมป์โลกได้ถึง 4 รุ่น ตั้งแต่รุ่น 125 cc, 250 cc, 500 cc จนถึง MotoGP

นอกจากนี้เขายังเคยได้แชมป์โลกรุ่นใหญ่กับ 2 ค่ายรถ ทั้ง ฮอนด้า และ ยามาฮ่า รวมถึงคว้าแชมป์โลกแบบต่อเนื่องกับรถต่างค่ายอีกด้วย

รอสซี่ เข้าขั้นไร้เทียมทานไปแล้ว  

 

เดอะ ด็อกเตอร์

ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ฉายาของเขาเริ่มปรากฏ ... "เดอะ ด็อกเตอร์" ชื่อนี้ถูกเรียกโดยสื่อ ซึ่งมีที่มาจากวัฒนธรรมของชาวอิตาลี พ่อของเขาเริ่มเรียก รอสซี่ ด้วยฉายานี้ และอธิบายเหตุผลว่า "ที่ อิตาลี คำว่า เดอะ ด็อกเตอร์ จะถูกใช้เรียกใครสักคนที่คุณเคารพ และผมก็คิดว่าลูกชายของผมจะกลายเป็นนักแข่งที่น่าเกรงขามและน่าเคารพในอนาคต" 

รอสซี่ ชอบฉายานี้มาก และตัดสินใจเปลี่ยนฉายา จากที่ใช้ชื่อ "รอสซี่ฟูมิ" (ฟูมิ มาจากชื่อของ โนริฟูมิ อาเบะ นักแข่งชาวญี่ปุ่น อันเป็นอีกคนที่เจ้าตัวชื่นชอบ) ในช่วงเข้าวงการใหม่ ๆ มาเป็น "เดอะ ด็อกเตอร์" เรื่อยมา 

ในตอนแรกมีแต่เขาและคนรอบข้างที่เรียกเขาว่า "เดอะ ด็อกเตอร์" จนกระทั่งผลงานของ รอสซี่ เอกอุขึ้นมาในเวทีระดับโลก ทุก ๆ คนก็เรียกเขาด้วยชื่อนี้อย่างเต็มปาก จากการฝากวีรกรรมระดับตำนานไว้มากมายที่เปลี่ยนแปลงโลกแห่งความเร็ว 2 ล้อไปตลอดกาล 

การที่นักกีฬาแข่งมอเตอร์ไซค์จะดังคับโลกได้ แค่เร็วและชัยชนะอย่างเดียวอาจไม่พอ เขาต้องมีคาแร็กเตอร์หรือจุดพิเศษบางอย่างที่บ่งชี้ว่าเขาต่างจากคนอื่น ๆ ที่ต่อให้ในสนามแข่งจะมีรถ 20-30 คัน และนักกีฬาทุกคนสวมหมวกกันน็อกแต่คนดูก็ยังรู้ว่า "คันนี้ไง รอสซี่" 

รอสซี่ ถูกจำผ่านสไตล์การขับขี่ที่ละเอียดยิบ ครอบคลุมทุกพื้นที่สนาม เก็บรายละเอียดพร้อมสรรพ ที่ผ่านการวางแผนในหัวตลอดเวลา เหมือนคุณหมอประสบการณ์สูงที่กำลังจะเข้าผ่าตัดคนไข้ที่อาการร่อแร่ แต่คุณหมอผู้มีประสบการณ์คนนี้ทำการบ้านมาอย่างหนัก รู้จักอวัยวะทุกจุด และเมื่อเขาลงมือผ่าตัดก็ใช้เวลาไม่นานนักและผลก็ออกมาเนียบกริบ ทั้งความสวยงามของแผล และที่สำคัญคือผลลัพธ์ของการรักษาที่สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

"สิ่งสำคัญของการเป็นนักแข่งคือคนต้องเป็นหนึ่งเดียวกับรถ คุณต้องรู้ว่ารถของคุณทำอะไรได้บ้าง ผมชอบเปรียบเทียบรถกับผู้หญิง ถ้ารู้ใจอะไรก็ง่าย ผมรู้ที่ผมพูดแบบนี้มันอาจจะฟังดูงี่เง่า แต่เชื่อเถอะว่านี่คือความจริงจากใจของผมเลย" รอสซี่ กล่าวถึงที่มาของการเป็น เดอะ ด็อกเตอร์ ที่เน้นการเป็นหนึ่งเดียวกับรถและศึกษาการแข่งขันอย่างละเอียดเสมอ 

เรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับที่ อเล็กซ์ บริกส์ อดีตช่างคู่ใจของเขาที่บอกว่า หากวันใดที่ทุกอย่างเป็นใจและเขาเป็นหนึ่งเดียวกับรถและรู้ทุกจุดในสนาม เมื่อนั้น รอสซี่ โหมดพระเจ้าก็จะปรากฏตัว 

"จะให้ผมอธิบายถึงรอสซี่ ผมคงต้องบอกว่ามันเหมือนกับคุณกำลังเปรียบเทียบคนกับคอมพิวเตอร์ มันเหมือนว่าสมองของเขามีฮาร์ดดิสก์ที่ใหญ่มากกว่าปกติ มีหน่วยความจำมากกว่าคนอื่น ๆ" อเล็กซ์ บริกส์ อดีตช่างซ่อมของเขาเล่า

"เขาเข้าใจการแข่งขันแต่ละช่วงแต่ละจุดได้ดีมาก ถ้าเขาอยู่ในอันดับ 3 และ 4 หัวของเขาจะประมวลผลในระหว่างแข่ง จากนั้นเขาก็จะปิ๊งบางอย่างจากสิ่งที่จดจำมาแล้วบอกว่า 'เดี๋ยวฉันจะต้องเข้าที่ 1 ได้แน่นอน'" 

"เขาไม่ได้โม้หรอกทุกคนรู้ดี เพราะเขาทำได้เสมอ มันดูง่ายมากจนช่วงเวลาหนึ่งผมคิดว่าเขาทำให้ทีมของเราเอาชนะการแข่งโมโตจีพีง่ายไปหรือเปล่า ความเหนือชั้นของเขามากจนบางครั้งมันเหมือนกับแมวที่กำลังล้อเล่นกับลูกหนูตัวน้อย ๆ ที่จะจัดการเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ขอเล่นสนุกกับมันก่อน ... นั่นคือวิธีที่ รอสซี่ คิดกับนักแข่งคนอื่น ๆ เวลาเขาอยู่ในสนาม"


รอสซี่ ก็อธิบายถึงวิธีการขับขี่ของเขาว่ามันเหมือนกับศิลปะที่แต่ละคนตีความไม่เหมือนกัน สำหรับเขาการชนะอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ชัยชนะในแบบของ รอสซี่ คือ "ต้องชนะอย่างมีรสชาติ"

"ผมผ่านคู่ต่อสู้มาหลายยุค การต่อสู้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่งสุด ๆ ทุกคนล้วนมีรสชาติที่หลากหลาย พวกเขาเป็นแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่ของผมเสมอ ผมชอบสนามโหด ๆ คู่แข่งเก่ง ๆ เพราะรสชาติของชัยชนะในการแข่งขันลักษณะนี้ มันเข้มข้นร้อนแรงกว่าชัยชนะที่ได้มาง่าย ๆ เยอะเลย" รอสซี่ กล่าว 

115 ชัยชนะ,  232 โพเดียม, 65 โพลโพสิชั่น, 96 เวลาต่อรอบดีสุด, 9 แชมป์โลก นี่คือรสชาติความมันที่ รอสซี่ เปลี่ยนให้เป็นความสำเร็จของเขา 

 

ยิ่งกว่าเร็ว คือการสร้าง "ยุคสมัย"

เราพูดเรื่องของสไตล์ละวิธีการเป็นผู้ชนะไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ รอสซี่ คือผู้เปลี่ยนแปลงวงการมอเตอร์ไซค์อย่างชัดเจนในแบบที่คนที่ไม่ดูการแข่งขันก็ยังรู้จักเขา เห็นหน้าก็ร้องอ๋อ คล้ายกับที่สาว ๆ รู้จัก เดวิด เบ็คแฮม ซึ่งของแบบนี้ฝึกกันไม่ได้ มันคือธรรมชาติของใครสักคนที่เกิดมาเพื่อ "ไปให้สุด" บนเส้นทางของตัวเอง ไม่ว่าจะในและนอกสนาม

