
สื่ออังกฤษเรียกสโมสร "3B" อย่าง เบรนท์ฟอร์ด บอร์นมัธ ไบรท์ตัน ว่า "สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา" เนื่องจากการเติบโตที่ยั่งยืน และกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แถมยังได้เห็นฟุตบอลสนุก ๆ จากพวกเขา ชนิดที่ทีมใหญ่บางทีมยังเล่นแบบนี้ไม่ได้
คุณคงเคยได้ยินกันมาแล้วว่า สโมสรเหล่านี้ใช้ข้อมูลเป็นส่วนสำคัญในการสร้างทีมขึ้นมา ... แต่คำถามคือ ข้อมูลที่ว่ามันคืออะไร ? แค่มีสิ่งนี้ จะติดเครื่องพร้อมลุยทุกไฟต์แบบที่ทีมเหล่านี้เป็นจริง ๆ น่ะเหรอ ?
หาคำตอบกับ MAIN STAND
ยุคนี้เป็นยุคข้อมูลจริง ๆ
ประการแรกที่คุณต้องรู้คือ ไม่ใช่แค่ เบรนท์ฟอร์ด บอร์นมัธ และ ไบรท์ตัน หรอกนะที่ใช้เรื่องดาต้า ตัวเลข และข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ในการเสริมทัพ ซื้อนักเตะ หรือสร้างทีมขึ้น ... ยุคนี้เป็นยุคที่ทุกทีมต่างตื่นรู้หมดแล้ว ไม่ว่าจะทีมใหญ่หัวตาราง ไปจนถึงทีมเล็กระดับหนีตกชั้น ทีมไหนก็ใช้เรื่องดาต้าด้วยกันทั้งนั้น
คุณอาจไม่รู้ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ละสโมสรในพรีเมียร์ลีกเปลี่ยนทีมงานวิเคราะห์ข้อมูล หรือเจ้าหน้าที่ในสายงานนี้เยอะมาก...ไม่แพ้การซื้อตัวนักเตะมาเสริมทีมเลยด้วยซ้ำ
แมนฯ ยูไนเต็ด นำตัว ไมเคิล ซานโซนี่ ข้ามวงการจากทีม F1 Mercedes เข้ามาบริหารทีมดาต้า (Director of Data) พร้อมกับทีมงานอีกถึง 7 คนในปี 2025, สเปอร์ส จ้าง เฟรเดอริก เลธ, ลิเวอร์พูล จ้าง ลอรี่ ชอว์ ในตำแหน่งหัวหน้าทีมวิทยาศาสตร์และข้อมูล (Chief Scientist) และ อาร์เซน่อล ก็จ้าง คารุน ซิงห์ มารับตำแหน่งวิศวกรวิจัย (Research Engineer) เป็นต้น

เรากำลังจะบอกว่า ทีมไหนก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ทั้งนั้น เพราะการมีทีมวิเคราะห์และทีมค้นคว้าข้อมูลที่ดี จะทำให้พวกเขาได้นักเตะที่ตรงตามแท็กติกของโค้ช หรือแม้กระทั่งได้โค้ชที่เหมาะสมกับนโยบายการทำทีมของบอร์ดบริหาร และยังรวมถึงการบอกคุณภาพการซ้อมของนักเตะแต่ละคนได้อีกด้วย
ดังนั้นคำถามต่อมาที่น่าสนใจคือ ในเมื่อทุกทีมก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กันหมด แต่ทำไม เบรนท์ฟอร์ด บอร์นมัธ และ ไบรท์ตัน จึงกลายเป็น 3 ทีมที่เป็นตัวอย่างของเรื่องนี้ที่ชัดที่สุด
พวกเขาเป็นทีมที่อยู่ได้ด้วยระบบของแท้ จะเสียนักเตะตัวหลักไปกี่คนก็มักจะหาคนมาแทนได้ไม่ยาก แม้กระทั่งเสียโค้ชที่สร้างระบบทีมไป ก็มักจะหาโค้ชคนใหม่มาอุดรอยเดิมได้ทันท่วงทีแบบไม่มีผิดฝาผิดตัว ... ทำไมกันนะ ?
3B พิเศษยังไง ?
ไบรท์ตัน ไม่เคยตกชั้นนับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาในปี 2017 และได้สิทธิ์ไปเล่นในยุโรปสองครั้ง เบรนท์ฟอร์ด ตามมาในอีกสี่ปีต่อมาและอยู่รอดในลีกมาตลอด ขณะที่บอร์นมัธ สร้างทีมที่แข็งแกร่งได้ แม้จะมีทรัพยากรที่ค่อนข้างจำกัด ด้วยการจบฤดูกาล 2025/26 ในอันดับที่ 6 และได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรปา ลีก ... Sky Sports เรียก 3 ทีมนี้ว่า 3 เหลี่ยมเบอร์มิวดา
3 ทีมนี้ มี 2 อย่างที่เหมือนกัน อย่างแรกเลยคือเรื่องที่เรากล่าวมาในข้างต้น ... นั่นคือเรื่องดาต้า หรือการใช้ข้อมูลสรรหาบุคลากรที่ยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นนักเตะเยาวชน, นักเตะทีมชุดใหญ่, สตาฟโค้ช ไปจนถึงเฮดโค้ชผู้วางแท็กติก
ในขณะที่ทีมระดับท็อปจะเลือกนักเตะที่ดีที่สุดในตำแหน่งนั้นเท่าที่ทีมตัวเองจะมีแรงซื้อหาได้ แต่ 3 ทีมนี้จะไม่เซ็นสัญญากับนักเตะที่ดีสุด แม้ว่าพวกเขาจะมีเงินซื้อ แต่ 3 ทีมนี้จะซื้อนักเตะที่เชื่อว่าศักยภาพของนักเตะที่จะซื้อนั้นจะต้องคุ้มกับราคาที่จ่ายไป

3 ทีมนี้เตรียมการพร้อมมากในเรื่องของการซื้อเข้า - ขายออก ทีมดาต้าของพวกเขาทำงานกันตลอดเวลาเวลา พวกเขาคาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้าว่าทีมมีโอกาสจะเสียนักเตะคนไหนในทีม เมื่อตลาดซื้อขายเปิดขึ้น ... แม้ตลาดซื้อขายจะเปิดในช่วงเดือนมิถุนายน แต่ข้อมูลของทีมเหล่านี้มีเป็นตั้ง ๆ และเป็นข้อมูลที่สามารถเปิดใช้ได้ทันทีไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับทีมของพวกเขาในตลาดซื้อขายนั้น
นักเตะตัวหลักจะโดนดึงตัวไป โค้ชจะถูกฉีกสัญญา หรือนักเตะดาวรุ่งคนไหนที่วางตัวไว้ว่าจะมีโอกาสก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญกับทีมชุดใหญ่ ... สิ่งเหล่านี้พวกเขาคิดไว้หมดแล้ว ทุกอย่างเป็นเรื่องที่พวกเขารับได้ เพราะส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจของพวกเขาคือการพัฒนานักเตะ การขายออก และการลงทุนใหม่ ... ไม่ใช่แค่นักเตะเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการฝึกซ้อมของพวกเขาด้วย
เราพยายามจะหาวิธีอย่างเต็มที่ว่า "ดาต้า" หรือข้อมูลที่ทีมอย่าง ไบรท์ตัน บอร์นมัธ และ เบรนท์ฟอร์ด มีในมือคืออะไร ? ทำไมพวกเขาจึงได้นักเตะฝีเท้าดี พร้อมปั้นได้ ในราคาที่ถูกอยู่เสมอ ๆ แต่ข้อมูลเหล่านี้ดูเป็นความลับขั้นสุด ไม่มีการเปิดเผยที่ที่ชัดเจน มีเพียงการบอกกันกว้าง ๆ ว่าพวกเขามีระบบอัลกอริทึ่ม ที่กรองนักเตะในลิสต์จำนวนมาก (ว่ากันว่ามีมากถึงหลักหมื่นคน) ให้แคบลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้เจอกับนักเตะคนที่ตอบโจทย์กับสิ่งที่สโมสรตามหาจริง ๆ
ขั้นตอนการกรองไล่เรียงลำดับตั้งแต่คุณสมบัติจุดเด่น-จุดด้อยของนักเตะคนนั้น, ประวัติการบาดเจ็บ, ทัศนคติการใช้ชีวิต, การมีบทบาทในห้องแต่งตัว และอีกหลายอย่างเพื่อให้ได้นักเตะที่เป๊ะที่สุด ซึ่งความแม่นในการช่วยให้พวกเขา "หยิบถูกตัว" นี้จะเกิดขึ้นได้สิ่งที่เรียกว่า "อัลกอริทึ่ม"
คำ ๆ นี้อาจจะเป็นคำที่ชวนงงอยู่บ้าง จริง ๆ แล้วมันคือ "ชุดคำสั่งหรือขั้นตอนการแก้ปัญหา" ที่เขียนเรียงลำดับไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ (หรือตัวเราเอง) ทำตามแล้วได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องเสมอ อธิบายให้เห็นภาพชัดคือ อัลกอริทึ่ม เปรียบเสมือน "สูตรลับหรือขั้นตอนการทำอาหาร" ที่บอกทีละสเต็ปอย่างชัดเจนว่าต้องทำอะไรก่อน-หลัง ตั้งแต่เริ่มต้นจนได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

ใจความหลักมันอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครรู้ว่าระบบอัลกอริทึ่มของ 3B โดยเฉพาะทีมอย่าง ไบรท์ตัน และ เบรนท์ฟอร์ด ทำงานเพื่อหาผลลัพธ์อย่างไร... ทว่าก็มีสิ่งที่น่าสนใจที่เปิดเผยจาก coach-os.com ที่ทำให้ชวนคิดต่อได้เช่นกัน
พวกเขาบอกว่า ระบบอัลกอริทึ่มที่ทีมอย่าง ไบรท์ตัน และ บอร์นมัธ ใช้นั้นเป็นซอฟต์แวร์เฉพาะที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทพนันฟุตบอล ที่เข้าถึงสถิติและข้อมูลลีกต่าง ๆ ทั่วโลก ... ซึ่งบริษัทพนันถูกกฎหมายนี่แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของ โทนี่ บลูม เจ้าของทีมไบรท์ตัน และ แมทธิว เบนแฮม เจ้าของทีมเบรนท์ฟอร์ด (ทั้ง 2 คนนี้เคยทำงานด้วยกันมาก่อนในอดีต)
ไบรท์ตัน ไม่เคยเปิดเผยข้อมูลนี้ของพวกเขาต่อสาธารณะเลย ขณะที่ เบนแฮม ก็รูดซิบปากสนิท หากต้องเจาะลึกถึงสิ่งที่ทำให้ข้อมูลในมือของพวกเขาถูกวิเคราะห์ออกมาได้อย่างแม่นยำ (เป็นส่วนใหญ่)
อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น... เรื่องดาต้าและการจริงจังกับข้อมูลหรือตัวเลขหลังบ้านคือสิ่งที่ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกต่างก็ให้ความสำคัญกันหมดแล้วในยุคตื่นรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี ทว่าสิ่งที่ทำให้เหล่า 3B เห็นภาพชัดมากที่สุดอีก 1 ข้อคือ "วัฒนธรรมองค์กร"
ดาต้ามีอยู่จริง…แต่
แม้เทคโนโลยีจะล้ำเลิศแค่ไหนแต่สุดท้ายคนก็คือคนที่เลือกตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายว่าจะใช้มันหรือปัดข้อมูลนั้นทิ้งอยู่ดี ... ดังนั้นวัฒธรรมองค์กรของ เบรนท์ฟอร์ด บอร์นมัธ และ ไบรท์ตัน สำคัญมากไม่แพ้ข้อมูลในมือของพวกเขาเลย
"ใครเป็นคนเริ่มคิดว่าสโมสรเหล่านี้เก่งกาจขึ้นมาได้เพราะข้อมูลกันนะ ? มันใช่ซะที่ไหนล่ะ .. นี่ก็ผ่านมา 10 ปีได้แล้วที่เวลาทีมไหนทำผลงานในพรีเมียร์ลีกได้มักจะมีนักข่าวโทรมาถามเรื่องงานดาต้า ตั้งแต่สมัย เลสเตอร์ เซาธ์แฮมป์ตัน จนมาถึง บอร์นมัธ หรือ ไบรท์ตัน ในปัจจุบัน"
"รู้ไหมคำตอบของผมมักสร้างความผิดหวังให้นักข่าวที่โทรมาเสมอ" เดวิด ซัมพ์เตอร์ จาก Uppsala University ประเทศสวีเดน และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์กับฟุตบอล เขียนบทความของเขาลงในเว็บไซต์ Medium เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ
ซัมพ์เตอร์ เล่าว่าเขาสนิทกับนักวิเคราะห์หลายคนมากที่ทำงานกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก ซึ่งคนที่ทำงานในตำแหน่งนี้ส่วนใหญ่รู้สึกผิดหวังที่หลายครั้งข้อมูลที่พวกเขาพยายามค้นคว้าหามาได้มักถูกปัดทิ้ง ไม่มีใครรับฟังพวกเขา หรือว่าง่าย ๆ พวกเขาโดนลดบทบาทจากคนที่มีตำแหน่งใหญ่กว่า
เหล่าสโมสร 3B เป็นตัวอย่างที่ ซัมพ์เตอร์ อธิบายว่า ทีมเหล่านี้มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี พวกเขาจึงหยิบเอาข้อมูลที่มีมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ 3 ทีมนี้จริงจังกับการหยิบดาต้าที่ได้มาพิจารณา จับสิ่งที่ได้มาเชื่อมโยงทำงานร่วมกับแผนกต่าง ๆ จนทำให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การใช้ข้อมูลโดยตรงอย่างเดียวแบบที่หลายคนเข้าใจ

"วิสัยทัศน์และวัฒนธรรมองค์กรนี่แหละที่ผนวกกำลังกับข้อมูลที่มี จนทำให้ข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่ทรงพลัง ทีมอย่าง ไบรท์ตัน และ เบรนท์ฟอร์ด มีเจ้าของสโมสรที่มีปูมหลังจากอุตสาหกรรมการพนัน ซึ่งเป็นธุรกิจที่ใช้หัวใจสำคัญในการตัดสินใจแต่ละเรื่องอยู่แล้ว"
"หัวใจหลักคือการให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ได้มา การมีผู้บริหารที่คิดการณ์ไกลและมองโลกในแง่ธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนี่แหละคือของแท้ วัฒนธรรมองค์กรที่พวกเขาสร้างขึ้นทำให้สามารถพัฒนาสโมสรได้อย่างยั่งยืน"
"ข้อมูล หรือ ดาต้ามีอยู่จริง ทุกสโมสรต่างก็เริ่มลงทุนกับตำแหน่งงานเหล่านี้มากขึ้น แต่อย่าเข้าใจผิดล่ะเพราะดาต้าไม่ใช่เวทมนตร์ที่เสกความสำเร็จแบบที่พวกคุณตื่นเต้นกันแน่นอน" ซัมพ์เตอร์ ทิ้งท้ายไว้แบบนั้น
หากเราจะสรุปความสำเร็จของทั้ง 3 สโมสรนี้ คงต้องบอกว่าดาต้าเป็แค่ส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือนอกจากข้อมูลแล้ว พวกเขามีคนที่เข้าใจและเห็นความสำคัญของสิ่งที่ค้นคว้ามาได้จริง พวกเขามีวิธีรองรับกับข้อมูลที่ได้มาว่าจะต้องเอาไปทำอะไรต่อเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากสิ่งนั้น
พวกเขามีข้อมูลที่น่าเชื่อถืออยู่ในมือ และในขณะเดียวกันพวกเขาก็มีการวางแผนล่วงหน้าที่เป็นสัดส่วนชัดเจน ... อะไรจะเกิดขึ้น อะไรจะตามมา และอะไรคือกลไกในการแก้ปัญหา เมื่อองค์กรพร้อมสำหรับความจริงเหล่านี้แล้ว ปัญหาที่มีก็จะน้อยลง จนทำให้พวกเขาสามารถคิดต่อยอดพาองค์กรไปข้างหน้าได้ง่ายขึ้น
เหมือนกับที่ ไบรท์ตัน บอร์นมัธ และ เบรนท์ฟอร์ด เป็นในเวลานี้
แหล่งอ้างอิง :
https://www.coach-os.com/en/wiki/brighton-brentford-daten-kaderplanung
https://www.nytimes.com/athletic/6825818/2025/11/22/brighton-brentford-home-away-form-data/
https://www.skysports.com/football/news/13590434/brentford-brighton-bournemouth-how-the-premier-leagues-bermuda-triangle-defies-the-odds-with-recruitment-and-culture
https://soccermatics.medium.com/the-year-the-premier-league-woke-up-to-data-science-77998f06bc3c
https://sports.yahoo.com/why-brighton-brentford-recruitment-strategies-163019760.html