GROOMING

Football X Street Culture : การผสมผสานที่ได้ผลลัพธ์เกินคำว่า "เท่" ของกีฬาฟุตบอล 



กีฬาบนโลกนี้มีมากมายหลายชนิด แต่จะมีกีฬาชนิดไหนที่แทบทั้งโลกเข้าใจวิธีเล่นตรงกันและได้รับความนิยมมาเป็น 100 ปีเท่ากับฟุตบอล คำตอบคือไม่มีอีกเเล้ว

 


ฟุตบอลคือกีฬาที่เป็นสากลสุด ๆ และแต่ละขวบปีที่ผ่านไปฟุตบอลได้ก้าวกระโดดออกจากสนามทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าจนกลายมาเป็นวัฒนธรรมเฉพาะ (Sub Culture) ที่นอกจากความสนุกเเล้วยังกลายเป็นความเท่อีกด้วย 

นี่คือเรื่องราวการของเปลี่ยนสุดยอดกีฬาให้กลายเป็นสุดยอด Street Culture ที่เท่ไม่แพ้เทรนด์ไหน ติดตามเรื่องทั้งหมดได้ที่ Main Stand 

 

กีฬาของเหล่าแรงงาน 

ต้นกำเนิดของกีฬาฟุตบอลนั้นยังไม่มีความแน่ชัด เนื่องจากหลายแห่งก็อ้างอิงจากประวัติศาสตร์ของหลาย ๆ ประเทศแตกต่างกันไป ซึ่งความจริงแล้วเราอาจจะไม่ต้องปวดหัวหาข้อเท็จจริงที่พยายามหาคำตอบมาหลายปีก็ได้ เพราะชาติแรกที่ทำให้ฟุตบอลกลายเป็นกีฬาของคนหมู่มากคือ อังกฤษ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นฟุตบอลกันอย่างจริงจัง จากการมีการแข่งขันอย่างเป็นทางการในอังกฤษนี้เองที่นำมาสู่การต่อยอดมากมายจนถึงปัจจุบัน

คนอังกฤษผูกพันกับฟุตบอลและทำให้กีฬาชนิดนี้เดินทางมาไกลมาก โดยจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ มาจากกลุ่มชนชั้นแรงงานที่ต้องการหากิจกรรมทำในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงเริ่มมีการส่งทีมฟุตบอลมาแข่งขันกันมากขึ้น ด้วยความเรียบง่ายที่ถือเป็นจุดเด่นของกีฬาฟุตบอลได้สร้างค่านิยมให้ไปไกลยิ่งกว่าเดิม จากการเตะกันในสวนสาธารณะโดยกลุ่มคนงาน ไม่นานนักกลุ่มชนชั้นนำหรือกลุ่มนักศึกษาก็เริ่มสร้างทีมมาประชันกันด้วย ซึ่งความต่างของชนชั้นและแนวคิดทำให้การแข่งขันนั้นดุเดือดเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม 

ฟุตบอลเกิดจากสิ่งง่าย ๆ เช่น การแสดงถึงตัวตนและบ่งบอกถึงสิ่งที่ตัวเองเป็นผ่านวิธีการเล่นในสนามและคาแร็กเตอร์ของผู้เล่นแต่ละคน ลักษณะเฉพาะเหล่านี้กลายเป็นเสน่ห์ที่บางครั้งก็มีคนจดจำยิ่งกว่าผลแพ้ชนะด้วยซ้ำไป 

ไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอลเท่านั้นที่พยายามยกระดับตัวเองเพื่อให้ดูโดดเด่นและมีมูลค่าเพิ่มขึ้น แฟนบอลของแต่ละทีมต่างก็มีวิวัฒนาการการเชียร์ การเเต่งตัวไปตามยุคสมัย จากเดิมที่เคยสวมใส่แค่เสื้อฟุตบอลของทีมรักไปเชียร์ในสนาม พวกเขาก็หาวิธีที่จะทำใหตัวเองดูโดดเด่นกว่าใคร และเมื่อได้ออกเดินทางไปเชียร์ฟุตบอลที่ต่างประเทศก็ได้ซึมซับเอาแฟชั่นเท่ ๆ ติดตัวกลับมาด้วย ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่เกี่ยวกับ Street Culture หรือเป็นการเกิดขึ้นของรสนิยมการแต่งตัวที่ได้รับอิทธิพลมาจากเกมกีฬา 

"แฟชั่นสตรีทกับฟุตบอลมีรากฐานมาจากปลายทศวรรษ 1970s ความสำเร็จของสโมสรฟุตบอลอังกฤษทำให้กลุ่มแฟนบอลวัยรุ่นมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อชมเกมฟุตบอลยุโรป พวกเขาเห็นคนอื่นจึงต้องการจะดูดีและแตกต่างไปมากกว่าการใส่เสื้อเชียร์กับกางเกงยีนส์ จากนั้นพวกเขาก็พัฒนารสนิยมการแต่งตัวไปเชียร์บอลแบบใหม่ขึ้นเมื่อพวกเขากลับมาบ้าน วัฏจักรนี้จึงเริ่มต้นขึ้น นี่เป็นจุดเริ่มต้นของชุดกีฬาที่ไฮเปอร์จริง ๆ" แพ็ดดี้ แมดดิสัน บล็อกเกอร์จากเว็บไซต์ fashionbeans.com เล่าถึงการแต่งตัวแนวสตรีทที่มีรากฐานมาจากกีฬาฟุตบอล 

พวกเขาเริ่มเเต่งตัวแบบเน้นความเท่ เน้นแบรนด์ดัง โดยใช้สีประจำสโมสรเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงทีมที่เชียร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลัก ๆ แล้วต้องเท่ไม่เหมือนใครไว้ก่อนเป็นอันใช้ได้ ซึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ได้แก่ Farah, Lois, Diadora, Nike, Adidas, Puma, Sergio Tacchini, Fila, Ellesse, Cerruti 1881, Australian, Lacoste, Lyle and Scott, Pringle และ Kappa  เรียกได้ว่านี่คือช่วงยุคทองของการจับธุรกิจฟุตบอลควบคู่ไปพร้อมกับสตรีทคัลเจอร์จากแบรนด์ต่าง ๆ อย่างแท้จริง 

"สไตล์การแต่งตัวของแฟนบอลนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว" แกรี่ แอสพ์เดน นักออกแบบรองเท้าและที่ปรึกษาของแบรนด์ Adidas กล่าวถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง 

"คุณต้องตามเทรนด์สตรีทให้ทันนะ ของแบบนี้มันเปลี่ยนแปลงตามวัฒนธรรมของแฟนบอลเลยก็ว่าได้ ยุคหนึ่งพวกเขาใส่ยีนส์รัดรูป แต่ถัดมาไม่กี่ปีพวกเขาก็หันมานิยมกางเกงทรงหลวม ทุกอย่างเปลี่ยนไปได้ในชั่วข้ามคืน นี่แหละคือความหมายของแฟชั่นสตรีทโดยแท้จริง" 

"มีสองแบรนด์ที่ผมพอนึกออก กับการเป็นแบรนด์ที่มีสไตล์เป็นของตัวเองชัดเจนและอยู่กับกระแสสตรีทแฟชั่นที่ผูกกับฟุตบอลได้อย่างยาวนานมาตลอด นั่นก็คือ Adidas กับ Lacoste ที่คงความเรียบง่ายแต่โดดเด่นในการแต่งตัวแนวสตรีทไว้ได้ มันกลายเป็นของคู่กัน คล้าย ๆ กับเวลาที่คุณนึกถึงรองเท้าหนังของ Dr.Martens คุณก็จะต้องนึกถึงผมทรงสกินเฮด"  แอสพ์เดน กล่าวถึงการเข้าถึงความเป็นสตรีทของแบรนด์ต่าง ๆ ในช่วงที่แฟชั่นและกีฬาเป็นของคู่กันไปเสียเเล้ว 

แอสพ์เดนอาจจะพูดเหมือนอวยบริษัทของตัวเอง แต่อย่างน้อย Adidas ก็ได้สร้างฐานแฟนคลับสายฟุตบอลและสตรีทของตัวเองได้จริง พวกเขาสร้างไลน์การผลิตที่นำพาเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬาให้กลายมาเป็นเสื้อผ้าที่ดูดีและสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ Adidas ยังผลิต สนีกเกอร์ หรือรองเท้าผ้าใบที่เน้นเรื่องความเท่และแฟชั่นควบคู่ไปกับการใส่ออกกำลังกายได้ด้วย 

ที่กล่าวถึง Adidas เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้น เพราะไม่ว่าแบรนด์ไหนก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น เพราะเมื่อฟุตบอลกระโดดออกจากสนามที่มีแต่ผลแพ้ชนะไปสู่วัฒนธรรมย่อยที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก พวกเขาก็ต้องปรับตัวตามให้ทันและเข้าถึงจิตวิญญาณของความเป็นสตรีทให้ได้  

 

ยุคฟุตบอล X สตรีทคัลเจอร์ 

เทรนด์การแต่งตัวแบบ "แคสชวล" หรือแนวลำลองแบบสตรีทนี้ ได้กลายมาเป็นวัฒนธรรมของแฟนบอลอังกฤษในยุคนั้นที่ทำตาม ๆ กันมา การแต่งตัวด้วยของแบรนด์เนมที่มีราคาคือตัวกำหนดความเจ๋งและความเท่ของพวกเขา และแน่นอนว่ากลุ่มแบรนด์เสื้อผ้าไม่ว่าจะจากวงการสปอร์ตแวร์หรือวงการสตรีทแฟชั่นต่าง ๆ ก็มองเห็นโอกาสนี้ และเริ่มผลิตสินค้าของพวกเขาที่เกี่ยวข้องกับทีมฟุตบอลทีมต่าง ๆ ออกมาวางขาย 

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือแบรนด์แฟชั่นอังกฤษที่มีชื่อว่า Palace ที่เห็นโอกาสนี้แล้วจับมือกับ Umbro เจ้าของลิขสิทธิ์เสื้อแข่งทีมชาติอังกฤษ ในฟุตบอลโลกปี 1990 และได้ทำ "เสื้อเชียร์ฟุตบอลแนวแฟชั่น" ที่มีชื่อว่า Palace Italia '90 ออกมา

ความแตกต่างระหว่างเสื้อแข่งและเสื้อเชียร์ฟุตบอลแนวแฟชั่นนี้ต่างกันลิบลับ ไม่ว่าจะด้วยดีไซน์ คู่สี และการโฆษณาผ่านสื่อ และเมื่อคุณเอาฟุตบอลมารวมกับสตรีทแฟชั่น สิ่งที่ตามมาคือยอดขายถล่มทลาย

"คนอังกฤษทุกคนรักและคลั่งฟุตบอลแน่นอน และ Umbro ก็ถือเป็นแบรนด์ที่สะท้อนถึงความเป็นทีมชาติอังกฤษได้ดีมาก ๆ ผมชอบเสื้อแข่งของทีมตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันเป็นโครงการสนุก ๆ ที่เราจะทำร่วมกัน มันแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของฟุตบอลที่มีต่อวัฒนธรรมสตรีทของอังกฤษ มันเป็นอะไรที่มองเห็นจากทุกด้านได้อย่างง่ายดาย เมื่อเราผลิต Palace Italia '90 ออกมา สินค้าของเราก็ขายหมดเกลี้ยงทันทีเลย" Lev Tanju ผู้ก่อตั้ง Palace เผย

ไม่ใช่แค่เสื้อเท่านั้นที่เป็นการรวมกันระหว่างฟุตบอลกับสตรีทคัลเจอร์ ทุกอย่างที่เป็นของสวมใส่ล้วนแต่มีสินค้าที่เกิดจากการจับมือกันของแบรนด์กับแบรนด์หรือแบรนด์กับสโมสรที่ผลิตสินค้าพิเศษออกมาทั้งสิ้น 


ไอเท็มบางชิ้นถือเป็นไอคอนของเรื่องนี้และสามารถใช้คำว่า "ของมันต้องมี" ได้เลย ทั้งรองเท้า Adidas Gazelle, Adidas Samba และอาจจะรวมถึงเสื้อโค้ทของแบรนด์อย่าง Burberry ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ไม่ได้เอ่ยชื่อถึง แต่ที่แน่ ๆ ทุกวันนี้ไม่มีแบรนด์แฟชั่นไหนที่มองข้ามตลาดฟุตบอลอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์สตรีทแฟชั่นหรือแบรนด์ระดับหรูติดห้าง พวกเขาก็ลงมาเล่นในตลาดฟุตบอลกันทั้งนั้น ทั้ง Balenciaga, Louis Vuitton และ Chanel ที่เป็นชื่อคุ้นหูทั้งสิ้น

เมื่อฟุตบอลเบ่งบานไปพร้อม ๆ กับสตรีทคัลเจอร์ สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากเงินที่สะพัดในธุรกิจดังกล่าวเเล้วยังมีสิ่งที่เติบโตขึ้นตามมาพร้อม ๆ กันอีกมากมาย เพราะเมื่อมีความเท่เป็นที่ตั้งแล้ว ... ไม่ว่าอย่างไรมันก็ต้องปังอย่างแน่นอน 

 

ฟุตบอล + สตรีท = ทุกสิ่ง 

มาถึงยุคปัจจุบันที่ฟุตบอลสามารถผูกเข้ากับสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ฟุตบอลไปได้ไกลยิ่งกว่าวงการแฟชั่นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นวงการเพลง, ศิลปะแขนงต่าง ๆ การแตกแขนงออกไปเป็นกีฬาชนิดใหม่ ๆ อย่างสตรีทฟุตบอลที่เอาทักษะของฟุตบอลมาใช้เป็นท่าทางต่าง ๆ ให้ดูสวยงามมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้เป็นที่นิยมมาก ๆ ในยุคที่โซเชียลมีเดียบูมขึ้นมา อาทิ F2 FREESTYLERS ที่กลายมาเป็นทีมสตรีทฟุตบอลหรือฟรีสไตล์ฟุตบอลที่เคยร่วมงานในสายวิดีโอคอนเทนต์กับสโมสรหรือนักเตะดัง ๆ มาแล้วทั่วยุโรป และสร้างรายได้มากมายผ่านผู้ติดตามหลายล้านคน 

นอกจากเสื้อผ้าและเครื่องสวมใส่แล้ว วงการเพลงก็มีส่วนอย่างมากในการส่งเสริมแฟชั่นฟุตบอลและสตรีทคัลเจอร์ให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และทำให้มีมูลค่าทางการตลาดขึ้นในทุก ๆ วัน 

ดนตรีเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการเปิดโลกเสื้อผ้าลำลองให้เข้าถึงผู้คนวงกว้าง ศิลปินดัง ๆ หลายคนก็เป็นแฟนฟุตบอลอยู่แล้ว พวกเขาเองก็เกาะติดกระแสแฟชั่นสตรีทที่ต่อยอดมาจากฟุตบอล ความเท่ของพวกเขาก็เพิ่มความนิยมจากแฟนคลับที่อยู่ในสายดนตรีที่ชื่นชอบและรักในการแต่งตัวแนวสตรีทขึ้นไปอีก อาทิ Liam Gallagher, The Stone Roses และ Kasabian ศิลปินเหล่านี้ได้กลายเป็นไอคอนที่เชื่อมโลกฟุตบอล แฟชั่น และดนตรีเข้าไว้ด้วยกัน 

ยิ่งนานวันเข้าความเป็นฟุตบอล x สตรีทคัลเจอร์ ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวันนี้หากใครเป็นสายหาของสะสมของแต่ละสโมสรก็จะเข้าใจได้ทันทีถึงการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์นี้ สโมสรต่าง ๆ ไม่ได้แค่เอาชุดแข่งของตัวเองมาวางขายอีกแล้ว พวกเขาจับมือกับแบรนด์สปอนเซอร์ต่าง ๆ สร้างผลิตภันฑ์ใหม่ ๆ เป็นสินค้าที่แสดงถึงความมีอัตลักษณ์ มีตัวตน และใส่ไอเดียที่บรรเจิดลงไปไม่ยั้ง แน่นอนว่าที่พวกเขาทำไปก็เพราะว่ามันขายได้ และมีแฟน ๆ เฝ้ากำตังค์รอซื้ออย่างใจจดใจจ่ออยู่แล้ว 

ขณะที่เมืองไทยของเราก็ไม่น้อยหน้า มีการเปิดตัวงาน Football x Street Culture กับ REGAL F.C. by CHIVAS THE BLEND แพลตฟอร์มที่รวมเอาฟุตบอลและสตรีทคัลเจอร์มาไว้ในที่เดียวกัน 

ภายในงานนี้คุณจะได้เห็นภาพของสิ่งต่าง ๆ ชัดขึ้นว่า ฟุตบอลนั้นกระโดดออกมาไกลจากเรื่องของการแข่งขันในสนามขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นเซเลปจากทีม SWAGGER ที่รวมศิลปินแรปเปอร์ชื่อดัง นำทีมโดย TWOPEE โต้ง ทูพี-พิทวัส แรปเปอร์สุดฮอต Pradaa ปราด้า ธันย์สิตา แรปเปอร์นางงามสุดชิก และ CDGuntee ซีดี-กันต์ธีร์

ทีม GANGSTAR นำทีมโดย โอบนิธิ พระเอกสุดฮอต แพต ชญานิษฐ์ นางเอกสาวสายอาร์ต และ บี๊บ ศิรสัณห์ นักร้องหนุ่มจากวง Rooftop

ทีม SNEAKERHEAD ตัวจริงด้านสตรีทแฟชั่น นำทีมโดย ปริ๊น อนุพงศ์ เจ้าของร้าน Multi-brand ชื่อดัง Carnival แม้ว วราลี เจ้าของแบรนด์ SSAP ที่ดังไกลถึงนิวยอร์ก และ บ๊อบ วรากฤช เจ้าของแบรนด์ V.A.C. แบรนด์สตรีทแฟชั่นหัวขบถ

นอกจากนี้ยังมี 5 ภารกิจ 5 ความท้าทายวัดทักษะด้านฟุตบอลและสตรีทคัลเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งออกแบบเสื้อยืด, การแข่งขันเกมฟุตบอลอีสปอร์ตส์, ศิลปะแบบ Graffiti, แข่งขันพากย์ฟุตบอลแบบเรียลไทม์ และการแข่งขันวัดทักษะฟุตบอล 

รับชมทีเซอร์ตัวอย่างความมันของ 5 ภารกิจ 5 ความท้าทายและรู้จักกับทั้ง 3 ทีมตัวแทนสายสตรีทเมืองไทยที่พร้อมนำทุกความแตกต่างมาเป็นส่วนผสมของความสำเร็จแบบ Success is a blend ได้แล้ววันนี้ที่ Facebook และ YouTube มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวและมันไปกับการแข่งขันของทั้ง 3 ทีมในภารกิจสุดคูลได้แล้ววันนี้ที่

Facebook : Chivas The Blend
YouTube : Chivas The Blend

ร่วมลุ้นและร่วมเชียร์ว่าทีมใดจะคว้าชัยชนะและเป็นแชมป์ REGAL F.C. ทีมแรกของประเทศไทย! 

#ChivasTheBlend #IRiseWeRise #SuccessIsABlend #RegalFC #ส่วนผสมของความสำเร็จ

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.footballhistory.org/
https://blog.klekt.com/fashion/from-cobbles-to-couture-how-football-culture-influenced-british-fashion/
 https://www.independent.co.uk/news/uk/politics/margaret-thatchers-government-thought-football-fans-so-violent-she-set-up-a-war-cabinet-a6883226.html
https://www.nssmag.com/en/sports/20329/calcio-cultura-vita\
https://urbanpitch.com/urban-lens-quiet-rise-street-football-culture-mumbai/
https://www.apetogentleman.com/football-fashion-guide/
https://www.fashionbeans.com/article/terrace-fashion-guide/



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x