สำหรับเรื่องราวนอกสนาม รอสซี่ นั้นโด่งดังไม่แพ้กันจากหลายสิ่งที่เขาแสดงออกมา เขาชอบให้สัมภาษณ์ด้วยมุกตลก และชอบพูดประโยคฮิต ๆ เท่ ๆ เช่น "รถมอเตอร์ไซค์ก็เหมือนผู้หญิง" "ผมกับรถเป็นหนึ่งเดียวกัน" อะไรประมาณนั้น

นอกจากนี้ยังมีสีสันอีกมากมาย เช่นการฉลองแชมป์ที่ไม่เหมือนใคร เขาเคยใส่ชุดโรบินฮูด หรือแม้แต่ใส่เสื้อแข่งทีมชาติอาร์เจนตินาของ ดิเอโก มาราโดนา ขึ้นโพเดียมก็เคยทำมาแล้ว และอื่น ๆ เช่น การแต่งเป็นหัวหน้าแก๊งรถซิ่ง การเล่นกับคนดูในแบบเอนเตอร์เทนเนอร์ ไม่ได้แค่มาแข่ง ชนะ แล้วกลับบ้านไปเหมือนกับคนอื่น ๆ 

"รอสซี่ แตกต่างจากนักแข่งทั่วไปที่เราเคยเห็น เขาเป็นคนที่ยียวนกวนประสาทถึงขีดสุด เขาเป็นไอ้ชั่วที่คุณต้องรักเขา เพราะเขาทำมันออกมาในแง่ของความสนุกสนาน" นิค แฮร์ริส นักพากย์การแข่งโมโตจีพีมากประสบการณ์เล่าถึงการเห็น รอสซี่ มาตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวันที่ประกาศวางมือ

"ผมเคยทำงานกับแชมเปี้ยนมาหลายคนนะ เช่น มิชาเอล ชูมัคเกอร์ และ ไอร์ตัน เซนน่า 2 ตำนาน F1 ทั้งคู่เก่งมาก แต่ในเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมและปลุกกระแสคนดูนั้น รอสซี่ ดูจะยิ่งใหญ่กว่าทั้งสองคนนั้น เพราะเขาได้สร้างวัฒนธรรมส่วนตัว (Rossi Cult) นั่นคือเรื่องไม่ธรรมดาเลยสำหรับนักแข่งมอเตอร์ไซค์คนหนึ่ง" 


"รอสซี่คัลท์" ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงที่ รอสซี่ ประสบความสำเร็จ ในประเทศญี่ปุ่นมีร้านค้าที่ประดับตกแต่งด้วยรูปและธีมต่าง ๆ ที่มาจากรอสซี่ นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ทั้ง จีน, ประเทศแถบแคริบเบียน หรือแม้แต่ในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และแน่นอน ประเทศไทย คุณก็คงจะได้เห็นกันบ่อย ที่รถมอเตอร์ไซค์สำหรับใช้งานประจำวันธรรมดา ๆ ติดสติกเกอร์เหมือนกับรถของ รอสซี่ อาทิ สติกเกอร์ของเครื่องดื่ม Monster Enegy, ฉายา "The Doctor" หรือหมายเลข "46" ที่เป็นเลขประจำตัวของ รอสซี่ สิ่งเหล่านี้เป็น รอสซี่ คัลท์ ที่ฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองก็ว่าได้ 

ใคร ๆ ก็ชื่นชอบความเท่ของ รอสซี่ เขาสถาปนาตัวเองขึ้นเป็น "เบอร์ 1" ของวงการ และมีสีสันจนออกสื่อเมื่อไหร่ก็มีแต่คนสนใจ รอสซี่ ดึงดูดแม้กระทั่งดาราระดับแม่เหล็กให้มาดูการแข่งของเขา เช่น แบรด พิตต์, คีอานู รีฟส์, ทอม ครุยส์, แดเนียล เดย์ ลูอิส และคนอื่น ๆ อีกมากมาย  

นอกจากดาราแล้วนักแข่ง F1 แชมป์โลก 7 สมัยอย่าง ลูอิส แฮมิลตัน ยังยอมรับว่าเขาหลงไหลในความเป็นรอสซี่มาก และ รอสซี่ ถือเป็นหนึ่งในไอดอลของเขาเลยก็ว่าได้

