News

โชเฮ โอทานิ - ชีวิตที่ถูกหล่อหลอมจากการเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหว-สึนามิในโทโฮคุ ปี 2011

เมื่อ 15 ปีก่อน หรือวันที่ 11 มีนาคม 2011 ได้เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้นทางตะวันออกของภูมิภาคโทโฮคุ ในประเทศญี่ปุ่น แผ่นดินไหวขนาดกว่า 9.0 แมกนิจูด สร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ทำลายบ้านเรือน และก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิความสูง 30-40 เมตร ซัดเข้าถล่มชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในจังหวัดอิวาเตะ ฟุคุชิมะ มิยากิ และอิบารากิ

 


ภัยพิบัติครั้งนั้น ทำให้มีผู้สูญหายและเสียชีวิตนับหมื่น โครงสร้างพื้นฐานพังพินาศ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จังหวัดฟุคุชิมะ เสียหายอย่างหนัก จนแกนปรมาณูหลอมละลาย ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่ บางส่วนของประเทศเกิดภาวะขาดแคลนไฟฟ้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

วงการกีฬาในญี่ปุ่นได้รับผลกระทบไม่น้อยจากภัยพิบัติ การฝึกซ้อมและการแข่งขันของทีมฟุตบอลบางทีมในประเทศ ต้องหยุดพักชั่วคราว เพื่อสงวนพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ทีมบาสเก็ตบอลบางทีมที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ ต้องถอนตัวจากการแข่งขันทั้งฤดูกาล ลีกเบสบอลอาชีพสูงสุดของญี่ปุ่น (NPB) ต้องเลื่อนการเปิดฤดูกาล 2011 จากเดือน มีนาคม ออกไปเป็นเดือน เมษายน

ไม่เพียงแต่กีฬาอาชีพ ในกีฬาระดับอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน อย่างเช่นชมรมเบสบอลของโรงเรียนฮานะมากิ ฮิงาชิ ในจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งในภูมิภาคโทโฮคุ ราว 2 ชั่วโมง ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง หอพักของนักเรียนในชมรม ไฟดับ อาคารเกิดรอยร้าว

เหล่านักเรียนในชมรมที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ในช่วงบ่าย ต้องหยุดกิจกรรมทั้งหมด และอพยพออกจากโรงเรียนไปยังที่ปลอดภัยทันที ซึ่งหนึ่งในนักเรียนของชมรมนี้ก็มีเด็กหนุ่มที่ชื่อ "โชเฮ โอทานิ" ซึ่งในเวลาต่อมา เขาจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ของวงการเบสบอล อยู่ในนั้นด้วย

โอทานิ เมื่อปี 2011 เขาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 อายุ 16 ปี เป็นน้องเล็กของชมรมที่มีศักยภาพน่าจับตา เขารักเบสบอล ทุ่มเทให้กับมันอยู่เสมอ และเบสบอลคือสิ่งสำคัญสำหรับเขาเหนือสิ่งอื่นใด แต่หลังจากที่ตัวเองกลายเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในภูมิภาคโทโฮคุ ณ ตอนนั้น เบสบอลไม่ใช่สิ่งที่เขานึกถึงเป็นอย่างแรก

แม้ว่าที่โรงเรียนฮานะมากิ ฮิงาชิ จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุสึนามิ เนื่องจากอยู่ห่างจากชายฝั่งในระดับหนึ่ง แต่เพื่อนร่วมชมรมหลายคนต่างมาจากชุมชนชายฝั่งตะวันออกของภูมิภาคโทโฮคุ โอทานิ สามารถติดต่อกับครอบครัวของเขาได้ หลังเกิดเหตุภัยพิบัติ ทุกคนที่เขารักปลอดภัยดี แต่สำหรับเพื่อนบางคน มันไม่เป็นเช่นนั้น

