Feature

ผิดก่อน ขอโทษทีหลัง : กรรมการพรีเมียร์ลีกขยันพลาด เป็นเพราะความสามารถ หรือทุจริตกันแน่ ? | Main Stand

ครั้งแล้ว กับ ครั้งเล่า ... คือ 2 ครั้งที่การตัดสินของกรรมการในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกขัดใจแฟนบอล และบ่อยครั้งที่พวกเขายังออกมายอมรับเองในตอนท้ายด้วยซ้ำว่า "ผมผิดเอง" 

 

เหมือนจะแมน ... แต่ก็ไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกต้องเจอ ขึ้นอยู่กับวันนั้นจะเป็นวันซวยของทีมไหนเท่านั้นเอง 

นับตั้งแต่ พรีเมียร์ลีก นำระบบวิดีโอช่วยตัดสิน หรือ VAR เข้ามาใช้ เราต่างเคยคิดว่า "ดี เรื่องบ้า ๆ นี้จะได้จบเสียที" ... แต่ที่ไหนได้ ความผิดแบบหน้าซื่อตาใสยังคงไม่เคยจากพวกเราไปไหน และพร้อมเล่นงานแฟนบอลทุกทีมในทุกสัปดาห์ 

มันเกิดอะไรขึ้น พวกผู้ตัดสินอ่อนประสบการณ์เอง หรือพวกเขาตั้งใจจะทำให้มันเป็นแบบนั้น ?  ติดตามกับ MAIN STAND 

 

ช็อตคาใจ ที่ใครก็ลืมไม่ลง

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้น ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนฟุตบอลทีมไหน คุณล้วนต้องเคยประสบพบเจอกับการตัดสินมึน ๆ ที่ผิดก่อนแล้วออกมาขอโทษทีหลังเป็นประจำอยู่แล้ว 

นี่คือการแจกความเท่าเทียมอย่างแท้จริงของทีมงาน Pro Ref หรือ องค์กรผู้ตัดสินอาชีพอังกฤษ ที่เดิมเราคุ้นหูในชื่อ PGMOL โดยเฉพาะเกมใหญ่ ๆ เกมสำคัญทีไร เรื่องแบบนี้มักจะเกิดขึ้นทุกที อย่างในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อเดือนกันยายน 2026 ที่มีปัญหาจากการตัดสินเรื่องล้ำหน้าในจังหวะยิงประตูของ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งทาง Pro Ref อธิบายในตอนแรกว่า สาเหตุที่ไม่ล้ำหน้าเพราะ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ไม่ได้มีเจตนาจะเล่นที่ลูกฟุตบอล 

ถ้าจะบอกว่า แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ก็ย่อมได้ ... นักเตะพุ่งโหม่งแบบตอร์ปิโดเข้าหาลูกฟุตบอลขนาดนั้น จะไม่นับว่ามีเจตนาได้อย่างไร ? ทั้งโลกเห็นแบบนั้น กระแสโซเชียลกระหน่ำหลังบอลจบ และแล้วไม้ตายของ Pro Ref ก็ถูกนำมาใช้อีกครั้ง นั่นคือการ "ขอโทษ" และยอมรับว่าพวกเขาตัดสินผิดพลาด ทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องพูดก็ได้ เพราะมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

คำถามที่น่าสนใจจากประเด็นนี้คือ ในยุคที่มีทั้ง VAR และ VAR สำรอง พร้อมกล้องจับทุกมุมสนาม ทำไมกรรมการพรีเมียร์ลีกถึงยังทำผลงานได้ "บีบหัวใจ" ด้วยความผิดพลาดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ... พวกเขาตั้งใจให้เป็นแบบนั้นหรือเปล่านะ ?

 

ความผิดพลาดซ้ำซาก หรือระบบที่ออกแบบมาให้พัง ?

