NEWS

นักวิจัยจากสกอตแลนด์เปิดเผยว่า อดีตนักฟุตบอลอายุ 30-60 ปีอาจมีการตัดสินใจช้าลงเนื่องจากภาวะสมองเสื่อม



จากประเด็นที่ตำนานนักฟุตบอล เดนิส ลอว์ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดวัย 81 ปี ออกมาเปิดเผยว่าเขากำลังป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมเช่นเดียวกับอดีตนักฟุตบอลที่อายุมากอีกหลายคนกำลังเผชิญกับสภาวะเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมาคมฟุตบอลอังกฤษและสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ ได้เสนอการวิจัยใหม่เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมหลังเลิกเล่นฟุตบอล

 


ทางสำนักข่าว Telegraph Sport ได้ออกมารายงานว่างานวิจัยฉบับนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและหารือจากหลายฝ่าย เพื่อพยายามประสานงานลำดับความสำคัญไปถึง ฟีฟ่า และยูฟ่า แต่จนแล้วจนรอด งานวิจัยเรื่องดังกล่าวที่ทางองค์กรฟุตบอลในยุโรปกำลังร่วมมือกันก็ไม่มีท่าทีว่าจะเกิดขึ้นแต่อย่างใด จากกำหนดการเดิมที่ต้องเริ่มเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

แม้ว่าโครงการต้องหยุดชะงัก แต่สำหรับ ดร.วิลลี่ สจ๊วร์ต นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ที่กำลังพัฒนาและวิจับเรื่องดังกล่าวก็ได้ออกมาให้ข้อมูลกับทาง Telegraph Sport โดยพิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของภาวะสมองเสื่อมกับฟุตบอล ซึ่งเขาต้องการให้องค์กรฟุตบอลเล็งเห็นความสำคัญกับการศึกษาเรื่องนี้ที่สามารถช่วยผู้เล่นที่เพิ่งแขวนสตั๊ด ที่ภาวะสมองเสื่อมยังไม่พัฒนาแต่มีความเสี่ยงสูงอย่างมหาศาลเมื่ออายุมากขึ้น

FA และ PFA ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยของ ดร.วิลลี่ สจ๊วร์ต ที่แสดงให้เห็นว่าอดีตผู้เล่นตำแหน่งเอ้าท์ฟิลด์มีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่าจากคนปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มกองหลัง ตั้งแต่เปลี่ยนลูกฟุตบอลหนังแท้มาเป็นลูกฟุตบอลหนังสังเคราะห์

ทีมของ ดร. สจ๊วร์ต ที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ กำลังหาหนทางวิธีช่วยเหลือลดอัตราการเกิดภาวะสมองเสื่อมในอดีตนักฟุตบอล โดย ดร. สจ๊วร์ต ได้กล่าวกับ Telegraph Sport ว่า "ตอนนี้เรากำลังคิดถึงชีวิตของนักฟุตบอลหลังจากเลิกเล่นไป แต่เมื่อพวกเขายังคงเล่นอยู่ เรามีวิธีแก้ปัญหาที่นั่น มันสามารถป้องกันได้ทั้งหมด"

“ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรามองข้ามไปคือ อดีตนักกีฬาอายุ 30 ถึง 60 ปี คนเหล่านี้คือนักกีฬาที่มีโอกาสเสี่ยงแต่ยังไม่ถึงวัยที่อาจเกิดภาวะสมองเสื่อมได้เราจำเป็นต้องทำบางสิ่งจริงจัง ในขณะเดียวกันก็ให้การสนับสนุนเมื่อจำเป็น เพื่อพยายามลดหรือปรับสมดุลความเสี่ยงในอนาคต"

“น่าเสียดายที่นักกีฬาวัยนี้กำลังตกอยู่ในอันตรายและถูกปล่อยให้ละเลย แต่ดูเหมือนว่างานวิจัยส่วนมากจะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาในนักกีฬาอายุน้อยซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพสมองในช่วงกลางและมีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมเพียงเล็กน้อย"

ดร.สจ๊วต ยังเน้นย้ำถึงประโยชน์ด้านสุขภาพในวงกว้างของฟุตบอล เช่น ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือมะเร็งบางชนิด แต่ได้เน้นย้ำถึงโรคสมองเสื่อม โดยเขากล่าวว่าการออกกำลังกายด้วยการ วิ่งเบา ๆ และทำกิจกรรมเคลื่อนไหวจะช่วยได้มาก

ทั้งนี้ ดร.สจ๊วต เสริมอีกว่ายังไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่ชี้ว่าการโหม่งบอลที่กระทบกับศีรษะนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ รวมถึง FA ที่ได้เผยแพร่คำแนะนำการโหม่งบอลในลีกระดับรากหญ้าให้ไม่เกิน 10 ครั้งต่อสัปดาห์ และส่วนหัว 10 ครั้งต่อเกมในลีกระดับอาชีพ จากจังหวะโหม่งไกล ลูกเตะมุมและลูกฟรีคิก 

 

ที่มา :

https://www.telegraph.co.uk/.../football-authorities.../
https://faroeislands.bpositivenow.com/football.../



AUTHOR

ทรงศักดิ์ ศรีสุข

"พาผมไปส่งบขส.หน่อยครับ"
     


PHOTO

ปฐวี ยอดเนียม

ช่างภาพ ที่ขายกาแฟ และรักการเตะฟุตบอล ชื่นชอบ กีฬาต่างๆ ความฝันคือการปั่นจักรยานท่องโลก ❤
     


x