News

"ยัน ดิโอม็องเด้" กับคำสัญญาแก่น้องสาวที่ล่วงลับ ว่าจะต้องเป็นนักเตะที่เหนือกว่า "โรนัลโด้" ให้ได้

วันที่14 มิถุนายน2026 -ยัน ดิโอม็องเด้ เริ่มต้นฟุตบอลโลกครั้งแรกในชีวิต เขาเล่นได้อย่างน่าประทับใจ พาทีม โกตดิวัวร์ ชนะ เอกวาดอร์1-0ในเกมแรกของกลุ่มEเขาลงเล่นตำแหน่งปีกขวา โชว์ฟอร์มดีจนได้รับการตัดเกรดที่8.4คะแนน และเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ด้วย

 

วันที่17 มิถุนายน2026 -เว็บไซต์the Players’ Tribuneได้เผยแพร่บทความของ ดิโอม็องเด้ ที่เจ้าตัวไปเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ในช่วงเวลากำลังแพ็คกระเป๋าเดินทางไปฟุตบอลโลก และถูกเรียบเรียงโดยนักเขียนมืออาชีพ ให้ทุกคนได้อ่านกัน

เรื่องราวที่ ดิโอม็องเด้ เปิดใจกับthe Players’ Tribuneมีชื่อว่า "Dear Roxane (แด่ ร็อกซาน)" เขาเล่าถึงน้องสาวผู้เป็นที่รักอย่าง ร็อกซาน คนที่เชื่อมั่นในตัวเขามาเสมอ ซึ่งจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับจากการถูกฆาตกรรม...
มันเป็นเรื่องราวความหลัง ความรัก และความสัมพันธ์ที่เขามีต่อน้องสาว ผู้เป็นคนเดียวที่เชื่อมั่นในความฝันของพี่ชายคนนี้

ชีวิตวัยเด็กของหนุ่มน้อย ดิโอม็องเด้ เกิดและเติบโตที่เมืองอาบิดจาน เมืองหลวงเก่าของ โกตดิวัวร์ เขาอยู่กับครอบครัวและพี่น้องที่อยู่บ้านเดียวกัน25คน พวกเขาแย่งกันดูทีวีเครื่องเดียวกัน ทำให้เขามีโอกาสดูฟุตบอลหลังเที่ยงคืนเท่านั้น รวมถึงเคยเล่นซนกับเพื่อน ๆ จนไปขโมยมันฝรั่งของชาวบ้านมากินแก้หิว

เขาไม่รู้เลยว่าครอบครัวตัวเองมีฐานะอย่างไร ยากจน หรือ ร่ำรวย แต่ที่แน่ ๆ เขาเป็นเด็กที่มีความสุข

ดิโอม็องเด้ วาดฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ วันที่เขามีสตั๊ดคู่แรกเป็นของตัวเอง เขานอนกอดมันทั้งคืน เขามีเสื้อของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของปลอมที่ใช้ปากกาเมจิกเขียนชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และเบอร์7ที่ด้านหลัง เขายิงประตูได้แรงกว่าเด็กทั่วไปจนถูกทักว่าเหมือน "โรแบร์โต้ คาร์ลอส" แบ็กซ้ายในตำนานของบราซิล ซึ่งเขาไม่เห็นด้วย เพราะไอดอลของเขาคือ "คริสเตียโน่ โรนัลโด้"

นี่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเป็นนักฟุตบอลของ ดิโอม็องเด้ การเฝ้าดู โรนัลโด้ วาดลวดลายบนสนาม เป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โดยมี ร็อกซาน น้องสาวของเขา รับบทบาทเป็นเอเยนต์ตัวน้อย คอยให้กำลังใจ และเชื่อมั่นว่าพี่ชายคนนี้ต้องทำได้ แม้ใครจะมองว่าฝันเฟื่อง

"จำได้ไหมที่เราเคยนั่งคุยกัน และฝันถึงการย้ายไปฝรั่งเศส?ฝันว่าเราจะไปช็อปปิ้ง และมีอพาร์ทเมนต์ของเราเอง และพี่ก็จะเป็นนักฟุตบอลที่ร่ำรวย มีรถหลายคัน มีบ้านหลังใหญ่ และน้องต้องไม่กังวลอะไรเลย น้องคือคนเดียวที่เชื่อว่าพี่จะเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คนต่อไปได้ แม้คนอื่นจะหัวเราะเยาะใส่ก็ตาม"

ความฝัน และความเชื่อมั่นที่ได้จาก ร็อกซาน ทำให้ ดิโอม็องเด้ พาตัวเองออกไปผจญโลกกว้างร่วมกับน้องสาว ออกไปทดสอบฝีเท้ากับหลากหลายสโมสรในต่างประเทศ เช่น บอร์นมัธ,เชลซี,เรนเจอร์ส,โอลิมเปียกอส,คริสตัล พาเลซ ฯลฯ แต่หลายครั้งจบลงด้วยความผิดหวัง และสองพี่น้องก็กลับมาร้องไห้กอดกันด้วยความเสียใจ

"มีคนพาพี่ไปทดสอบฝีเท้าหลายแห่งทั่วยุโรป แต่ทุกคนปฏิเสธพี่ จนสุดท้าย วีซ่าพี่หมด ความฝันของพี่มันจบลง พวกเขาส่งพี่กลับไปแอฟริกา แล้วเราก็นั่งร้องไห้ด้วยกัน"

"แต่น้องไม่เคยหยุดเชื่อในตัวพี่ และไม่กี่สัปดาห์ต่อมา พี่ก็ได้เซ็นสัญญากับ เลกาเนส แล้วเราก็ร้องไห้ด้วยกันอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่ต่างไป"

"นั่นคือตอนที่พี่ยังมีความรู้สึก แต่ตอนนี้ พี่ไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนตัวเองไม่ใช่มนุษย์เลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่น้องจากไป พี่รู้สึกว่างเปล่า"

ดิโอม็องเด้ เซ็นสัญญากับ เลกาเนส ทีมในระดับ เซกุนดา ดิวิชั่น ของสเปน เมื่อปี2025ชีวิตค้าแข้งของเขากำลังเริ่มต้นด้วยดี ได้เปิดตัวลงสนามเล่นในลีกอาชีพที่แดนกระทิง

แต่วันหนึ่ง เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นแบบไม่หยุด ซึ่งปลายสายมาจากที่บ้านของเขา และมันมาพร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้เขาหัวใจสลาย ว่า ร็อกซาน น้องสาวผู้ที่เป็นกำลังใจสำคัญของเขานั้น เสียชีวิตหลังจากไปงานปาร์ตี้ และโดนใครสักคนวางยาพิษในเครื่องดื่มของเธอ...
แทนที่ ดิโอม็องเด้ จะได้โฟกัสกับการเล่นให้ เลกาเนส แต่กลับต้องมาเผชิญฝันร้ายที่ไม่คาดคิด

"ผมไม่เคยได้รับคำตอบอะไรเลย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอยากรู้ไปทำไม บางทีอาจจะเป็นความอิจฉา บางทีมันเป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา บางทีผมน่าจะปกป้องเธอได้ ผมไม่รู้เหมือนกัน"

"ผมพยายามเชื่อในลิขิตของพระเจ้า มันคือสิ่งที่ผมทำได้ ผมคงไม่พยายามลืมมัน เพราะรู้ว่าผมไม่มีวันลืมสิ่งที่เกิดขึ้นหรอก สิ่งเดียวที่พอทำได้คือการใช้ความเจ็บปวดเป็นแรงผลักดัน ทำงานให้หนักขึ้น และทำทุกสิ่งที่เราเคยฝันเอาไว้"

"ผมเขียนสิ่งนี้เพราะผมไม่สามารถพูดถึงมันออกมาได้ ผมเขียนสิ่งนี้เพราะต้องการให้เธอรู้ว่า ผมจะทำให้แน่ใจว่าเธอยังคงอยู่ ผมจะทำให้แน่ใจว่าคนทั่วโลกจะรู้จักชื่อของเธอ"

"ทุกสิ่งที่ผมทำในสนาม ผมทำเพื่อเธอ มันมีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ผมเจอเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเธอคงไม่เชื่อด้วยซ้ำ และผมเองก็ไม่รู้ว่าผมเชื่อมันหรือเปล่า?"

