
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เปิดเผยสถิติใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งมีการจารึกสถิติใหม่รวม 13 รายการ ดังนี้
1. ดิ๊ก อั๊ตโวคาท – กุนซืออายุมากที่สุดในฟุตบอลโลก
ดิ๊ก อั๊ตโวคาท กุนซือทีมชาติคูราเซา ลงคุมทีมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งพ่ายต่อไอวอรีโคสต์ 0-2 ส่งผลให้ทีมตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2026
ในวันแข่งขันเขามีอายุ 78 ปี 271 วัน สร้างสถิติเป็นผู้จัดการทีมอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ทำลายสถิติเดิมของ อ็อตโต เรห์ฮาเกล ที่คุมทีมชาติกรีซในฟุตบอลโลก 2010 ด้วยวัย 71 ปี
2. เบลลิงแฮม-เคน และ เด็มเบเล่-เอ็มบั๊ปเป้ – คู่หูเพื่อนร่วมทีมยิงอย่างน้อย 6 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งเดียว
ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีนักเตะจากทีมเดียวกัน 2 คน ยิงได้อย่างน้อยคนละ 6 ประตู ในฟุตบอลโลกครั้งเดียว โดย จู๊ด เบลลิงแฮม และ แฮร์รี่ เคน ของทีมชาติอังกฤษ เป็นคู่แรกที่ทำได้ ก่อนที่ อุสมาน เด็มเบเล่ และ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ของฝรั่งเศส จะสร้างสถิติเดียวกัน
เมื่อจบทัวร์นาเมนต์ เอ็มบั๊ปเป้ คว้ารางวัล ดาวซัลโว จากผลงาน 10 ประตู ขณะที่เบลลิงแฮมยิงได้ 7 ประตู ส่วนเคนและเด็มเบเล่ทำได้ คนละ 6 ประตู
3. ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ – กุนซือคุมทีมในฟุตบอลโลกมากที่สุด (26 นัด)
ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ สร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซือที่คุมทีมลงแข่งขันฟุตบอลโลกมากที่สุด หลังพาทีมชาติฝรั่งเศสลงเล่นในเกมชิงอันดับ 3 ศึกฟุตบอลโลก 2026 ส่งผลให้เขาคุมทีมในทัวร์นาเมนต์รวม 26 นัด ทำลายสถิติเดิมของ เฮลมุต เชิน อดีตกุนซือทีมชาติเยอรมนี ที่ทำไว้ 25 นัด
เดส์ชองส์สร้างสถิติดังกล่าวจากการคุมทีมชาติฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก 4 ครั้ง เริ่มจากการพาทีมเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในปี 2014 ก่อนคว้าแชมป์โลกในปี 2018, คว้ารองแชมป์ในปี 2022 และจบอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2026
นอกจากนี้ เดส์ชองส์ยังสร้างอีกหนึ่งสถิติสำคัญ ด้วยการเป็นกุนซือที่พาทีมคว้าชัยชนะในฟุตบอลโลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังนำทีมชาติฝรั่งเศสเก็บชัยชนะรวม 17 นัด แซงหน้าสถิติเดิมของ เฮลมุต เชิน ที่ทำไว้ 16 นัด
4. โยฮัน มันซัมบี – ตัวสำรองอายุน้อยที่สุดที่ยิง 2 ประตูในเกมเดียว
โยฮัน มันซัมบี กองหน้าทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ สร้างสถิติเป็นตัวสำรองอายุน้อยที่สุดที่ยิง 2 ประตูในเกมเดียวของฟุตบอลโลก ด้วยวัย 20 ปี 247 วัน ทำลายสถิติเดิมของ เนลสัน คูเอวาส อดีตกองหน้าทีมชาติปารากวัย
มันซัมบี ลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมที่สวิตเซอร์แลนด์เอาชนะ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 4-1 ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 นาที 46 วินาที ในการทำประตูแรก ก่อนจะบวกเพิ่มอีกหนึ่งประตูในเวลาต่อมา
ส่วนผลงานของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ จบเส้นทางในรอบก่อนรองชนะเลิศ หลังพ่ายทีมชาติอาร์เจนตินา 1-3
5. คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ – ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลก (22 ประตู)
คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการก้าวขึ้นเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกหลังทำประตูรวม 22 ประตู
ก่อนหน้านี้ สถิติดังกล่าวเป็นของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานทีมชาติเยอรมนี ที่ทำไว้ 16 ประตู ก่อนที่ ลีโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา จะสร้างสถิติใหม่ระหว่างฟุตบอลโลก 2026 และขึ้นครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลชั่วคราว ด้วยจำนวน 21 ประตู
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายทัวร์นาเมนต์ เอ็มบั๊ปเป้ เร่งเครื่องทำประตูหลายลูก ก่อนแซง เมสซี่ และขึ้นครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก ด้วยจำนวน 22 ประตู พร้อมคว้ารางวัล ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026 จากผลงาน 10 ประตู
6. ลีโอเนล เมสซี่ – นักเตะคว้าชัยในฟุตบอลโลกมากที่สุด (23 นัด)
แม้ทีมชาติอาร์เจนตินาจะพลาดการป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 หลังพ่ายให้กับทีมชาติสเปน 0-1 ในนัดชิงชนะเลิศ แต่ ลีโอเนล เมสซี่ กัปตันทีม "ฟ้าขาว" ยังสร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยการกลายเป็นนักเตะที่คว้าชัยชนะในฟุตบอลโลกมากที่สุดตลอดกาล ที่จำนวน 23 นัด
ปัจจุบัน ผู้เล่นที่เข้าใกล้สถิติดังกล่าวมากที่สุดคือ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งเก็บชัยชนะในฟุตบอลโลกไปแล้ว 17 นัด และยังมีโอกาสไล่ล่าสถิตินี้ในทัวร์นาเมนต์ครั้งต่อ ๆ ไป
7. ลีโอเนล เมสซี่ – ยิงประตูในเกมฟุตบอลโลกติดต่อกันมากที่สุด (9 นัดติดต่อกัน)
นอกจากจะสร้างสถิติเป็นนักเตะที่คว้าชัยในฟุตบอลโลกมากที่สุดตลอดกาลแล้ว ลีโอเนล เมสซี่ ยังจารึกอีกหนึ่งสถิติ ด้วยการเป็นนักเตะที่ยิงประตูในเกมฟุตบอลโลกติดต่อกันมากที่สุด ที่ 9 นัดติดต่อกัน
กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาทำลายสถิติเดิมของ ชุสต์ ฟงแตน ตำนานทีมชาติฝรั่งเศส และ แจร์ซินโญ่ ตำนานทีมชาติบราซิล ที่เคยยิงประตูได้ติดต่อกัน 6 นัด ในฟุตบอลโลก
8. ลีโอเนล เมสซี่ – ยิงจากนอกกรอบเขตโทษมากที่สุดในฟุตบอลโลก (7 ประตู)
อีกหนึ่งสถิติที่ ลีโอเนล เมสซี่ สร้างไว้คือการก้าวขึ้นเป็นนักเตะที่ยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้วยผลงาน 7 ประตู ทำลายสถิติเดิมของ ริเวลลิโน่ ตำนานทีมชาติบราซิล
เมสซี่ เริ่มสะสมสถิตินี้จากการยิงไกลใส่ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, อิหร่าน และไนจีเรีย ในฟุตบอลโลก 2014 รวมถึง เม็กซิโก ในฟุตบอลโลก 2022 ก่อนจะยิงจากนอกกรอบเพิ่มอีก 3 ประตู ในฟุตบอลโลก 2026 จนสร้างสถิติใหม่ได้สำเร็จ
9. ไมเคิล โอลีเซ่ – แอสซิสต์มากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งเดียว (7 แอสซิสต์)
ไมเคิล โอลีเซ่ ปีกทีมชาติฝรั่งเศส สร้างสถิติใหม่ด้วยการทำแอสซิสต์มากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งเดียว ที่จำนวน 7 แอสซิสต์ ทำลายสถิติเดิมของ เปเล่ ตำนานทีมชาติบราซิล ที่เคยทำไว้ 6 แอสซิสต์ ในฟุตบอลโลก 1970
นอกจากนี้ โอลีเซ่ ยังสร้างสถิติเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมคนเดียวมากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งเดียว หลังจ่ายให้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ทำประตูถึง 5 ลูก
10. โรดรี้ – ผ่านบอลสำเร็จมากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งเดียว (790 ครั้ง)
