
หลังจาก นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันแล้วว่า ประเทศไทยไม่พร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 เพราะงบประมาณไม่เพียงพอ เนื่องจากการจัดต้องใช้เงินกว่า 5,000 ล้านบาท แม้ โอลิมปิกสากล หรือ IOC คัดเลือก ไทย ได้ผ่านคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 ชาติสุดท้าย ในการลุ้นจัดรายการนี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากประเด็นดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็เกิดคำถามบนโลกโซเชียลตามมาว่าเหตุใดการแข่งขันโมโตจีพี ที่เพิ่งต่อสัญญาเมื่อปีที่แล้ว ออกไป 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ด้วยมูลค่าเกือบ 4 พันล้านบาท จึงมีงบประมาณเพียงพอพร้อมจัดต่อได้ และมีความคุ้มค่าจริงหรือไม่ กับการลงทุนในอีเวนต์ระดับโลกครั้งนี้
ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าวว่า "โครงการที่เราจะพิจารณาเข้ามาใหม่นั้น ทุกๆ โครงการเราต้องพิจารณาจริงๆ อย่างยูธโอลิมปิกเราไม่เคยจัด เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เข้ามาใหม่ เราต้องดูทั้งหมดทั้งเรื่องความคุ้มค่า เรื่องความพร้อมของการเงินที่รัฐบาลมี และช่วงนี้เราก็ต้องยอมรับว่าประเทศเรายังต้องกู้เงิน ดังนั้นตอนนี้ต้องรอบคอบทุกอีเวนต์ ต้องรอบคอบมากๆ"
ขณะเดียวกัน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า "อย่างโมโตจีพี เราได้ตัวเลขที่ชัดเจน เพราะเราไม่ได้จัดปีแรก และเป็นตัวเลขที่มันมีผลพิสูจน์ถึงความคุ้มค่าต่าง ๆ ที่มันชัดเจน รวมถึงเรามีประสบการณ์ในการจัด อีกทั้งเรายังได้รับเลือกให้เป็นสนามที่ดีที่สุดของโลกอย่างต่อเนื่อง มูลค่าของเศรษฐกิจก็มีการประเมินและเห็นผลจริงมาแล้ว ดังนั้นมันไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของการที่จะประสบความสำเร็จ ประกอบกับการตัดสินใจในช่วงเวลานั้นที่ยังไม่ได้มีเรื่องวิกฤตเหมือนในปัจจุบัน"
"ในโมโตจีพีเป็นการต่อสัญญา 5 ปี เพราะฉะนั้นตัวเลขโดยรวมยังไม่ได้เป็นการอนุมัติใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว แต่เป็นเรื่องของการให้หลักการ เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตั้งงบประมาณในปีนั้น ๆ ซึ่งปีหนึ่งที่ผ่านมา ก็ใช้เงินหลักร้อยล้าน ไม่ใช่ 4 พันล้านในทีเดียว ดังนั้นมันจะเป็นการกระจายในงบประมาณแต่ละปี ซึ่งเกิดประโยชน์ในเรื่องมูลค่าเศรษฐกิจในการจัดการแข่งขันไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านจากการใช้งบประมาณตรงนี้" ผู้ว่าฯ กกท. ระบุ