FEATURE

ถอดรหัสจาก The Matrix : ทำไมนักบู๊แห่งโลกเสมือนต้องสวมเทรนช์โค้ทตัวยาว ? | Main Stand



"คุณแอนเดอร์สัน..." 

 


อีกหนึ่งประโยคในตำนานแห่งโลกภาพยนตร์ ที่แฟน ๆ เดอะ เมทริกซ์ คิดถึงและตั้งตารอฟังอีกครั้ง หลังจากที่ The Matrix เผยโฉมแรกของภาคใหม่ที่มีชื่อว่า "The Matrix Resurrections" พร้อมกับการหวนคืนจอในบท "นีโอ" ของ "คีอานู รีฟส์" และ "ทรินิตี้" ของ "แคร์รี่-แอนน์ มอส" อีกทั้งการกลับมานั่งคุมบังเหียนของ "ลาน่า วาชอว์สกี้" หนึ่งในผู้กำกับจากไตรภาคเดิม 

The Matrix ได้รับการขนานนามว่าเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญแห่งวงการภาพยนตร์ตั้งแต่ภาคแรกออกฉายในปี 1999 ความทันสมัยที่เป็นผู้นำของวงการ ทั้งในด้านของเนื้อหา เทคโนโลยีในการถ่ายทำ อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยฉากแอ็กชันที่แปลกตา กับคอสตูมอย่างเสื้อคลุมเทรนช์โค้ทสีดำที่จดจำง่าย

หากมานึกทบทวนกันแล้ว แฟชั่นแบบนี้ก็ดูจะลำบากในการบู๊ไม่ใช่น้อย หลายครั้งที่ นีโอ พระเอกของเรื่องต้องเผชิญหน้ากับศัตรูแล้วต้องตีกันทุกครั้งไป แต่ทำไมตัวละครหลักยังต้องใส่เสื้อโค้ทไปถึง 3 ภาค ทำไมไม่ใส่อะไรที่สบายกว่า ? เสื้อคลุมชนิดนี้มีคุณสมบัติที่เอื้อต่อการเคลื่อนตัวยังไง และนอกจากปัจจัยด้านกายภาพ เบื้องหลังของการใส่เสื้อโค้ทมีการแฝงความหมายตามแบบ เดอะ เมทริกซ์ ไว้หรือไม่ ? 

เพื่อต้อนรับการกลับมาของแฟรนไชส์อันเลื่องชื่อ Main Stand ขอชวนเข้าสู่โลกเมทริกซ์เพื่อหาคำตอบไปด้วยกัน 

 

RED PILL OR BLUE PILL ? 

คงเป็นการยากหากจะให้อธิบายสรุปเรื่องราวของ เดอะ เมทริกซ์ ทั้งหมด 3 ภาคให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนี้เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และเนื้อหาอันลุ่มลึก หลายคนจึงมีความเข้าใจและตีความต่างกันไป สามารถยกประเด็นขึ้นมาถกกันได้ทุกเมื่อเพื่ออรรถรสที่เต็มที่ เราจะขอเล่าเรื่องเพียงสังเขปเฉพาะในภาคแรกและแนะนำว่าให้ผู้อ่านไปรับประสบการณ์เองด้วยการดูจะดีที่สุด

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1999 "เดอะ เมทริกซ์" (The Matrix) ภาพยนตร์แอ็กชัน-ไซไฟไฮคอนเซ็ปต์สุดทะเยอทะยาน ได้ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกเป็นครั้งแรกและสร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการภาพยนตร์อย่างมหาศาล


Photo : interviewerpr.com

ภาพยนตร์ เดอะ เมทริกซ์ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชายหนุ่มที่ชื่อว่า โธมัส แอนเดอร์สัน (นำแสดงโดย คีอานู รีฟส์) พนักงานเงินเดือนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีอีกอาชีพคือแฮกเกอร์ที่ใช้นามแฝงว่า "นีโอ" เขาเป็นคนที่ไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตมากเท่าไรนัก จนวันหนึ่งเขาได้รับสัญญาณประหลาดที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอซ้ำ ๆ เป็นคำว่า "เดอะ เมทริกซ์" จนทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่ 

เรื่องรอบตัวของเขาเริ่มประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ นีโอได้พบกับผู้หญิงที่ใช้ชื่อว่า "ทรินิตี้" ที่บอกเขาว่าคำตอบที่เขาคนหาอยู่นั้น ชายที่ชื่อ "มอร์เฟียส" มีคำตอบให้ 

