VEHICLE

MG HS : SUV สุดพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และการใช้งาน 



แม้จะเป็นประเภทรถที่ได้รับความนิยมสูงจากท้องตลาดในปัจจุบัน แต่รถ SUV สักคันก็มีราคามิใช่น้อย ดังนั้นการจะตัดสินใจจ่ายเงินก้อนเพื่อให้ได้ยนตรกรรม SUV ที่ตอบโจทย์ทุกอย่าง ทั้ง สมรรถนะ ความสวยงาม ความล้ำสมัย และความสะดวกสบาย จึงต้องศึกษาให้แน่ใจเสียก่อน 

 


และนี่คืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจ MG HS รถ SUV จากค่าย MG ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนพบความลงตัวที่ “ให้ทุกสิ่ง” ที่ผู้ขับขี่ต้องการ 

จะจริงหรือไม่และมีอะไรใหม่ ? ติดตามได้ที่นี่ 

 

ต่อยอดและพัฒนา

ต้นปี 2016 MG ได้เปิดตัว MG GS ที่เป็นรถ SUV คันแรกของ MG  สิ่งที่โดดเด่นในเวลานั้นคือเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 เทอร์โบ 218 แรงม้า ทว่าจุดเปลี่ยนจริง ๆ ที่ทำให้ผู้คนจดจำ MG GS คือ การปล่อยรุ่นอัพเดทใหม่ออกมาในช่วงปลายปี 2016 โดยเป็นการปรับปรุงให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 เทอร์โบ 169 แรงม้า นั่นเอง

แม้ในเวลานั้นจะเป็นการลดขนาดเครื่องยนต์และแรงม้าลง ทว่าทีเด็ดคือการรักษาสมรรถนะของรถเอาไว้ได้ใกล้เคียงรุ่นเดิม แถมราคายังถูกลงอีก จาก 1.2-1.3 ล้านบาท ลดลงมาที่ 890,000 - 990,000 บาท และนั่นก็เป็นการเปิดตัวอย่างร้อนแรง ที่ทำให้คนไทยหลายคนรู้จักและสนใจใน MG GS มากขึ้น สิ่งที่สะท้อนความเชื่อนั้นคือยอดขายในกลุ่มรถ SUV ที่สามารถทำยอดได้เหนือคู่แข่งในตลาดแบรนด์อื่น ๆ หลายแบรนด์ได้สำเร็จ 

หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาของ MG GS คือที่สุดของความน่าสนใจ เพราะได้ SUV ที่เป็นรถใหญ่ แต่แพงกว่า B-segment แค่ 1 แสนบาท ดังนั้น MG GS จึงได้กลายมาเป็นรุ่นเรือธงของแบรนด์ในเวลาไม่นาน หลังจากที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2016 

อย่างไรก็ตามโลกแห่งยานยนต์นั้น สิ่งที่ยากที่สุดคือการรักษาแชมป์ นวัตกรรมและเทรนด์เปลี่ยนไปเสมอแทบจะทุกวัน ดังนั้นแม้ MG GS จะเคยได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อแบรนด์คู่แข่งพัฒนาและเผยโฉมรถรุ่นใหม่ ๆ ออกมา การแย่งชิงพื้นที่ในตลาดก็กลับมาดุเดือดอีกครั้ง 

อย่างที่กล่าวไว้ในข้างต้น นวัตกรรมไม่เคยหยุดนิ่ง MG ไม่รอช้า ต่อยอดจากโมเดลที่เคยพาพวกเขาประสบความสำเร็จเพื่อสร้าง "รุ่นทวงแชมป์" กลับมาสู้ในตลาดอีกครั้ง จนกระทั่งได้เปิดตัว MG HS ออกมาเขย่าตลาดและสร้างกระแส 

จุดเด่นที่มียังคงไว้ด้วยความสวยงาม สมรรถนะ ความสะดวกสบาย และเพิ่มเทคโนโลยีที่ทำให้ MG HS ได้รับการตอบรับและคำชมเป็นอย่างมาก

เราจะไปดูกันว่า ทำไม MG HS จึงได้รับคำชื่นชมเช่นนั้น ? 

