GROOMING

Adaptive Wear : ชุดแข่งที่ทำที่ทำให้นักกีฬาพาราลิมปิก "เท่และติดปีก" | Main Stand



นอกจากอุปกรณ์คู่กายที่ต้องใช้ในการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกอย่าง ขาเทียม รถวีลแชร์ ของผู้พิการ รู้หรือไม่ว่า เสื้อผ้าก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ? 
 


สำหรับนักกีฬาพาราลิมปิก เสื้อผ้านั้นมีความสำคัญในเรื่องของการทำให้คล่องตัวและสะดวกมากขึ้น อย่างนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งบางคนที่ต้องคอยกังวลว่าเสื้อผ้าจะหดรัดตึงมากขึ้นขณะที่กำลังแข่งขัน ดีไซน์เนอร์หลายคนจึงพยายามที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้อย่างจริงจัง  

นักกีฬาพาราลิมปิกส่วนมากจะนิยมใส่เสื้อผ้าที่เรียกว่า "Adaptive Wear" ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ถูกออกแบบมาตามร่างกายนักกีฬาผู้พิการที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงความคล่องตัวที่แตกต่างกัน บางคนพิการมาตั้งแต่กำเนิด บางคนพิการชั่วคราว เสื้อผ้าจึงถูกออกแบบให้ปรับตัวตามนักกีฬาได้ สมคำนิยามว่า "Adaptive" ที่แปลว่า "ปรับตัวได้" 

Adaptive Wear มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก เสื้อผ้านักกีฬาพาราลิมปิกมีความแตกต่างจากเสื้อผ้าธรรมดามากน้อยแค่ไหน 

Main Stand ขออาสาเล่าให้ฟัง 

 

DEXTERITY / FUNCTIONALITY / ADAPTIVE 

สำหรับคนที่ยังไม่เคยได้ยินคำว่า "อแดปทีฟ แวร์" (Adaptive Wear) มาก่อน หากอธิบายอย่างง่ายที่สุด เสื้อผ้าประเภทนี้คือเสื้อผ้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้พิการโดยเฉพาะ และมีประวัติมายาวนานแล้ว 


Photo : www.researchgate.net

แม้จะไม่มีปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนว่าใครเป็นผู้คิดค้น อแดปทีฟ แวร์ ขึ้นมาเป็นคนแรก แต่เชื่อกันว่าเสื้อผ้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุควิคตอเรียนในศตวรรษที่ 19 ในประเทศอังกฤษ และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1890s เนื่องจากมีการตระหนักถึงปัญหาการสวมใส่เสื้อผ้าที่ยากลำบากของผู้พิการมากขึ้น

ย้อนกลับไปในสมัยศตวรรษที่ 19 ก่อนที่เสื้อผ้าประเภท อแดปทีฟ แวร์ จะถือกำเนิดขึ้น การผลิตเสื้อผ้าสำหรับคนพิการนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่นักธุรกิจและนักลงทุนเท่าไรนัก ร่างกายของผู้พิการถูกมองว่าเป็นสิ่งที่สวนทางกันกับ "ร่างกายกระแสหลัก" (Mainstream Body) ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึงร่างกายที่ครบถ้วนสมบูรณ์นั่นเอง 

สิ่งต่อมาคือ ถึงผู้ผลิตอยากจะคิดค้นเสื้อผ้าสำหรับผู้พิการขึ้นมามากขนาดไหน พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าใจได้อยู่ดีว่าความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้คืออะไร เพราะผู้พิการแต่ละคนก็มีความบกพร่องทางร่างกายที่แตกต่างกัน จึงเป็นการยากที่จะตัดสินใจลงทุนผลิตเสื้อผ้าแบบเจาะจงสักชนิดออกมา ปัจจัยที่เป็นปัญหาต่อการผลิตคือการขาดความรู้ต่อเรื่องผู้ทุพพลภาพเป็นหลัก 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่นายทุนเหล่านี้พอจะทราบ คือการผลิตเสื้อผ้านี้จะทำให้ชีวิตของผู้พิการสะดวกสบายขึ้น นอกจากนี้ความตั้งใจในการผลิตอีกอย่างคือ เพื่อซ่อนร่างกายส่วนที่พิการไว้ 

ถึงจะฟังดูแย่ แต่เรื่องนี้คือเรื่องที่ไม่ดีในสังคมที่เคยเกิดขึ้นจริง มีการกีดกันผู้ทุพพลภาพในอดีต ยกตัวอย่างจากประเทศอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ประชากรในสังคมส่วนมากมองว่าผู้พิการนั้นเป็นผลผลิตจากความผิดปกติทางการแพทย์ การผลิตเสื้อผ้าสำหรับผู้พิการในอีกแง่หนึ่งคือการปกปิดข้อผิดพลาดนั้นไว้ใต้เสื้อผ้าเพราะความอับอาย 