ในเวลาต่อมา นีโอก็ได้พบกับมอร์เฟียส และมอร์เฟียสก็เสนอ "ความจริง" ให้แก่เขา ด้วยการให้เลือกกินยา 2 เม็ด ระหว่างเม็ดสีแดงและสีน้ำเงิน หากนีโอเลือกกินยาสีน้ำเงิน เขาจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติแบบที่เคยเป็น ตื่น ทำงาน นอน ไม่มีอะไรนอกจากนั้น แต่หากนีโอเลือกกินยาเม็ดสีแดง เขาจะได้พบกับความจริงเกี่ยวกับเมทริกซ์และพบว่าจริง ๆ แล้ว ตนเองนั้นตกเป็นทาสอยู่ในโลกเสมือนเท่านั้น

นีโอเลือกที่จะกลืนยาเม็ดสีแดงเข้าไปและตื่นขึ้นมาในโลกที่ถูกปกครองด้วยเครื่องจักร ความจริงในตอนนี้คือเขาอยู่ในโลกที่ล่มสลายไปแล้ว อยู่ในโลกอนาคตที่มนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ได้ทำสงครามกัน จนทำให้เกิดการล่มสลายของมวลมนุษยชาติ 

การมาถึงของนีโอคือความหวังสำหรับมอร์เฟียสและมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกจริง เพราะเขาอาจจะเป็นผู้ปลดปล่อย เป็น "เดอะ วัน" (The One) ผู้ทำให้มนุษย์เป็นอิสระจากเครื่องจักรได้ เป้าหมายของนีโอและพรรคพวก คือการปลดปล่อยมนุษย์ที่ยังไม่รู้สึกตัวขณะอยู่ในโลกเสมือน กล่าวอย่างง่ายคือเชื่อมระบบประสาทเข้าไปในคอม เหมือนการแฮ็กคอมพิวเตอร์ แต่เรื่องดังกล่าวมีอุปสรรคคือ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่าเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่สมิธ ผู้ทำหน้าที่เหมือนระบบป้องกันการแฮ็กอยู่ในโลกเสมือน พวกเขาจึงต้องสู้กันทุกครั้ง เหมือนกับไวรัสที่สู้กับระบบป้องกันไวรัส 


Photo : www.imdb.com

เดอะ เมทริกซ์ ประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยรายได้ทั่วโลกราว 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากเนื้อหาที่หลุดโลกอมตะเหนือกาลเวลา ความล้ำของเมทริกซ์ในขณะนั้น คือเรื่องของการใช้สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ที่ลงตัว เน้นไปที่การถ่ายทำจริง เลือกใส่ซีจีแบบไม่พร่ำเพรื่อ สิ่งนี้เองยิ่งทำให้เมทริกซ์เรียลขึ้นไปอีกขั้น อีกทั้งยังเป็นเรื่องของความชาญฉลาดในการออกแบบคิวบู๊ อย่างการหงายหลังหลบกระสุน การตีลังกายิงปืน การยกมือขึ้นมาหยุดกระสุน ทำให้หลายฉากจากภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นไอคอนไปโดยปริยาย 

อีกหนึ่งภาพจำที่ทำให้หลายคนชอบและคุ้นเคยกับ เดอะ เมทริกซ์ คือความเท่ของคอสตูมดีไซน์ในเรื่อง ที่ถึงแม้ว่าจะใส่เทรนช์โค้ทตัวยาวก็บู๊แหลกได้ แม้จะดูเคลื่อนไหวลำบาก แต่เทรนช์โค้ทก็เคยเป็นเสื้อผ้าที่เน้นการใช้งานมากกว่าเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นมาก่อน 

 

วีรบุรุษชุดยาว 

เรื่องราวของ เดอะ เมทริกซ์ ดำเนินต่อมาในภาค 2 ที่มีชื่อว่า "The Matrix Reloaded" และภาค 3 ในชื่อ "The Matrix Revolution" ในปี 2003 ซึ่งทุกภาคยังคงเอกลักษณ์คอสตูมเทรนช์โค้ทตัวยาวไว้ทั้งสิ้น และทุกคนดูจะไม่มีปัญหาในการเตะต่อยสักนิด ทั้ง ๆ ที่ชุดดังกล่าวนั้นดูเทอะทะ ดูเคลื่อนตัวไม่สะดวกเอาเสียเลย 