"วาเล่มีอาชีพที่ยาวยานและน่าเกรงขามอย่างไม่น่าเชื่อ เขาผลักดันตัวเองและไม่เคยยอมแพ้ เขาแสดงออกทุกด้านว่าตัวเองยอดเยี่ยมขนาดไหน ถ่อมตน ยิ้มแย้มแจ่มใส มองโลกในแง่ดีเสมอ ... เขาคือผู้ยิ่งใหญ่ สิ่งที่ดีคือการได้เห็นเขาประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนและต้องการอะไร" แฮมิลตัน กล่าว 

ไม่เพียงแค่รุ่นเก๋ายังให้การยอมรับ แต่นักแข่ง F1 รุ่นใหม่หลายคนยังบอกว่า ถึงจะมีนักซิ่งจากวงการเดียวกันที่เป็นต้นแบบ แต่ "เดอะ ด็อกเตอร์" จากโลกสองล้อนี่แหละ คือไอดอลเบอร์ 1 ของพวกเขา

"ผมเริ่มดูโมโตจีพีก่อนการแข่งขันรายการอื่น ๆ ตอนอายุสัก 5 ขวบเห็นจะได้ พอเห็นรอสซี่เท่านั้นแหละ ผมตกหลุมรักเลย เขาทั้งเก่ง เท่ และตลก ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่" แลนโด นอร์ริส กล่าวไว้

อเล็กซ์ อัลบอน นักแข่ง F1 สัญชาติไทย ก็เป็นอีกคนที่มี วาเลนติโน่ รอสซี่ เป็นไอดอล สมัยเด็กเขาใช้เบอร์ 46 ของ "เดอะ ด็อกเตอร์" ในการแข่งขันโกคาร์ท และเบอร์นี้ก็คือจุดเริ่มต้นของเบอร์ 23 ที่เจ้าตัวใช้ในการแข่ง F1

"ย้อนกลับไปดูรูปผมตอนเด็ก ๆ ก็ได้ครับ สติกเกอร์ของรอสซี่นี่เต็มรถผมเลย ผมชอบในทัศนคติของเขานะ ถึงจะขี้เล่น แต่เขาก็จริงจังมากเช่นกัน"

"แต่สำหรับเบอร์แข่งเนี่ย ถึงผมจะชอบเลข 46 แค่ไหน แต่ถ้าพูดถึงเบอร์นี้คงไม่มีใครหรอกที่จะพูดว่า 'นั่นเบอร์ของ อเล็กซ์ อัลบอน' เพราะมันจะเป็นเบอร์ของรอสซี่เสมอ ผมเกิดวันที่ 23 มีนาคม เลขคี่สำหรับผมมักไปได้สวยกว่าเลขคู่ และถ้าเอา 46 มาหารสองก็ได้ 23 นั่นแหละเหตุผลที่ผมเลือกเบอร์นี้"


แฟนคลับของ รอสซี่ มีอยู่ทั่วโลก และแต่ละคนก็มีแนวทางการชื่นชมรอสซี่ที่แตกต่างกันออกไป บางคนชอบที่เขาเก่ง บางคนชอบที่เขาเท่ หรือบางคนชอบที่เขาประสบความสำเร็จ 

แต่ไม่ว่าอย่างไรทั้งหมดนี้คือทุกสิ่งหล่อหลอมให้ วาเลนติโน่ รอสซี่ คือนักกีฬารถแข่งที่ถูกยกย่องให้เป็น "ที่สุดตลอดกาล" ได้อย่างแท้จริง 

 

แหล้งอ้างอิง

https://www.hotcars.com/why-valentino-rossi-is-called-the-doctor/
https://www.brainyquote.com/authors/valentino-rossi-quotes
https://www.bbc.com/sport/motorsport/59250378.
https://www.hotcars.com/valentino-rossi-announces-he-will-retire-from-motogp-at-end-of-2021-season/
https://www.motogp.com/en/news/2021/11/13/fans-stories-how-valentino-rossi-became-a-hero-to-many/400551
https://www.rideapart.com/news/528919/valentino-rossi-career-interview-video/
https://en.wikipedia.org/wiki/Valentino_Rossi
https://blog.demon-tweeks.com/motorcycle/celebrating-the-career-of-the-goat-valentino-rossi/383 
https://www.crash.net/f1/feature/925707/1/how-valentino-rossi-inspired-two-f1-s-newest-stars



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x