จนถึงตอนนี้ Pro Ref ออกมายอมรับการตัดสินผิดพลาดแล้วทั้งหมดมากกว่า 20 ครั้ง ไม่รวมครั้งที่ค้านสายตาแฟนบอล แต่พวกเขาไม่ได้ออกมายอมรับผิด ... ไล่เรียงตั้งแต่เหตุการณ์เกมต่าง ๆ ในพรีเมียร์ลีกมากมาย ยกตัวอย่างแบบชัด ๆ 5 เหตุการณ์ ได้แก่ 

1. ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พบ ลิเวอร์พูล (กันยายน 2023) : จากจังหวะลูกยิงของ หลุยส์ ดิอาซ ที่ถูกจับล้ำหน้า ซึ่ง PGMOL (ชื่อเดิมของ Pro Ref) ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ (Significant Human Error) จากห้อง VAR ของ ดาร์เรน อิงแลนด์

2. คริสตัล พาเลซ พบ แอสตัน วิลล่า (สิงหาคม 2022) : ไม่ใช่แค่บิ๊กแมตช์เท่านั้น PGMOL ยอมรับความผิดพลาดกรณีที่ผู้ตัดสิน แอนดี้ แมดลีย์ กลับคำตัดสินจุดโทษของ คริสตัล พาเลซ หลังจากดูจอ VAR ทั้งที่จังหวะดังกล่าวมีการทำแฮนด์บอลชัดเจน 

3. เชลซี พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (กันยายน 2022) : จังหวะริบประตูตีเสมอช่วงท้ายเกมของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จากการมองว่าทำฟาวล์ เอดูอาร์ เมนดี้ ซึ่งภายหลังถูกยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดในการแทรกแซงของ VAR

4. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซน่อล (กันยายน 2022) : อาร์เซน่อล ไม่ได้ประตูจากการทำประตูของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หลังผู้ตัดสินในสนามเข้าใจผิดว่า มาร์ติน โอเดการ์ด ทำฟาวล์ คริสเตียน เอริกเซ่น 

5. เอฟเวอร์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้ (กุมภาพันธ์ 2023) : ผู้ตัดสินในสนาม พอล เทียร์นี่ย์ และผู้ตัดสิน VAR คริส คาวานอห์ มองไม่เห็นจังหวะที่ โรดรี้ ทำแฮนด์บอล เอฟเวอร์ตัน ไม่ได้จุดโทษ

ยังมีอีกเพียบที่ไม่ได้พูดถึง เมื่อไล่เรียงดูเคสอื้อฉาวที่ผ่านมา สิ่งที่สะท้อนชัดเจนคือความไร้มาตรฐานที่หาความสม่ำเสมอไม่ได้ การตีเส้นล้ำหน้าแบบพิกเซลต่อพิกเซลที่นานจนหมดอารมณ์ดีใจ หรือการที่จังหวะฟาวล์ลักษณะเดียวกันเป๊ะ แต่ผลลัพธ์กลับสลับหน้ามือเป็นหลังมือเพียงเพราะเปลี่ยนคนทำหน้าที่

ดังนั้นเราคงต้องมาดูกันแล้วว่า ถ้ามันผิดพลาดซ้ำซากกันขนาดนี้ มันจะมองเป็นเรื่องอื่นนอกจาก Human Error หรือการผิดพลาดส่วนบุคคล ที่ถือเป็นคำตอบที่ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลยได้อย่างไรบ้าง ? 

ฝั่งแรกคือ ความไร้ประสิทธิภาพเชิงโครงสร้าง และ วัฒนธรรมพรรคพวก หรือที่แปลไทยเป็นไทยง่าย ๆ ก็คือ "คนผิดไม่โดนลงโทษ และยังได้ทำหน้าที่ต่อไป" ตัดสินผิดวันนี้ สัปดาห์หน้าย้ายไปคุม VAR เป็นต้น

ความเกรงใจเพื่อนร่วมอาชีพ และความกลัวที่จะหักหน้ากันเองในห้อง VAR ทำให้การทักท้วงเพื่อแก้ไขความถูกต้อง กลายเป็นเรื่องของการรักษาหน้าตามากกว่าความยุติธรรม 