แต่รู้หรือไม่ว่าเทรนช์โค้ทนั้น เคยเป็นเครื่องแบบสงครามมาก่อน ... แม้ว่าจะไม่เหมือนกับที่นีโอใส่เป๊ะ ๆ ในหนัง แต่แฟชั่นไอเท็มชิ้นนี้ก็มีเรื่องราวเบื้องหลังและมีความคล่องตัวต่อการเคลื่อนไหวของมนุษย์มากกว่าที่หลายคนทราบ 


Photo : screenrant.com

เทรนช์โค้ท หรือเสื้อคลุมประเภทคลุมทับทั่วทั้งร่างกาย เริ่มเป็นที่แพร่หลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ความจริงแล้ว เสื้อประเภทดังกล่าวถูกพัฒนาคิดค้นมาก่อนราวปี 1823 โดยชายที่ชื่อว่า "ชาร์ลส์ แม็คอินทอร์ช" นักเคมีและนักประดิษฐ์ชาวสกอตแลนด์ เสื้อคลุมของเขามีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถกันน้ำได้จากด้านนอก เพราะทำมาจากวัสดุที่คล้ายผ้าร่ม เขาจึงกลายเป็นบิดาผู้คิดค้นเสื้อคลุมกันฝนตัวแรกของโลก 

อย่างไรก็ตาม เสื้อของชาร์ลส์ยังไม่ถือว่ามีความสมบูรณ์แบบดี เพราะถึงแม้จะกันฝนได้ แต่การบุภายในยังทำได้ไม่ดีนัก เสื้อของเขาเก็บสะสมเหงื่อไว้ภายในทำให้มีความอับ แต่ถึงอย่างไรความสามารถในการทนแดดทนฝนของเสื้อคลุมชนิดดังกล่าว ก็ยังผลไปถึงเหล่านายทหาร ที่ใช้งานเสื้อประเภทดังกล่าวอย่างสมบุกสมบันในกองทัพ

ต่อมาในปี 1853 ก็ได้มีการนำเสื้อประเภทนี้มาพัฒนาต่อ โดยชายที่ชื่อว่า "จอห์น เอเมอรี" ช่างตัดเสื้อผ้าบุรุษชาวอังกฤษ เขาต่อยอดด้วยการปรับปรุงวัสดุที่ใช้ ให้เสื้อคลุมมีความโปร่งมากขึ้น และสร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมา ชื่อว่า "อะควาสคูทัม" (Aquascutum) ตั้งมาจากภาษาลาติน โดยคำว่า Aqua แปลว่า น้ำ และ Scutum แปลว่า โล่ เมื่อจับคำทั้งสองมารวมกันจึงได้ความหมายว่า โล่กันน้ำ เป็นการให้ความหมายถึงเสื้อคุลมที่สามารถกันน้ำได้นั่นเอง 

เสื้อผ้าของ Aquascutum มีบทบาทต่อการอำนวยความสะดวกให้แก่ทหารที่ต้องออกไปรบในสมรภูมิเป็นอย่างมาก พอ ๆ กันกับแบรนด์คู่แข่งที่กำลังถือกำเนิดขึ้นในขณะนั้น อย่าง "เบอเบอร์รี่" (Burberry) ที่เริ่มตีตลาดเสื้อโค้ทตัวยาวเช่นเดียวกัน โดย "โทมัส เบอเบอร์รี่" ผู้ก่อตั้งเลือกที่จะทำโค้ทของแบรนด์ตัวเองให้มีความต่างออกไป

โดยผ้าที่นำมาใช้ จะเป็นวัสดุที่เรียกว่า "การ์บาดีน" เป็นผ้าชนิดพิเศษที่สามารถกันน้ำและทนต่อสภาพอากาศได้ดี เสื้อโค้ทการ์บาดีนของเบอเบอร์รี่ จึงได้รับความนิยมในหมู่ทหารเช่นเดียวกัน ไปจนถึงนักบิน นักสำรวจ ชาวอังกฤษ ที่ต้องออกไปเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ 

