
โธมัส แฟรงค์ เฮดโค้ช ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ แสดงความเชื่อมั่นว่าทีมและแฟนบอลสามารถสร้างสิ่งพิเศษร่วมกันได้ หลังลูกทีมแสดงหัวใจนักสู้และทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้ ท่ามกลางบรรยากาศกดดันอย่างหนัก
ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่เปิดบ้านพบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 สเปอร์สต้องเผชิญกับบรรยากาศตึงเครียดอย่างหนักภายในสนาม ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของแฟนบอลที่พุ่งสูง โดยกลุ่มรณรงค์ Change for Tottenham ออกมาเรียกร้องให้มีการประท้วงบนอัฒจันทร์ จากประเด็นเรื่องความทะเยอทะยานของสโมสรในตลาดซื้อขายนักเตะ รวมถึงราคาตั๋วที่ถูกมองว่าสูงเกินไป
อย่างไรก็ตาม ทีมของแฟรงค์แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งเปลี่ยนบรรยากาศในสนามจากเสียงโห่ มาเป็นการสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียง เสียงเพลงเชียร์ของแฟนบอลดังกึกก้องหลังจบเกม สะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างทีมกับกองเชียร์ที่กลับมาอีกครั้ง
"เราสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ร่วมกันได้ ทั้งนักเตะและแฟนบอล เมื่อเราสามัคคีกันเหมือนที่เราทำ โดยเฉพาะในครึ่งหลัง รวมถึงเกมกับดอร์ทมุนด์ด้วย" แฟรงค์ให้สัมภาษณ์กับ BBC Sport
กุนซือชาวเดนมาร์กย้ำว่าบรรยากาศและความเข้มข้นจากแฟนบอลคือแรงผลักดันสำคัญของนักเตะ
"เมื่อคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน ในฐานะทีม คุณต้องต่อสู้ และห้ามยอมแพ้เด็ดขาด ผมชอบทัศนคติแบบนี้ของนักเตะ และแฟนบอลก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก จิตใจของเรากำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ"
แม้ผลงานในพรีเมียร์ลีกของสเปอร์สยังไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่ทีมกำลังอยู่ในช่วงที่ไม่แพ้ใครติดต่อกันหลายนัดในทุกรายการ และยังคงมีเส้นทางในเวทียุโรปให้ลุ้นต่อ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการกลับมาของ โดมินิค โซลันกี้ หลังหายจากอาการบาดเจ็บข้อเท้าเรื้อรัง โดยกองหน้ารายนี้ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่กลับมาลงสนาม ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อแฟรงค์ ที่ตกอยู่ภายใต้การจับตามองเรื่องอนาคตการคุมทีม
"ผมอยากให้ทุกอย่างราบรื่นกว่านี้ แต่นี่คือฟุตบอล ช่วงหลังผมคิดว่าเราทำสิ่งที่ดีมากกว่าสิ่งที่ไม่ดี และตอนนี้เรามีฟอร์มการเล่นที่ดีต่อเนื่อง"