เพราะฉะนั้น การผลิต อแดปทีฟ แวร์ จึงตกอยู่ภายใต้เงื่อนไข 2 ข้อที่สำคัญคือ ปรับให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นและปรับให้กลมกลืนไปกับสังคม 


Photo : insideretail.com.au

ดังที่กล่าวไปข้างต้น แม้ไม่มีหลักฐานที่ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าใครเป็นผู้คิดค้น อแดปทีฟ แวร์ ขึ้นเป็นคนแรก แต่หลักฐานจากภาพถ่ายของหมอผู้ขายรองเท้าสำหรับผู้พิการในลอนดอนในปี 1877 ได้แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมสำหรับผู้พิการในยุคแรกอย่างชัดเจน เป็นภาพของหมอใส่รองเท้าเสริมส้น ที่มีขนาดใหญ่กว่าอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด เพื่อปกปิดและเพื่อทำให้สามารถเดินได้อย่างเสมอกันทั้งสองข้าง และสอดคล้องกับเงื่อนไขที่กล่าวมา 

เมื่อเวลาผ่านไป เข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ช่วงทศวรรษ 1950s สังคมได้เริ่มตระหนักถึงปัญหาของผู้ทุพพลภาพมากขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยที่เกี่ยวข้อง ต่างก็ร่วมกันคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีที่จะสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ ภายใต้ความตั้งใจที่เรียบง่าย คือชุดดังกล่าวต้องพร้อมใส่ทันที (Ready-To-Wear) และมีความสบาย เกิดขึ้นมาเป็นชุดคลุมที่มีลักษณะคล้ายชุดผู้ป่วยในโรงพยาบาล ซึ่งนอกจากจะใช้กับผู้พิการแล้ว ยังเป็นที่นิยมใช้ในหมู่ผู้สูงอายุในบ้านพักคนชราอีกด้วย

อแดปทีฟ แวร์ เริ่มมาเป็นที่นิยมจริง ๆ ในยุค 1980s เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้พิการมากขึ้น ในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มมีการร่างกฎหมายคุ้มครองผู้พิการอย่างจริงจัง โดยห้ามพลเมืองเลือกปฏิบัติต่อผู้พิการ ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านในปี 1990 ทำนองเดียวกันกับกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองกับคนผิวดำในปี 1964


Photo : dudleyci.co.uk

อแดปทีฟ แวร์ ในช่วงเริ่มต้นนั้นมีทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อคลุม เสื้อซับใน หรือแม้กระทั่งชุดเดรส โดยเสื้อผ้าทุกแบบจะมีลักษณะร่วมกันคือจะมีการผ่าด้านหลังเพื่อให้มีความสะดวกต่อการถอดและใส่ สำหรับท่อนล่าง ส่วนมากกางเกงจะสามารถถอดจากด้านข้างได้อย่างง่ายดาย เพื่อความสะดวกสบายต่อผู้พิการที่ไม่สามารถอั้นปัสสาวะได้นาน 

ทุกชุดจะมีแถบเวลโคร (หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อตีนตุ๊กแก) ติดอยู่ที่ไหล่ เพื่อให้สามารถถอดออกได้โดยไม่ต้องให้ผู้พิการขยับตัว ลุกขึ้นยืนหรือยกแขนยกขาแต่อย่างใด เสื้อผ้าเหล่านี้จึงถือคติสำคัญคือ การเน้นไปที่ความคล่องแคล่ว การใช้งานที่ถูกปรับให้เข้ากับผู้พิการโดยเฉพาะ 

อแดปทีฟ แวร์ ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันแก่ผู้พิการ หากแต่ยังเป็นเสื้อผ้าที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการเล่นกีฬาของคนพิการในการแข่งขันพาราลิมปิกด้วย 

 

เทคโนโลยีเพื่อการแข่งขัน

ปัจจุบัน เสื้อผ้าประเภท อแดปทีฟ แวร์ ได้รับการพัฒนาและการผลิตออกมาอย่างแพร่หลาย แบรนด์เสื้อผ้าใหญ่ ๆ อย่าง ไนกี้ หรือ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ก็เริ่มตระหนักถึงกลุ่มลูกค้าผู้พิการและเริ่มผลิตเสื้อผ้าเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น 


Photo : milled.com

"ฉันใส่กางเกงบาสเกตบอลที่หลวมโพรกไปวิ่ง ท่ามกลางวันที่อากาศร้อนชื้นในรัฐมิชิแกน ส่วนหนึ่งนั่นเป็นเพราะว่าฉันยังไม่พร้อมที่จะโชว์ขาเทียมของตัวเอง อีกส่วนคือ นั่นคือกางเกงแบบเดียวที่ฉันจะสามารถสอดขาเทียมเข้าไปได้ ลืมเรื่องกางเกงวิ่งเข้ารูปไปได้เลย มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใส่กางเกงให้ขาเทียมพอดีกับขาอีกข้าง" 

"ฉันรู้สึกว่ามีน้อยคนที่จะรู้ว่าสิ่งเล็ก ๆ อย่างการใส่เสื้อผ้าและได้มองมันอยู่บนตัวเอง ก็สามารถทำให้คุณมีความสุขได้เช่นกัน"  

สเกาต์ บาสเซ็ต นักวิ่งพาราลิมปิกทีมชาติสหรัฐอเมริกา กล่าวถึงความยากลำบากของเธอในการใส่เสื้อผ้าออกกำลังกายที่ไม่ลงตัวในอดีตกับนิตยสาร Women's Health เธอยังกล่าวอีกด้วยว่า การใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับการเล่นกีฬาย่อมดีกว่าเสมอ

"คนที่มีร่างกายปกติ พวกเขาไม่ได้มานั่งกังวลว่าเสื้อผ้าหรือรองเท้าพวกนี้จะมีผลกระทบอย่างไรกับคนที่มีปัญหาในการใส่ กางเกงเลกกิ้งแบบสั่งตัดทำให้ให้ฉันมีตัวเลือกมากขึ้นว่าฉันอยากจะมีรูปลักษณ์แบบไหน ฉันไม่ได้อยากใส่กางเกงตัวโพรกหรือกางเกงขากว้างอยู่ตลอด แต่ฉันอยากได้อะไรที่มันโฉบเฉี่ยว ใช้งานได้ และใส่สบาย" 

นอกเหนือจากเสื้อผ้า อีกหนึ่ง อแดปทีฟ แวร์ ที่มีความสำคัญอย่างมากได้แก่ รองเท้า ซึ่งแบรนด์อย่าง ไนกี้ ก็เป็นหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ เจสสิก้า ฮีมส์ หนึ่งในนักวิ่งหญิงพาราลิมปิกทีมชาติสหรัฐอเมริกา ถึงกับอัดคลิปลง TikTok ดีใจจนเกือบร้องไห้ ตอนที่เธอได้รับรองเท้าอแดปทีฟจากไนกี้ตอนที่ไปถึงญี่ปุ่นเพื่อเตรียมแข่งขันพาราลิมปิก ในโตเกียว 2020 โดยมีทั้งรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบ 

@jessie_heims

Adaptive clothing is so important to the disabled community #disability #paralympics2020

♬ original sound - Jess Heims

ลักษณะรองเท้าจะเป็นรองเท้าแตะที่มีสายรัดส้น ทำให้ไม่หลุดจากการสวมใส่กับขาเทียม ส่วนรองเท้าผ้าใบจะเป็นแบบสวมใส่ได้ทันที ไม่มีเชือกผูก มีสายรัดให้ไว้รัดให้แน่นและสามารถปลดเพื่อถอดออกได้อย่างง่ายดาย เธอเขียนแคปชั่นคลิปไว้ว่า "Adaptive clothing is so important to disabled community" หรือที่แปลได้ว่า เสื้อผ้าอแดปทีฟมีความสำคัญมากกับชุมชนของผู้ทุพพลภาพ 

นอกจากสเกาต์ยังมี ซูซานน่าห์ สกาโรนี่ นักแข่งกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งหญิงทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับ Runner's World ว่า เธอไม่เคยตระหนักมาก่อนเลยว่าจริง ๆ แล้วเสื้อผ้าก็มีส่วนสำคัญกับการเล่นกีฬา 

"ฉันลองทบทวนตัวเองดูแล้ว ก็ไม่เคยนึกได้มาก่อนเลยว่าการหาเสื้อผ้าสำหรับตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ หากพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง เสื้อผ้าถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในวงการกีฬา ทุกอย่างจะต้องมีความพอดี" 

ด้วยเหตุนี้เอง ซาร่าห์ เคล็คเกอร์ ดีไซน์เนอร์ ที่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาการออกแบบอุปกรณ์กีฬา ในมหาวิทยาลัยโอเรกอน สหรัฐอเมริกา จึงได้เข้าไปช่วยเหลือซูซานน่าห์ เธอได้ทำสารนิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องการใช้งานเสื้อผ้าของนักกีฬาพาราลิมปิกโดยเฉพาะ ผลงานของเธอใช้งานได้จริงและสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่นักกีฬาได้มากขึ้น 

ซาร่าห์ ออกแบบเสื้อกันฝน โดยใช้ผ้า Gore-Tex ที่มีลักษณะพิเศษคือการะบายอากาศและการป้องกันน้ำได้ เสื้อกันฝนสำหรับนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งของเธอจะมีด้านหลังที่ยาวกว่าด้านหน้าและจะสามารถยืดได้ตรงช่วงอกและแขน ทำให้นักกีฬาเคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีถุงมือสำหรับการหมุนวีลแชร์ ลักษณะผ่าออกตรงกลางและตรงส่วนข้อมือจากเดิมที่จะมีโฟมอยู่ เธอได้นำโฟมออกเพื่อทำให้ข้อมือของนักกีฬาอยู่ในท่าที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

ยังไม่มีรายงานว่าสารนิพนธ์ของซาร่าห์ถูกนำไปพัฒนาต่อหรือว่าเธอได้รับการว่าจ้างจากแบรนด์กีฬาใดสำหรับการออกแบบชุดนักกีฬาพาราลิมปิก แต่อย่างน้อยผลงานของเธอก็ช่วยทำให้คนเริ่มสนใจในเสื้อผ้าของนักกีฬาพาราลิมปิกกันมากขึ้น 


Photo : www.ctollerun.com

"ลองนึกภาพว่าคุณเป็นนักกีฬาที่เก่งที่สุดในโลก แต่คุณได้ใส่ชุดที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคุณหรือกีฬาที่คุณเล่นเลย มันมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แน่นอนเวลาที่คุณสวมใส่เสื้อผ้าอะไร มันเป็นเรื่องทางจิตวิทยา" 

"เรื่องการนำเสนอเสื้อผ้ายังค่อนข้างมีปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะพูดถึงแง่มุมของเชื้อชาติ เพศ หรือความทุพพลภาพ ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม การได้เห็นตัวเองอยู่ในเสื้อผ้าที่ตัวเองชอบนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญและช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อีกด้วย" 

คำกล่าวของซาร่าห์กับ Runner's World ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเสื้อผ้า ที่จะมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้ใส่ ซึ่งนอกจาก อแดปทีฟ แวร์ จะได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานแล้ว ส่วนที่สำคัญที่มองข้ามไปไม่ได้ คือเรื่องของแฟชั่น ที่จะต้องทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกมั่นใจขึ้นด้วย 

 

Adaptive 'Trendy' Wear 

ปัจจุบันแบรนด์เสื้อผ้าหลายแบรนด์เริ่มที่จะหันมาสนใจเทรนด์ของ อแดปทีฟ แวร์ มากขึ้น หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนสำคัญได้แก่แบรนด์อย่าง ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์​ 

ทอมมี่ เริ่มมาตีตลาดกลุ่มลูกค้าผู้ทุพพลภาพมากขึ้น พวกเขาเริ่มผลิตเสื้อผ้าในไลน์ อแดปทีฟ แวร์ ครั้งแรกในปี 2016 และเริ่มทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้น จนถึงตอนนี้พวกเขามีความตั้งใจที่จะปล่อยคอลเลกชันอแดปทีฟ แวร์ 2 คอลเลกชันต่อ 1 ปี และขยายการขายไปให้มากขึ้นทั่วโลก ทั้งในภาคพื้นทวีปยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย การขายค่อนข้างประสบความสำเร็จ มีลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยใส่เสื้อผ้าของทอมมี่เข้ามาให้ความสนใจมากมาย 


Photo : au.tommy.com

"การปูทางให้กับแฟชั่นเสื้อผ้าอแดปทีฟเป็นอะไรที่พวกเราภาคภูมิใจมาก" ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ กล่าวกับ Vouge Business 

เสื้อผ้าของทอมมี่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง หรือเสื้อคลุม ที่เป็น อแดปทีฟ แวร์ ถูกออกแบบและใช้งานได้อย่างเรียบง่าย ด้วยการติดแถบเวลโครไว้ตามจุดต่างๆ  อย่างด้านหลังของเสื้อ หรือตรงขากางเกง เพื่อให้ผู้ใส่ไม่ต้องลำบากอย่างที่เคย  

ทั้งนี้ Vouge Business ยังได้การคาดการณ์มูลค่าทางการตลาดเสื้อผ้า อแดปทีฟ แวร์ ว่าจะพุ่งขึ้นสูงถึง 400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2026 ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ผลิตและแบรนด์ต่าง ๆ จะเข้ามาตีตลาด อแดปทีฟ แวร์ กันมากขึ้นนั่นเอง 

เรื่องดังกล่าวดูมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นจริง เพราะนอกจากทอมมี่แล้ว ยังมี United Arrows แบรนด์เสื้อผ้าเก่าแก่จากญี่ปุ่น ที่ออกเสื้อผ้าคอลเลกชัน อแดปทีฟ แวร์ มาตีตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกางเกงติดแถบเวลโครของผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ เสื้อแจ็คเก็ตที่สามารถคลุมได้ทั้งตัวด้วยแถบเวลโครเช่นกัน พวกเขาเริ่มผลิตไลน์เสื้อผ้าอแดปทีฟมาตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ตลาดเสื้อผ้าอแดปทีฟอาจจะยังไม่เติบโตขึ้นและให้ผลตอบแทนแบบทันที ในทางกลับกัน การเติบโตช้าเช่นนี้แต่ให้ผลประกอบการที่มากในระยะยาวย่อมดีกว่า หรือพูดแบบง่าย ๆ คือ "ช้าแต่ชัวร์" เพราะการออกแบบเสื้อผ้าอแดปทีฟจำเป็นจะต้องมีความละเอียด เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อการใช้งานของแต่ละบุคคลมากที่สุด 

แบรนด์เสื้อผ้าอย่าง IZ Adaptive ที่ผลิตเสื้อผ้าสำหรับผู้ทุพพลภาพที่ต้องนั่งรถเข็นโดยเฉพาะจากแคนาดา เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ตระหนักถึงรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ อิซซี่ คามิลเลรี่ ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าดีไซน์เนอร์ของ IZ Adaptive กล่าวว่า

"คุณต้องเข้าใจตลาดของคุณ ไม่งั้นคุณก็อาจจะไปทำให้ใครเจ็บตัวได้ ถ้าไม่ตั้งใจทำเสื้อผ้าให้ออกมาดี" 


Photo : www.prnewswire.com

อย่างไรก็ดี นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ผู้ผลิตเสื้อผ้าหลายเจ้าหันมาให้ความสนใจกับ อแดปทีฟ แวร์ มากขึ้น เพราะเราก็ได้ทราบแล้วว่าเสื้อผ้ามีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนอย่างไรบ้าง ทั้งในด้านความสะดวกและด้านอารมณ์ 

อแดปทีฟ แวร์ ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเน้นการใช้งานอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ผู้ผลิตยังมีสำนึกในเรื่องแฟชั่น เรื่องความสวยความงามเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำไมจะใช้งานได้สะดวกในขณะที่สวยงามไปด้วยไม่ได้ ? 

ไม่ว่าใครก็อยากเป็นคนที่รู้สึกมั่นใจเวลาสวมใส่เสื้อผ้าตัวโปรด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดหากแฟชั่น อแดปทีฟ แวร์ จะเติบโตขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะผู้ทุพพลภาพก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกันกับคนปกติที่มีอวัยวะครบสมบูรณ์ 

ถึงเวลาที่สังคมควรเลิกมองว่าพวกเขาว่าแปลกแยกจากสังคมได้แล้วหรือยัง ?  

 

แหล่งอ้างอิง : 

https://www.chicchezvous.com/en/la-petite-histoire-du-vetement-adapte.aspx 
https://izadaptive.com/pages/about-izzy-camilleri 
https://www.popsugar.com/fitness/jessica-heims-tiktok-adaptive-clothing-2021-paralympic-games-48476570 
https://www.researchgate.net/publication/326353157_Garment_Challenging_the_boundaries_of_fashion_for_those_with_long-term_physical_disabilities 
https://www.runnersworld.com/runners-stories/a32838570/sarah-klecker-velox-wheelchair-racing-apparel/ 
https://www.voguebusiness.com/consumers/adaptive-clothing-differently-abled-asos-target-tommy-hilfiger  
https://www.voguebusiness.com/fashion/tommy-hilfiger-ramps-up-adaptive-fashion-whos-next 
https://www.womenshealthmag.com/fitness/a32998687/scout-bassett-adaptive-clothing/ 



AUTHOR

ณัฐพล ทองประดู่

Memento Vivere / Memento Mori
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x