หลายสัปดาห์ต่อมา บรรยากาศภายในชมรมเปลี่ยนไป แม้สมาชิกทุกคนจะยังคงอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า แต่เบสบอลได้กลายเป็นเรื่องรองสำหรับเพื่อนร่วมทีมบางคนไปแล้ว เรื่องนี้ โอทานิ ได้เห็นต่อหน้าและเข้าใจดี

ความสิ้นหวังของคนในชมรม จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในภูมิภาคโทโฮคุ ทำให้ โอทานิ รู้สึกถึงความอ่อนแอของตัวเอง ที่ไม่สามารถช่วยอะไรใครได้เลย ความแข็งแกร่งที่ได้จากการฝึกซ้อมเบสบอล มันไร้ความหมายไปในทันที เมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้

เขาเคยสัมภาษณ์ในภายหลังว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนั้น เขาให้ความสำคัญกับตัวเองมาก แม้ว่าเบสบอลจะเป็นกีฬาที่เล่นกันเป็นทีมก็ตาม แต่หลังจากที่ได้เห็นสีหน้าแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเพื่อนในชมรม เขาได้เปลี่ยนความคิดใหม่ พยายามที่จะคิดถึงคนในทีมให้มากขึ้น ให้ความสำคัญกับทีมและผู้อื่นมากพอ ๆ กับตัวเอง

และความคิดนั้นก็ได้ติดตัวเขาไปตลอด ทั้งตอนที่ได้เป็นนักเบสบอลอาชีพอย่างเต็มตัวในญี่ปุ่น จนก้าวไปสู่เวที เมเจอร์ลีกเบสบอล ในสหรัฐอเมริกา

"ที่ญี่ปุ่นมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเป็นปกติ แต่กับครั้งนั้น มันเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน บันไดดูเหมือนจะงอและเบี้ยว ผมจำได้ว่าได้ยินเสียงคนกรีดร้องอยู่ในไซต์ก่อสร้างข้าง ๆ โรงเรียน และเห็นอุปกรณ์ก่อสร้างหล่นลงมา" โชเฮ โอทานิ พูดถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในภูมิภาคโทโฮคุ เมื่อปี 2011 กับทาง Japan Times

"ในตอนนั้น ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าผมควรจะพูดอะไรกับพวกเขา (เพื่อนในชมรม) เพื่อให้พวกเขารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง พวกเขาติดต่อครอบครัวไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าจะปลอบพวกเขาอย่างไร หลังจากได้เจอกับเหตุการณ์นั้นด้วยตัวเองไปแล้ว มันทำให้ผมได้รู้ถึงความหมายและความสำคัญ ของการได้ช่วยเหลือผู้อื่น"

"เมื่อนึกย้อนกลับไปยังช่วงเวลานั้น ผมอยากช่วยพวกเขาให้ได้มากที่สุด แม้จะเป็นการช่วยในเรื่องเล็กน้อยก็ตาม สิ่งสำคัญจริง ๆ คือความรู้สึกที่เราทุกคนเชื่อมโยงถึงกัน และช่วยเหลือซึ่งกัน"

จากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนั้น โอทานิ ได้นำสิ่งต่าง ๆ ที่เขาเผชิญมา เปลี่ยนเป็นแรงผลักดันในการเล่นเบสบอล เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ สร้างความสุข ความหวัง และรอยยิ้มให้กับแฟนกีฬาในญี่ปุ่น รวมถึงผู้คนในบ้านเกิดของเขา ในภูมิภาคโทโฮคุ ที่กำลังค่อย ๆ ฟื้นฟูทุกอย่างให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

"แม้เวลาผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ก็มีบางสิ่งที่เราไม่ควรลืม และไม่อาจจะลืมมันได้" โชเฮ โอทานิ กล่าว

 

Author

อิสรา อิ่มเจริญ

ชายผู้สนใจญี่ปุ่นเพียงเพราะได้ดูฟุตบอลเจลีก โปรดปรานข้าวไข่เจียวเป็นที่สุด

Graphic

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1