นี่ไม่ใช่เรื่องที่คิดกันไปเอง เพราะครั้งหนึ่ง ไมค์ ดีน อดีตผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก เคยออกมายอมรับว่า ตอนเขาเป็นผู้ตัดสินในห้อง VAR ในเกมที่ เชลซี พบ สเปอร์ส เมื่อเดือนสิงหาคม 2022 (เกมที่มีประเด็นการจับมือหลังจบเกมของ โธมัส ทูเคิล และ อันโตนิโอ คอนเต้ จนโดนใบแดงทั้งคู่) เขาเห็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในจอแล้ว แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณไปให้ แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินในสนาม ... ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า เขาไม่อยากทำให้ เทย์เลอร์ มีปัญหาเพิ่มเติม แม้ ดีน จะให้สัมภาษณ์ตอนที่เขาแขวนนกหวีดไปแล้ว แต่เราก็อด "เอ๊ะ" ไม่ได้จริง ๆ กับแนวคิดและการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสายตาแฟนบอลนับล้านทั่วโลกแบบนี้

ขณะที่ทาง Sky Sports ก็ได้ไปสอบถามแฟนบอลทีมต่าง ๆ ในพรีเมียร์ลีกและพบว่าแฟนบอลหลายทีม โดยเฉพาะทีมที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม บิ๊ก 6 พวกเขาไม่พอใจการตัดสินในหลายครั้ง และพวกเขาเชื่อว่ากรรมการมีอคติ เอื้อประโยชน์สโมสรใหญ่ ๆ ทั้งโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ... เพราะหลายครั้งพวกเขาเสียผลประโยชน์กับเกมลักษณะนี้ และโดยเฉพาะกับผู้ตัดสินคนเดิม ๆ ด้วย 

มีบทความจาก Medium ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ โดยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการวางตัวผู้ตัดสินในแต่ละเกม ที่เหมือนตั้งใจจะ "จัดงาน" ให้พรีเมียร์ลีกแบบเอิกเกริก โดยพบว่าผู้ตัดสินบางคนได้รับงานตัดสินเกมมากกว่าคนอื่น ๆ อยู่เกือบ 2 เท่า 

ตัวอย่างที่เขายกมาคือ มีการเก็บสถิติในฤดูกาล 2024-25 ว่าผู้ตัดสินที่งานชุกมากที่สุดคือ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ และ ไมเคิล โอลิเวอร์ ที่ได้ลงเป่าคนละ 12 นัด และในบางสัปดาห์พวกเขาได้ลงตัดสินถึง 2 เกมภายในเวลา 2 วัน (เสาร์-อาทิตย์) 

แต่กลับกัน ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ กรรมการบางคนได้ตัดสินแค่ 3-4 เกมเท่านั้น สิ่งที่หลายคนแปลกใจคือ ทำไมคนที่ทำผิดพลาดและเป็นประเด็นบ่อย ๆ กลับได้งานมากขึ้น แถมยังไม่เคยมีการพักงานหรือลงโทษใด ๆ เลย

ยิ่งมีการเปิดสถิติออกไปอีกว่า เกมส่วนใหญ่ที่ผู้ตัดสินระดับ "งานเยอะ" ลงตัดสิน มักจะมีจำนวนการเพิ่มการตรวจสอบจากห้อง VAR ที่มากขึ้น และมักจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 75-90 ของเกมอีกด้วย 

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดและผลประโยชน์ระดับมหภาค ... กล่าวคือ พรีเมียร์ลีกเป็นธุรกิจพันล้านที่ขับเคลื่อนด้วยเรตติ้งและดราม่า การสร้างการลุ้นแชมป์ให้เข้มข้น การประคับประคองเรตติ้ง หรือแม้แต่ความบังเอิญที่มักจะเป็นใจให้ทีมใหญ่ในยามคับขัน

สิ่งเหล่านี้ทำให้แฟนบอลอดคิดไม่ได้ว่า หรือมีมือที่มองไม่เห็น คอยบงการทิศทางลมเพื่อให้ลีกมีความบันเทิงสูงสุด ? แม้จะไม่มีหลักฐานมัดตัวชัดเจน แต่มันก็เป็นทฤษฎีที่สมเหตุสมผลในสายตาของคนที่สูญเสียความเชื่อมั่นไปแล้ว

 

จะปล่อยให้เป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ ? 

ความคลาสสิกของตอนจบสำหรับเรื่องการตัดสินของพรีเมียร์ลีก คือคุณจับมือใครดมไม่ได้ และคุณไม่เคยมีหลักฐานที่จะเอาผิดใครจัง ๆ ได้สักที ... มีแต่คำตอบว่า "มันคือความผิดพลาดส่วนบุคคล" ที่ผู้ฟังก็ได้แค่รับฟัง แต่ไม่สามารถหาสาระหรือทำอะไรต่อได้ 

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนของระบบ และการลอยนวลของผู้ที่ทำผิดพลาดในหน้าที่ของตัวเอง ... พวกเขาหรือคนที่ดูแลควรจะทำได้ดีกว่านี้หรือไม่ เช่นการคัดกรองคนเข้ามาทำงาน การลงโทษคนที่ทำผิด หรือการทำอย่างไรก็ได้ที่จะไม่ปล่อยให้คนที่ไม่มีศักยภาพเพียงพอ เข้ามารับผิดชอบเกมพรีเมียร์ลีกที่มีเดิมพันสูงเป็นพันล้านปอนด์ขนาดนี้ 

เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอในฐานะกีฬาที่มีมนุษย์เป็นผู้ชี้ขาด แต่สิ่งที่พรีเมียร์ลีกกำลังทำซ้ำ ๆ คือการเปลี่ยนความผิดพลาด ให้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาผ่านกระดาษคำขอโทษที่ไร้ราคา 

ถ้าวันหนึ่งความศรัทธาของแฟนบอลที่มีต่อลีกฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกพังทลายลง ก็คงไม่ใช่เพราะใบแดงหรือจุดโทษปริศนา หรือการล้ำหน้าที่ดูไม่ออก ... แต่เป็นเพราะพวกเขายังคงเชื่อมั่นในคำว่า "ผิดก่อน ขอโทษทีหลัง" ทำให้เรื่องของสัปดาห์นี้จบลงไป ก่อนที่จะไปเริ่มต้นความโกลาหลกันใหม่ในสัปดาห์หน้า 

ความผิดพลาดเหล่านี้ อาจถูกมองว่ามันเป็นสีสันที่ทำให้พรีเมียร์ลีกน่าติดตามจากดรามา สร้างเอนเกจเมนต์ในโลกอินเทอร์เน็ตได้ดีมากจนน่าตกใจ ... แต่ฟุตบอลจะสนุกกันแบบแฟร์ ๆ ไม่ได้จริง ๆ หรือ ? 

ถามใจคุณเองดู คุณอยากจะดูบอลแบบ "ทีใครทีมัน" หรือการเอาความถูกต้องและเท่าเทียมเป็นที่ตั้ง ? ... ถ้าคุณยังรู้สึกสนุกกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เรื่องเหล่านี้ดำเนินต่อไป ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดที่พรีเมียร์ลีกได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม 

 

แหล่งอ้างอิง

https://medium.com/@fabienb/is-refereeing-fair-and-equal-in-the-english-premier-league-2062318389eb
https://www.reddit.com/r/chelseafc/comments/1rbtxnl/referees_in_the_premier_league_is_it_incompetence/
https://www.skysports.com/football/news/11095/13239414/gary-oneil-claims-premier-league-officials-have-subconscious-bias-after-jones-stones-winner-is-it-true
https://www.reddit.com/r/LiverpoolFC/comments/16x9de9/pgmol_have_had_to_issue_an_apology_13_times_in_13/?tl=th#lightbox
https://www.reddit.com/r/PremierLeague/comments/1tj4fj8/all_apologies_from_pgmol_in_the_2526_season/

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand