
วงการวิ่งรู้กันว่า "คู่จบไม่มีอยู่จริง" แต่ถ้าหากจะหารองเท้าวิ่งสักคู่ที่ใช้งานได้ทุกวัน ก็คงจะเป็นคู่นี้ ที่ทั้งเบา ใส่สบาย และให้การตอบสนองที่ดีในทุกก้าววิ่ง
adidas Hyperboost Edge คือรองเท้า Super-Trainer น้ำหนักเบา ที่รวมสามเทคโนโลยีล้ำสมัย ได้แก่ โฟมพื้นกลาง Hyperboost Pro ใหม่, หน้าผ้า PRIMEWEAVE และพื้นชั้นนอก LIGHTTRAXION พร้อมสำหรับการเริ่มต้นยุคใหม่ของการวิ่งบนถนน

นี่คือรองเท้า Super-Trainer แบบไม่มีแผ่นคาร์บอน (Non-plated) และมีน้ำหนักเบาคู่แรกของ adidas ตัวรองเท้าสร้างขึ้นโดยไม่มีแผ่นคาร์บอนหรือชิ้นส่วนที่เพิ่มความแข็งแรง ทำให้โฟมชนิดใหม่ทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ให้ความเบา สบาย และการคืนพลังงานที่สูงยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของประสบการณ์การวิ่งรูปแบบใหม่นี้ คือ โฟม Hyperboost Pro วัสดุประสิทธิภาพสูงที่มอบการรองรับแรงกระแทกสูงสุดโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน จากการดึงเทคโนโลยีพื้นกลางสำหรับรองเท้าแข่งระดับท็อปของ adidas มาใช้ โฟมสูตรใหม่นี้มอบประสบการณ์ที่เหมาะสำหรับการวิ่งทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมประจำวัน หรือการซ้อมเก็บระยะทางไกล ได้รับการออกแบบโดยใช้ข้อมูลเชิงลึกด้านวัสดุและการทดสอบในห้องปฏิบัติการอย่างเข้มงวด โดย adidas ร่วมกับงานวิจัยผู้บริโภคที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งเยอรมนี โคโลญ (German Sport University Cologne)

ส่วนที่มาเติมเต็มเทคโนโลยีโฟมใหม่ คือ หน้าผ้า PRIMEWEAVE ที่ทอด้วยความนุ่มพิเศษและเบาเป็นพิเศษ มอบความสบายโดยไม่ต้องออกแรง พร้อมการล็อกกระชับ ถุงลมส้นเท้าแบบบูรณาการ (Integrated heel pods) ช่วยรองรับแรงกระแทกเฉพาะจุดและเพิ่มความมั่นคงรอบส้นเท้า เพิ่มความสบายขณะสวมใส่โดยไม่รบกวนการวิ่ง วัสดุระดับพรีเมียมที่นุ่มนวลและส้นเท้า ทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนทุกการวิ่ง ให้ความสบายที่ดูดีพอ ๆ กับความรู้สึก
พื้นชั้นนอกได้รับแรงบันดาลใจจาก DNA รองเท้าแข่งของ adidas วัสดุ LIGHTTRAXION แบบเต็มแผ่นและน้ำหนักเบา มอบการยึดเกาะและการทรงตัวสูงตั้งแต่ส้นเท้าจรดปลายเท้า บนฐานที่บางและเบายิ่งขึ้น นำแนวคิดของ adidas Adizero มาสู่การวิ่งในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ทุกก้าวรู้สึกมั่นคงและมั่นใจ พร้อมทั้งรักษาการยึดเกาะที่ทนทานในสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย


นอกเหนือจากประสิทธิภาพ Hyperboost Edge ยังนำเสนอดีไซน์ใหม่สำหรับรองเท้า ด้วยทรงพื้นกลางแบบพองโตอันโดดเด่น และนับเป็นครั้งแรกในรองเท้าวิ่ง adidas ที่โลโก้สามแถบ (Three stripes) อันเป็นเอกลักษณ์ ถูกจัดวางไว้บนพื้นกลางทรงสูง ส่วนหน้าผ้ามีความสะอาดตาและทันสมัย สร้างลุคแห่งอนาคตที่เรียบหรู พร้อมรายละเอียดแบบมินิมอล


Patrick Nava, GM adidas Running กล่าวว่า: "เราต้องการนำสิ่งที่เปลี่ยนแปลงประสบการณ์นักวิ่งอย่างแท้จริงมาสู่นักวิ่ง Hyperboost Edge คือจุดที่ พลังแห่งสามสิ่ง (Power of Three) มีชีวิตขึ้นมา นั่นคือ การรองรับแรงกระแทก, พลังงาน และ ความเบา ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในรองเท้าคู่เดียว ด้วยการควบคุมองค์ประกอบทั้งสามนี้โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน เราได้สร้าง Super-Trainer ที่รู้สึกลื่นไหลเมื่อสวมใส่ ตอบสนองได้ดีในทุกก้าว และรองรับแรงกระแทกเมื่อลงเท้า — สนับสนุนนักวิ่งในทุกระยะทาง นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะปลดล็อก Hyperboost Pro ทั่วทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพของเรา"
adidas Hyperboost Edge วางจำหน่ายแล้ว วันนี้