ชื่อทางการคือโค้ท หรือ เรนโค้ท แต่คำว่า เทรนช์โค้ท ถูกนำมาใช้นิยามเสื้อคลุมสำหรับการใช้ในสนามรบที่ทหารต้องเข้าไปอยู่ในร่องตามแนวสนามเพลาะ (Trench) อันเต็มไปด้วยโคลนและเลือด นอกจากความสามารถในเรื่องความทนต่อสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เทรนช์โค้ทยังมีช่องเก็บของมากมาย ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทหารนายหน้าที่ต้องพกแผนที่ อุปกรณ์ต่าง ๆ อีกด้วย หลังจากนั้น เทรนช์โค้ท ที่เคยเป็นเสื้อผ้าช่วยอำนวยความสะดวกแก่นายทหารในสงคราม ก็ได้กลายมาเป็นเสื้อผ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันแก่คนทั่วไปหลังสงครามจบ 


Photo : www.contrado.co.uk

กล่าวโดยสรุปคือ เทรนช์โค้ทนั้นไม่ได้ดูเทอะทะอย่างที่เห็น ในทางกลับกัน เสื้อคลุมตัวยาวนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใส่ได้มาก โดยไม่ขัดต่อการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด 

ในโลกของภาพยนตร์อย่าง เดอะ เมทริกซ์ เทรนช์โค้ท ยังเป็นที่เก็บปืนนับสิบกระบอกของพระเอก อีกทั้งยังมีความหมายแฝงอยู่ด้วย 

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องนี้คือ ในภาพยนตร์อย่าง เดอะ เมทริกซ์ ตัวละครหลักแทบทุกตัวก็ล้วนแต่งตัวโดยมีเทรนช์โค้ทสวมทับแทบจะทุกคน เรื่องนี้ "คิม เบอร์เรตต์" คอสตูมดีไซน์เนอร์ของเรื่องเคยให้สัมภาษณ์ไว้ครั้งหนึ่งว่า การออกแบบเสื้อผ้าของเธอนั้นล้วนสอดคล้องกับบริบทของหนังทั้งสิ้น 

เธอเล่าให้ฟังว่าผู้กำกับมาบรีฟเธอว่าอยากได้อะไรที่มืด ที่มีความเข้มของสี ผู้กำกับทั้งสองอย่าง ลาน่า และ ลิลลี่ จึงให้อิสระแก่เธอในการออกแบบอย่างเต็มที่ 

"ตอนที่พวกนีโอเข้าไปใน เดอะ เมทริกซ์ พวกเขาได้สร้างอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมา มันเป็นตัวตนที่พวกเขามองเห็นตัวเองในโลกนี้ ฉันเลยได้โอกาสที่จะเล่นสนุกสักหน่อย" 

"พวกเขาสามารถต้านแรงโน้มถ่วงได้ กระโดดข้ามตึกได้ และเกือบที่จะบินได้ด้วยซ้ำ ฉันเลยอยากได้อะไรที่เหมือนกับผ้าคลุม ตอนนี้แหละที่ฉันนึกถึงเสื้อโค้ทขึ้นมา" 


Photo : fullcirclecinema.com

หากย้อนกลับไปดู เดอะ เมทริกซ์ กันอีกครั้ง จะพบว่า พระเอกของเรื่องอย่าง นีโอ นั้น เชี่ยวชาญทั้งกังฟู เจี๋ยฉวนเต้า เทควันโด้ มวย หลังจากที่ลงโปรแกรมฝึกหัดไว้ตอนเข้าเมทริกซ์ใหม่ ๆ ความจริงแล้วการใส่โค้ทของนีโอเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตของตัวละครนี้ตลอด 3 ภาคที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาค 3 ที่โค้ทของนีโอเปรียบเสมือนขั้นสูงสุดของกังฟูมาสเตอร์ 

"ฉันพยายามที่จะแฝงเรื่องราวของ เดอะ วัน ไว้ในเสื้อผ้าโดยที่ฉันไม่รู้ตัวเลย เสื้อผ้าของนีโอมันสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น ถึงแม้ว่าเขาจะกลัวก็ตาม เขาเริ่มต้นจากความสับสนและเติบโตไปสู่การได้รับพลัง"

เรื่องเสื้อผ้าของ เดอะ เมทริกซ์ นั้น ลึกพอ ๆ กับเนื้อหาของภาพยนตร์ เพราะนอกจากโค้ทที่เราได้ทราบกันแล้วว่ามีประโยชน์อย่างไร โค้ทของนีโอนั้นพิเศษกว่าคนอื่นเข้าไปอีก เพราะเป็นโค้ทที่ได้รับการออกแบบมาจากการผสมกันของหลาย ๆ วัฒนธรรม คิมเผยว่า เธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากซามูไรญี่ปุ่นและนักรบจีนในศตวรรษที่ 18 จากหนังเรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon (2000) 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ แต่การออกแบบเทรนช์โค้ทใน เดอะ เมทริกซ์ ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใส่ ไม่ต่างกับการใช้ในชีวิตจริง 

 

ตากฝน ทนแดด

เทรนช์โค้ทของนีโอ จะต้องทำให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างนักบู๊ชั้นยอด "กลอเรีย บาวา" ช่างตัดชุด ผู้ดูแลคอสตูมฝ่ายเดียวกันกับคิม จึงต้องมั่นใจว่าคีอานูจะไม่รู้สึกติดตรงไหนเป็นพิเศษ เธอเล่าให้ฟังว่า

"เท่าที่ฉันจำได้ เขาเป็นมิตรแล้วก็น่ารักมาก เขาสวมชุดแล้วก็ไปคุยกับผู้กำกับแล้วก็คิม ในขณะที่ฉันวัดตัวเขาอยู่ ฉันจะทำงานของฉันแล้วก็ให้เขาลองเดินไปรอบ ๆ จนรู้สึกโอเค จนรู้สึกว่าไม่มีตรงไหนแน่นเป็นพิเศษ เพื่อให้เขาสามารถวิ่งในชุดนี้และเคลื่อนไหวแขนได้"  


Photo : twitter.com/FrewFilm

เทรนช์โค้ทที่ฝ่ายคอสตูมช่วยกันทำ จึงกลายเป็นโค้ทที่มีส่วนผสมของช่วงลำคอแบบจีน ช่วงตัวเหมือนชุดนักบวชคริสเตียน ที่เรียกว่า Cassocks เป็นเครื่องแบบของปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ไปเสียอย่างนั้นในภาค 2 ของเฟรนไชส์​และถึงแม้ว่าจะผสมปนกันหลายอย่างในชุดเดียว แต่เทรนช์โค้ทก็ยังเป็นเทรนช์โค้ท ชุดที่ว่าของนีโอในหนังก็ถูกนำมาใช้เผชิญแดดเผชิญฝนอย่างสมบุกสมบัน ผ่านห่าฝน ทะลุกำแพง ลุยได้หลากสภาพแวดล้อม สมชื่อ "เดอะ วัน" และ เทรนช์โค้ท

การสวมเทรนช์โค้ทของตัวละครใน เดอะ เมทริกซ์ อาจเป็นความงามที่ฝ่ายคอสตูมตั้งใจแฝงไว้ให้เป็นสัญลักษณ์ของความโฉบเฉี่ยว ความเท่ ตลอดจนถึงการเติบโตของกังฟูมาสเตอร์แบบนีโอ ในทางกลับกัน ชุดดังกล่าวก็ดูเข้ากับเรื่องราวของโลกเมทริกซ์ได้อย่างไม่เคอะเขิน เพราะเราก็ได้ทราบแล้วว่าเทรนช์โค้ทอเนกประสงค์ขนาดไหน 

แม้ว่าจากตัวอย่างของ The Matrix Resurrections จะปรากฏวี่แววการกลับมาของวีรบุรุษชุดยาวอย่าง เดอะ วัน ให้เราเห็นเพียงสั้น ๆ แต่เราก็ได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นีโอในชุดกังฟูมาสเตอร์และแก๊งเทรนช์โค้ทจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่เร็ว ๆ นี้ ถึงแม้ว่าภาคนี้ ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น ผู้เคยรับบท มอร์เฟียส จะไม่ได้กลับมาร่วมจอกับคีอานูและแคร์รี่แล้วก็ตาม 


ต้องรอติดตามกันในวันที่ 22 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์

Wake up, Neo...

The Matrix has you...

 

แหล่งอ้างอิง​ :

https://aquascutum.com/pages/about-us 
https://www.boxofficemojo.com/release/rl2271446529/ 
https://fashionista.com/2019/03/the-matrix-20th-anniversary-costumes 
http://www.matrixfans.net/interview-with-gloria-bava-costume-cutter-australia-from-the-matrix-reloaded-2003/#sthash.T9bix1S0.dpbs 
https://scifi.stackexchange.com/questions/53391/why-is-neo-the-only-one-who-does-not-use-leather-clothes-in-the-matrix-movies 
https://www.smithsonianmag.com/history/trench-coat-made-its-mark-world-war-i-180955397/ 



AUTHOR

ณัฐพล ทองประดู่

Memento Vivere / Memento Mori
     


PHOTO

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ
     


x