
ความสำเร็จของสโมสรฟุตบอลในปัจจุบันเกิดจากหลากหลายปัจจัย การจัดการทีมที่ดี การบริหารชุดผู้เล่นที่ดี เพื่อวางโครงสร้าง รากฐาน ในระยะยาว ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ สำหรับการต่อสู้ในการแข่งขันระดับสูงเพื่อกอบโกยความสำเร็จ
โดย CIES กลุ่มผู้เชียวชาญด้านสถิติฟุตบอล ได้ใช้เกณฑ์ในการวัดการจัดการทีมอย่างยั่งยืน 3 ข้อหลัก ๆ ในการคำนวณกับกว่า 800 สโมสรฟุตบอลจาก 59 ลีกทั่วโลก ได้แก่
1.จำนวนผู้เล่นที่ได้ลงสนามในเกมลีกในประเทศ 3 ปีล่าสุด
2.เปอร์เซ็นต์จำนวนนาทีของผู้เล่นที่มีอายุสูงกว่า 31 ปีที่ได้ลงเล่นในฤดูกาลล่าสุด (ไม่รวมผู้รักษาประตู)
3.เปอร์เซ็นต์จำนวนนาทีของผู้เล่นที่จะหมดสัญญาภายในปี 2025
จากหลักเกณฑ์ข้างต้น นำมาเข้าสูตรคำนวณทั้งหมด อาร์เซน่อล รองแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ในฤดูกาลล่าสุดเป็นทีมที่ดีที่สุดในการจัดการทีมอย่างยั่งยืน ตามมาด้วยอันดับ 2 แอสตัน วิลล่า หนึ่งในทีมที่ผลงานโดดเด่นที่สุดในลีกยุโรปในฤดูกาลที่ผ่านมา ต่อด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ พรีเมียร์ ลีก 4 สมัยติดต่อกันทีมแรกในประวัติศาสตร์ รั้งอันดับที่ 4 โดยมี โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค คั่นอยู่ที่อันดับ 3
ใน 10 อันดับแรกยังมีทีมอย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แชมป์ บุนเดสลีกา ฤดูกาลล่าสุด เบรนท์ฟอร์ด ทีมที่มีการจัดการผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดทีมหนึ่งจาก พรีเมียร์ ลีก หรือ เรอัล โซเซียดาด ที่ได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลรายการยุโรปในฤดูกาลเรียบร้อยแล้ว
Top 10 ทีมที่มีการจัดการทีมอย่างยั่งยืนที่ดีที่สุด
อันดับที่ 1 - อาร์เซน่อล 95.2 (อังกฤษ, พรีเมียร์ ลีก)
อันดับที่ 2 - แอสตัน วิลล่า 94.8 (อังกฤษ, พรีเมียร์ ลีก)
อันดับที่ 3 - โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค 94.2 (เยอรมนี, บุนเดสลีกา)
อันดับที่ 4 - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 93.4 (อังกฤษ, พรีเมียร์ ลีก)
อันดับที่ 5 - นิวยอร์ก ซิตี้ เอฟซี 92.7 (สหรัฐอเมริกา, เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์)
อันดับที่ 6 - เบรนท์ฟอร์ด 88.6 (อังกฤษ, พรีเมียร์ ลีก)
อันดับที่ 7 - อูนิยง แซงต์-ชิลลัวส์ 87.6 (เบลเยี่ยม, จูปิแลร์ โปรลีก)
อันดับที่ 8 - รุค ลวีฟ 87.5 (ยูเครน, ยูเครน พรีเมียร์ ลีก)
อันดับที่ 9 - ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 87.5 (เยอรมนี, บุนเดสลีกา)
อันดับที่ 10 - เรอัล โซเซียดาด 87.5 (สเปน, ลา ลีกา)