การจากไปของ ร็อกซาน ไม่ได้ทำให้ ดิโอม็องเด้ หมดอาลัยตายอยาก เขาใช้มันเป็นแรงผลักดันในการขัดเกลาตัวเองให้เป็นนักเตะแถวหน้าของโลก เขาได้เผชิญหน้ากับ เรอัล มาดริด ได้แลกเสื้อกับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงพระกาฬของ "ราชันชุดขาว" จนถึงการได้ย้ายไปอยู่ ไลป์ซิก ที่เยอรมนี ด้วยค่าตัว20ล้านยูโร ซึ่งกระตุ้นให้เขาต้องมีความรับผิดชอบต่อการเป็นนักเตะอาชีพมากกว่าเดิม

ปัจจุบัน ดิโอม็องเด้ วัย19ปี ที่ฉายฟอร์มเก่งกับ ไลป์ซิก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขาลงสนาม36นัด ยิง13ประตู และทำ10แอสซิสต์ ทุกรายการ จนมีส่วนในการพาทีมจบอันดับ3ของบุนเดสลีกา คว้าตั๋วไปเล่น ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล2026-27จนได้

เขากลายเป็นนักเตะที่ตกเป็นเป้าหมายของทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป เช่น ลิเวอร์พูล หรือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากผลงานดังกล่าว และหากเกิดการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ก็คาดว่าเขาจะมีค่าตัวสูงถึง100ล้านยูโร หรือมากกว่านั้นเลยทีเดียว

ก่อนออกเดินทางไปเตะ ฟุตบอลโลก ครั้งแรกในชีวิต เขาบอกกับ ร็อกซาน ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นผ่านบทความของthe Players’ Tribuneและมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์คำสัญญาที่มีให้แก่น้องสาวที่อยู่บนฟ้า ว่าเขาจะเป็นนักเตะที่เหนือกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไอดอลของเขาให้ได้สักวันหนึ่ง

"พรุ่งนี้เราจะไปฟุตบอลโลก พี่ชายของน้องจะลงเล่นให้ โกตดิวัวร์ เหมือนกับ(ดิดิเยร์)ดร็อกบา,ยาย่า(ตูเร่)หรือ แชร์วินโญ่ นี่เป็นโอกาสที่พี่จะแสดงให้โลกได้เห็นสิ่งที่น้องเห็นในตัวพี่ ทุกครั้งที่ยิงประตูได้ พี่จะทำให้ทุกคนรู้จักและไม่ลืมชื่อของเธอ"

"น้องบอกพี่เสมอว่า พี่สามารถเป็นนักเตะที่เก่งกว่า โรนัลโด้ เอาไว้ถ้าพี่ได้เจอเขาที่นั่น พี่จะเข้าไปทักทายเขาแทนน้องเอง"

"พี่จะทำในสิ่งที่น้องเคยทำนายไว้ สาบานได้เลย ก่อนที่พี่จะมีรองเท้าสตั๊ดของจริง น้องบอกทุกคนว่า พี่ชายของฉันจะเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก"

"ผมจะพิสูจน์ว่าเธอพูดถูก หรือไม่งั้น พี่ก็จะตายไปพร้อมกับความพยายามนี้"

ดิโอม็องเด้ และพลพรรค "ช้างดำ" มีโปรแกรมลงสนาม ฟุตบอลโลก นัดสองของกลุ่มEเจอกับ เยอรมนี แชมป์โลก4สมัย ที่บีเอ็มโอ ฟิลด์ โตรอนโต้ แคนาดา วันอาทิตย์ที่21มิถุนายน นี้ ซึ่งมันเป็นเกมสำคัญของทั้งสองทีม ในการชิงพื้นที่เข้ารอบน็อคเอาต์แบบอัตโนมัติ

แน่นอนว่าการเผชิญหน้ากับ "อินทรีเหล็ก" ไม่ใช่งานง่าย แต่มันก็เป็นโอกาสสำคัญที่ ดิโอม็องเด้ จะได้พิสูจน์ให้ทุกคนทั่วโลกเห็นว่า เขาสามารถเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเหนือกว่าCR7ได้ อย่างที่ ร็อกซาน เชื่อมั่นในตัวเขามาตลอด หากปีกดาวรุ่งวัย19ปีโชว์ความยอดเยี่ยมออกมาให้ทุกคนเห็นได้แบบเต็มสองตาในเกมนี้

Author

วัลลภ สวัสดี

ฟังไปเรื่อย ดูไปเรื่อย เขียนไปเรื่อย