โรดรี้ กองกลางทีมชาติสเปน เป็นกำลังสำคัญในการพา "กระทิงดุ" คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ พร้อมสร้างสถิติผ่านบอลสำเร็จมากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งเดียว ด้วยจำนวน 790 ครั้ง
สถิติดังกล่าวยังเป็นการทำลายสถิติเดิมของตัวเองที่เคยทำไว้ 638 ครั้ง ในฟุตบอลโลก 2022 สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของโรดรี้ในฐานะแกนหลักของทีมตลอดทัวร์นาเมนต์
11. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – ยิงประตูในฟุตบอลโลกได้มากสมัยที่สุด (6 สมัย)
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิง 2 ประตู พาทีมชาติโปรตุเกสถล่มอุซเบกิสถาน 5-0 ในเกมนัดที่ 2 ของกลุ่ม K ศึกฟุตบอลโลก 2026 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่สามารถยิงประตูในฟุตบอลโลกได้ถึง 6 สมัย
12. เอลอย รูม – เซฟมากที่สุดใน 1 นัดฟุตบอลโลก (16 เซฟ)
เอลอย รูม ผู้รักษาประตูวัย 37 ปีของทีมชาติคูราเซา สร้างสถิติเป็นผู้รักษาประตูที่เซฟมากที่สุดใน 1 นัดของฟุตบอลโลก หลังป้องกันลูกยิงของเอกวาดอร์ได้ถึง 16 ครั้ง ในเกมรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E นัดที่ 2 ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 0-0
สถิติดังกล่าวเทียบเท่ากับผลงานของ ทิม ฮาวเวิร์ด อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ทำไว้ในฟุตบอลโลก 2014 แต่ความพิเศษคือ เอลอย รูม ทำสถิตินี้ได้ภายในเวลา 90 นาที ขณะที่ ฮาวเวิร์ด ทำ 16 เซฟจากเกมที่ต้องเล่นต่อเวลาพิเศษครบ 120 นาที
13 . อูไน ซิมอน – คลีนชีตมากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งเดียว (7 คลีนชีต จาก 8 นัด)
อูไน ซิมอน ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน มีบทบาทสำคัญในการพา "กระทิงดุ" คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ พร้อมสร้างสถิติเก็บคลีนชีตมากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งเดียว ด้วยผลงาน 7 คลีนชีต จาก 8 นัด
สถิติดังกล่าวทำลายสถิติเดิมที่ 5 คลีนชีต ซึ่งเคยทำไว้โดยผู้รักษาประตูระดับตำนานหลายคน อาทิ ฟาเบียง บาร์กเตซ (ฝรั่งเศส 1998), จานลุยจิ บุฟฟ่อน (อิตาลี 2006) และ อีเกร์ กาซียาส (สเปน 2010)
อูไน ซิมอน ยังช่วยให้สเปนเสียเพียง 1 ประตู ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ซึ่งเป็นสถิติของทีมแชมป์โลกที่เสียประตูน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก พร้อมคว้ารางวัล โกลเด้น โกลฟ ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันอีกด้วย
นอกจากนี้ FIFA ยังได้กล่าวถึงอีก 2 เรื่องราวที่น่าสนใจจากศึกฟุตบอลโลก 2026 แม้จะไม่ได้อยู่ในหมวด 13 สถิติหลักที่ประกาศออกมา
1. กือราเซา ประเทศที่มีประชากรราว 156,000 คน สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นชาติที่มีประชากรน้อยที่สุดที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก ทำลายสถิติเดิมของ ไอซ์แลนด์ ที่มีประชากรราว 380,000 คน ซึ่งเคยผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเมื่อปี 2018
2. เคปเวิร์ด ซึ่งมีประชากรราว 530,000 คน กลายเป็นชาติที่มีประชากรน้อยที่สุดที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก หลังสร้างผลงานยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์ ก่อนพ่ายให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา 2-3 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย