
กลาสโกว์ เซลติก สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งสกอตแลนด์ ตัดสินใจปลด วิลฟรีด น็องซี่ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเป็นที่เรียบร้อย หลังคุมทีมได้เพียง 8 นัด 33 วันเท่านั้น โดยความพ่ายแพ้ต่อ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้
กุนซือชาวฝรั่งเศสวัย 48 ปี เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2025 ด้วยสัญญา 2 ปีครึ่ง หลังแยกทางกับ โคลัมบัส ครูว์ ใน เมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ แต่ผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เมื่อพาทีมแพ้ถึง 6 จาก 8 นัดรวมทุกรายการ
ภายใต้การคุมทีมของน็องซี่ เซลติกกลายเป็นผู้จัดการทีมคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่แพ้สองเกมแรกในการคุมทีม ก่อนจะพ่ายต่อ เซนต์ เมียร์เรน 1-3 ในรอบชิงชนะเลิศ สกอตติช ลีกคัพ และแพ้ให้กับ ดันดี ยูไนเต็ด 1-2 ในเกมลีกต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เซลติกยังแพ้ถึง 4 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคของ จ็อก สตีน ในปี 1978 โดยแม้จะชนะสองเกมลีกติดต่อกันเหนือ อเบอร์ดีน และ ลิฟวิงสตัน แต่ก็กลับมาแพ้ มาเธอร์เวลล์ 2-0 และพ่ายเรนเจอร์สอีกครั้งในเกมล่าสุด
ผลงานเชิงสถิติสะท้อนความตกต่ำอย่างชัดเจน เมื่อเซลติกเสียไปถึง 18 ประตูในช่วงที่น็องซี่คุมทีม มากกว่าจำนวนประตูที่เสียตลอด 24 เกมแรกของฤดูกาลก่อนหน้านั้น และมีคะแนนรวมเพียง 38 คะแนนจาก 20 นัดใน สกอตติช พรีเมียร์ชิพ ลดลงถึง 15 คะแนนจากช่วงเวลาเดียวกันของฤดูกาลก่อน
พร้อมกันนี้ เซลติกยังปลด พอล ทิสเดล ออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการฟุตบอล ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 รวมถึงทีมงานของน็องซี่อย่าง ควาเม อัมปาดู, จูลส์ เกเกน และ แม็กซีม ชาลิเยร์
ปัจจุบัน เซลติก รั้งอันดับ 2 ของตารางสกอตติช พรีเมียร์ชิพ ตามหลัง ฮาร์ทส์ 6 คะแนน และมีแต้มเท่ากับเรนเจอร์ส แต่ประตูได้เสียดีกว่า โดยการคุมทีมของน็องซี่ถือเป็นช่วงเวลาสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร
หลังปลดน็องซี่ เซลติกแต่งตั้ง มาร์ติน โอนีล ให้คุมทีมจนจบฤดูกาลนี้ ถือเป็นครั้งที่สามแล้วที่กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือผู้นี้คุมทีมม้าลายเขียวขาว หนแรกระหว่างปี 2000-2005 และหนสองระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2025