
เกมรอบชิงชนะเลิศ ของศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2025 ระหว่าง โมร็อกโก เจ้าภาพ พบกับ เซเนกัล ได้มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง โดยทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0
เมื่อผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วให้จุดโทษกับ โมร็อกโก ซึ่งนักเตะ เซเนกัล ไม่พอใจกับคำตัดสินดังกล่าว จนมีการโต้เถึยงกันรุนแรง เกมไม่สามารถดำเนินต่อได้
กุนซือของ เซเนกัล สั่งให้ลูกทีมวอล์คเอาท์จากสนาม เพื่อเป็นการประท้วง ซึ่งนักเตะบางส่วนก็ทำเช่นนั้น แต่ ซาดิโอ มาเน่ คือหนึ่งในนักเตะที่ไม่ยอมเดินกลับเข้าห้องแต่งตัว พร้อมกับพยายามเรียกเพื่อนให้กลับมาลงสนาม ทำการแข่งขันต่อ
สุดท้าย นักเตะ เซเนกัล ที่เดินเข้าห้องแต่งตัว ก็กลับมาลงสนามอีกครั้ง ทำให้เกมกลับมาแข่งกันต่อ และได้บทสรุปเป็น เซเนกัล ที่ได้ประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 หลัง โมร็อกโก ซัดจุดโทษไม่เข้า ในช่วงเกม 90 นาที
ซาดิโอ มาเน่ ได้ให้เหตุผลที่เขาไม่ร่วมวอล์คเอาท์ตามคำสั่งของกุนซือทีมตัวเอง มองว่าการกระทำแบบนั้น มีแต่จะทำให้โลกฟุตบอลเกิดภาพลักษณ์ที่แย่ในสายตาของผู้คน
"ฟุตบอลเป็นสิ่งที่พิเศษ โลกจับตามองสิ่งนี้อยู่ตลอด โลกชื่นชอบฟุุตบอล ฟุตบอลมอบความสุขให้กับเรา ดังนั้นเราต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับฟุตบอล" ซาดิโอ มาเน่ กล่าวหลังพา เซเนกัล คว้าแชมป์ AFCON 2025
"ผมคิดว่ามันคงบ้าบอมาก ถ้าเราไม่เล่นเกมนี้ต่อ ผู้ตัดสินให้จุดโทษกับคู่แข่ง แล้วเราก็ขอออกจากเกมไปอย่างนั้นเหรอ ? นั่นจะทำให้ทุกอย่างพังทลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวงการฟุตบอลแอฟริกา ให้ผมแพ้ในสนาม ดีกว่าปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับฟุตบอลในทวีปของเรา"
"เราต้องยอมรับว่าเราทำผิด (ทำทีมเสียจุดโทษ) สิ่งที่ดีคือเรากลับมาเล่นกันต่อได้ อะไรที่เกิดขึ้นไปแล้ว ก็ปล่อยให้มันเกิดไป"