News

"วาตารุ เอนโด" เผยเกือบไม่ได้ย้ายมา ลิเวอร์พูล เพราะคิดว่าทีมซื้อตัว "มอยเซส ไคเซโด้" มาร่วมทีมแล้ว

ถือเป็นดีลสุดเซอร์ไพรส์สำหรับสาวกลูกหนัง ลิเวอร์พูล เมื่อพวกเขาเซ็นสัญญากับ วาตารุ เอนโด มาร่วมทีม ค่าตัว 16.5 ล้านปอนด์ หลังจากชวดคว้าตัว มอยเซส ไคเซโด้ ที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เชลซี แทนด้วยค่าตัว 115 ล้านปอนด์

 


เอนโด กับ ไคเซโด้ ย้ายมาร่วมสังกัดใหม่ในสัปดาห์เดียวกัน โดยรายแรกเพิ่งประเดิมสนามเล่นกับ "หงส์แดง" ในเกมที่ชนะ บอร์นมัธ 3-1 ส่วนคนหลังเปิดตัวเล่นกับ เชลซี แต่ทำเสียจุดโทษจนส่งให้ "สิงห์บลูส์" แพ้ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 1-3

อย่างที่รู้กันว่า ลิเวอร์พูล อยากได้ ไคเซโด้ และเกือบปิดดีลสำเร็จ ทว่าเมื่อนักเตะเลือกไปอยู่กับ เชลซี ทำให้พวกเขามองหาออฟชั่นอื่นและเลือก เอนโด จากสตุ๊ตการ์ท มาเสริมทัพ ชนิดที่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าเซอร์ไพรส์เพราะคิดว่า ลิเวอร์พูล ได้ตัว ไคเซโด้ ไปแล้ว

เอนโด เผยเรื่องนี้กับ The Ahtletic ว่า "พูดตามตรง ผมติดามข่าวของลิเวอร์พูล พวกเขาต้องการมิดฟิลด์หมายเลข 6 ซึ่งผมคิดว่า ไคเซโด้ ไปลิเวอร์พูลแล้วนะ ดังนั้นตอนที่รู้ข่าวว่าเขาจะไปเชลซี ผมก็คิดว่าแค่อาจจะมากกว่า"

"ผมคิดว่าบางทีพวกเขาต้องการมิดฟิลด์ที่มีประสบการณ์หรืออะไรแบบนั้นเพราะ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ฟาบินโญ่ ย้ายออกไปแล้ว ผมเลยคิดว่าอาจจะเป็นโอกาส"

"ผมรู้ดีว่าสโมสรใหญ่มักต้องการนักเตะดาวรุ่ง แต่คุณก็รู้ ผมพูดกับตัวเองว่านี่คือโอกาสเดียวแล้วที่จะได้ย้ายไป ลิเวอร์พูล เพราะพวกเขามักเลือกนักเตะอายุน้อยมาร่วมทีมมากกว่า ดังนั้นเมื่อผมได้รับโอกาสก็เลยคว้ามันเอาไว้"

"เอเยนต์โทรมาหาผมแล้วต้องตัดสินใจโดยเร็ว ผมปฏิเสธสิ่งนี้ไม่ได้เพราะความฝันของผมคือการได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ ลีก ผมบอกเรื่องนี้กับเอเยนต์เสมอ และผมก็อยู่ที่นี่แล้ว ผมมีเวลาฝึกซ้อมแค่ครั้งเดียว ผมจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด ผมคือนักเตะที่มีประสบการณ์ ดังนั้นผมเลยยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นและต้องดีลกับสถานการณ์ตรงหน้า"

ส่วนการประเดิมสนามให้ ลิเวอร์พูล เขาบอกว่า "วิเศษมากเลย เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม การได้ลงวอร์มและได้ยินแฟนๆ ตะโกนเรียกชื่อ มันเป็นบรรยากาศที่วิเศษ ผู้จัดการทีมบอกให้ผมเล่นเหมือนตอนอยู่บุนเดสลีกา ทำแบบที่เคยทำ ทีมใน พรีเมียร์ ลีก มีนักเตะที่แข็งแกร่งมาก มันมีความต่าง ดังนั้นผมต้องทำงานหนักและต้องการเวลาเพื่อปรับตัว ทำให้ดีขึ้น มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่"

 

Author

วัลลภ สวัสดี

ฟังไปเรื่อย ดูไปเรื่อย เขียนไปเรื่อย

Graphic

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1