 

ตอบทุกโจทย์ของรถ SUV

สิ่งที่ MG ทำได้ดีและได้รับการยอมรับจากทั้งผู้ขับขี่และนักวิจารณ์อยู่เสมอ คือเรื่องของออปชันและเทคโนโลยีที่ใส่มาให้แบบไม่มีกั๊ก รวมถึงการออกแบบที่สวยงามแฝงความสปอร์ต เป็น SUV ที่ครบเครื่องและคุ้มค่ากับราคาที่คุณจ่ายอย่างแน่นอน 

MG HS มีเทคโนโลยีที่ให้ทั้งความปลอดภัย ความอุ่นใจ และความสะดวกสบาย ซึ่งน่าจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี  

เริ่มกันที่เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ใส่มามากถึง 25 ระบบ แต่ความน่าสนใจอยู่ตรงที่รถคันนี้มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระดับที่ 2 (Partial Automation) ซึ่งเป็นระดับที่รถยนต์สามารถควบคุมความเร็วหรือหมุนพวงมาลัยได้โดยอัตโนมัติ ผ่านระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่

ระบบความปลอดภัยแบบ ADAS นั้น มีทั้งหมด 11 ระบบ ซึ่งทั้ง 11 ระบบนี้ จะช่วยให้การขับขี่ของคุณปลอดภัยและวางใจได้ขึ้นอีกเยอะในแบบที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหน ประกอบไปด้วย 

ระบบป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตาหรือ RDA  (Rear Drive Assist) ซึ่งโดยปกติในการขับขี่นั้นย่อมมีมุมอับสายตาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ และจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้สามารถนำไปสู่อุบัติเหตุหรือความอันตรายได้ ซึ่งในส่วนของระบบ RDA นี้ จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยจะมีสัญญาณไฟเตือนในกรณีที่คุณเปลี่ยนเลน, ตรวจสอบมุมอับสายตาที่กระจกมองข้างทั้งซ้ายและขวา, การเตือนขณะถอยหลัง และระบบช่วยเตือนในการเปิดประตูเพื่อให้คุณแน่ใจว่าการก้าวลงจากรถของคุณจะปลอดภัย 100%  

และในขณะขับขี่ หากคุณกำลังเพลิดเพลินหรือเกิดเผลอเสียสมาธิในการขับขี่ ก็ยังมีระบบเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS (Lane Assist System) โดยเมื่อรถออกนอกเลน หรือล้อทับเส้นเลน ด้วยความเร็วมากกว่า 60 กม./ชม. จะมีสัญญาณเสียงเตือนทันที พร้อมกับที่พวงมาลัยจะสั่น ซึ่งนอกจากจะช่วยเตือนแล้ว ยังมีระบบ LDP (Lane Departure Prevention) ที่ช่วยปรับองศาของพวงมาลัยให้รถกลับเข้ามาอยู่ในเลนอีกด้วย 

นอกจากนี้ ยังมีระบบ LKA (Lane Keep Assist) ที่ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน หรือรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ตรงกลางเลนตลอดเวลา ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ซึ่งหากระบบตรวจพบว่าคุณไม่ได้จับพวงมาลัยอย่างต่อเนื่อง จะมีการแจ้งเตือนด้วยสัญญาณเสียงและสัญลักษณ์ที่หน้าปัด เพื่อเตือนให้คุณจับพวงมาลัยทันที

ไม่ใช่แค่เรื่องของการเตือนหรือควบคุมรถให้อยู่ในเลนเท่านั้น แต่ MG HS ยังมีระบบที่ช่วยในการขับขี่ FDA (Front Drive Assist) ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการชน และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตลอดจนระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ที่จะช่วยควบคุมและชะลอความเร็ว พร้อมทิ้งระยะห่างให้อยู่ในระยะปลอดภัย ช่วยลดความเมื่อยล้าขณะขับทางไกล

