
หลังจากที่คณะกรรมการวินัยอิสระของ EFL ตัดสิทธิ์ เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่ให้ลงเตะเกมเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศกับ ฮัลล์ ซิตี้ ในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม นี้ จากคดีส่งทีมงานไปสอดแนมดูการเล่นของ มิดเดิลสโบรช์ คู่แข่งในรอบรองฯ หรือที่เรียกว่าการ "Spygate"
นอกจากโดนตัดชื่อออกจากเกมนัดชิง "นักบุญแดนใต้" ยังโดนตัดอีก 4 แต้ม สำหรับการเริ่มศึก เดอะ แชมเปียนชิพ ฤดูกาลหน้า ส่วน มิดเดิลสโบรช์ ที่แพ้ในรอบรองฯ ได้เข้าไปชิงกับ ฮัลล์ ซิตี้ แทน
อย่างไรก็ตาม ฟิล พาร์สันส์ ประธานบริหารของ เซาธ์แฮมป์ตัน ออกแถลงการณ์ระบุว่าพวกเขายอมรับความผิดในสิ่งที่ทำ แต่ไม่ยอมรับการที่คณะกรรมการตัดสิทธิ์พวกเขาออกจากเกมนัดชิงชนะเลิศ ที่คาดว่ามีมูลค่าถึง 200 ล้านปอนด์ และอ้างว่ามีความหมายต่อทุกชีวิตในสโมสร และแฟนบอลอย่างยิ่ง
พาร์สันส์ อ้างถึงคดีเก่าที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เคยกระทำผิดแบบเดียวกัน ส่งคนไปสอดแนมดูการเล่นของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เมื่อปี 2019 และโดนลงโทษปรับเงิน 200,000 ปอนด์ กลับกัน เซาธ์แฮมป์ตัน ถูกตัดสิทธิ์ออกจากนัดชิง ซึ่งมองว่าเป็นการลงโทษที่ไม่ยุติธรรม และจะยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำของ ลีดส์ เมื่อปี 2019 เกิดขึ้นโดยที่ยังไม่มีการระบุกฏข้อที่ 127 ของ EFL ที่ระบุว่า "ห้ามสังเกตุการณ์ทีมคู่แข่งภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนแข่งขัน" ซึ่งหลังจากคดีของ ลีดส์ กฏนี้ก็ถูกกำหนดขึ้นในเวลาต่อมา