และเมื่อคุณเปิดระบบ ACC แล้ว ยังสามารถไปต่ออีกขั้นด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อขับรถในความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) ระบบนี้จะใช้เรดาร์ในการตรวจสอบและควบคุมระยะห่างจากรถยนต์คันหน้า ในกรณีที่รถติดและเคลื่อนตัวช้า ระบบจะควบคุมความเร็วให้รถเคลื่อนที่และหยุดนิ่งตามรถยนต์คันหน้าโดยอัตโนมัติ

หมดห่วงจริง ๆ เรื่องปัญหาการชนท้าย เพราะยังมีระบบช่วยเตือนเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชนกับรถยนต์คันข้างหน้า FCW (Forward Collision Warning) ซึ่งใจความคือ หากคุณอยู่ในระยะที่ใกล้รถคันหน้ามากเกินไปจนเสี่ยงที่จะเกิดการชนท้าย ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่แผงหน้าปัดทันที และทำให้คุณสามารถแตะเบรกได้อย่างทันท่วงทีแน่นอน 

ปิดท้ายด้วยระบบเปิดปิดไฟสูงอัตโนมัติติ IHC (Intelligent High-Beam Control) ระบบนี้จะช่วยคำนวนความเข้มข้นของแสง และจะทำการเปิดไฟให้สูงขึ้นแบบอัตโนมัติเมื่อไม่มีแสงไฟและไร้รถที่สวนทางมา เช่นเดียวกันหากระบบเห็นแสงไฟจากรถคันอื่นก็จะช่วยทำการปิดไฟสูงเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาผู้ร่วมถนนอีกด้วย 

นี่คือเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริงกับ MG HS ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปไหน ทางไกล ทางใกล้ ชนบท หรือในเมือง ระบบทั้ง 11 ระบบนี้ จะช่วยทำให้การขับขี่ของคุณปลอดภัย ตั้งแต่การก้าวขึ้นรถ ไปถึงการอยู่บนถนน จนกระทั่งก้าวลงจากรถเลยทีเดียว 

ยังไม่จบแค่นั้น MG HS ไม่ได้มีแค่เทคโนโลยีความปลอดภัย แต่ยังมีเทคโนโลยีเชื่อมต่ออย่าง ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่ทำให้คุณสามารถสื่อสารกับรถได้อย่างรวดเร็วตรงจุด ช่วยให้เสียเวลาน้อยที่สุดในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบเช่นนี้

อะไรคือ i-SMART และมันทำอะไรได้บ้าง ? ... คำตอบคือทำได้แทบทุกอย่าง

 i-SMART สามารถสั่งการเป็นภาษาไทยได้ง่าย ๆ จะสั่งเปิดกระจก เปิดซันรูฟ ปรับแอร์ เปลี่ยนเพลง ค้นหาเส้นทางก็ทำได้ โดยไม่ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย ช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น ความฉลาดของ i-SMART จะช่วยให้เราตรวจเช็กรถ ค้นหารถ สั่งการรถได้ง่ายขึ้นผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ...  ยังมีส่วนอื่น ๆ อีกมากมายที่ i-SMART ทำได้ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้จะทำให้คุณสะดวกสบายยิ่งขึ้นและอุ่นใจกว่าที่เคย ไม่ว่าอยู่ห่างกันแค่ไหน คุณกับรถก็สามารถสื่อสารกันได้

ด้านดีไซน์ภายนอกของ MG HS เด่นชัดสะดุดทุกสายตาของผู้พบเห็น คงไม่ต้องพูดอะไรกันเยอะ ทาง MG ให้คำจำกัดความรถรุ่นนี้ว่า "สง่างาม" กับดีไซน์ที่ออกมาหรูหราและสปอร์ตในเวลาเดียวกัน 

ตั้งแต่หัวจรดท้าย กระจังหน้าแบบ STELLA MAGNETIC FIELD ที่เห็นเด่นชัดมาแต่ไกล ยิ่งมาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED PROJECTOR และ DAYTIME RUNNING LIGHTS ก็ยิ่งโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม ย้ายมามองด้านท้ายก็ร้อนแรงและสปอร์ตไม่แพ้กัน ด้วยไฟท้าย SPACE LIGHT FIELD และไฟเลี้ยวแบบ SEQUENTIAL ที่รับรองเรื่องความสวยในแบบที่ "เห็นหลังแล้วอยากเห็นหน้า" อย่างแน่นอน 

ข้างนอกว่าหรูและสปอร์ตแล้ว แต่ภายในนี่สิหรูจริงจัง เพราะ MG HS ตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยสี 2-Tone คอนโซลหน้าแบบเล่นระดับมาดสปอร์ต สามารถปรับแต่งไฟ Ambient ได้ เพื่อให้เหมาะกับทุกบรรยากาศการเดินทาง คุณจะเหยียบซิ่งบนถนนโล่ง ๆ ขับรถชมความสวยงามยามค่ำคืน หรือแม้แต่ออกเดินทางไปต่างจังหวัดผ่านเส้นทางธรรมชาติ ก็จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ได้อีกมากโขเลยทีเดียว


ครั้นจะสวยอย่างเดียวคงใช่ที่ MG HS มาพร้อมกับสมรรถนะอันทรงพลังด้วยเครื่องยนต์แบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร รองรับ E85 ขับเคลื่อนกับชุดเกียร์ Twin Clutch Sportronic Transmission 7 สปีด หรือที่เรียกว่า Dual Clutch Transmission (DCT) 

ทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสต้องยอมรับว่า MG HS เป็น SUV ที่ทรงพลัง เร่งได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังมั่นใจ กับช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ที่มีให้มากถึง 25 ระบบที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว เสริมความปลอดภัยอีกขั้นด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย 

แน่นอนที่สุด จะให้เหยียบมันสนุกเพลินอย่างเดียวคงไม่ได้ และ MG HS ไม่ลืมที่จะใช้ระบบความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม ที่จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกเป้าหมายปลายทางที่คุณได้ตั้งไว้ MG HS จะส่งคุณถึงอย่างปลอดภัยแน่นอน


ดังนั้นหากคุณกำลังต้องการรถ SUV สักคันที่ตอบโจทย์ในทุกการใช้งาน ทั้งในแง่ของความสวยงามมีระดับ สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความปลอดภัยที่จัดเต็ม พร้อมกับระบบช่วยเหลือที่ทันสมัย แน่นอนว่า MG HS จะเป็นหนึ่งในรถที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว 

เหนือสิ่งอื่นใด ยิ่งกว่าแค่ตาเห็นและอ่านรีวิวจากผู้อื่น คือการที่คุณได้ทดลองขับด้วยตัวเอง และจะได้รู้ว่า MG HS นั้นตอบโจทย์และเหมาะกับการไลฟ์สไตล์การใช้งานของคุณได้มากแค่ไหน 

เมื่อเทรนด์และนวัตกรรมไม่เคยหยุดนิ่ง MG จึงต่อยอดไปอีกขั้น ด้วยการนำเทคโนโลยี Plug-in hybrid มาใส่ไว้ใน MG HS จนกลายมาเป็น MG HS PHEV รถที่ผสาน 2 ระบบขับเคลื่อนเข้าด้วยกัน ทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ที่ให้ได้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ระบบเกียร์แบบ EDU II – 10 Speeds ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ภายใน 0.2 วินาที ตอบสนองทันใจ สมรรถนะเยี่ยม แรงเต็มกำลัง

สิ่งที่ได้มานอกจากความแรงและความทันสมัยตามเทรนด์แล้ว ความประหยัดคือสิ่งที่ MG HS PHEV มอบให้คุณอีกด้วย เพราะสามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลสูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง MG HS PHEV ขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการสะสมพลังงานได้มากกว่าจึงวิ่งได้นานขึ้น อีกทั้งยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก AMERICAN UL2580 และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่นละออง

เรียกได้ว่าโหมด EV ใน MG HS PHEV ใช้งานได้เหมือนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่เมื่อคุณต้องการเดินทางไกลก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ เพราะรถรถคันนี้มีระบบ Hybrid รองรับ

หากสนใจอยากทดลองขับรถที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอย่าง MG HS หรือ MG HS PHEV สามารถไปลองสัมผัสด้วยตัวคุณเองได้ที่ โชว์รูม MG กว่า 150 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือที่เว็บไซต์ www.mgcars.com



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x