Feature

ใครเห็นก็ว่าหมดยุค : อะไรทำให้ "มูรินโญ่" ได้กลับมาคุม "เรอัล มาดริด" อีกครั้ง ? | Main Stand

ย้อนกลับไปสัก 10-15 ปีก่อน ชื่อของ โชเซ่ มูรินโญ่ คงถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่โค้ชระดับ "พรีเมี่ยม" ของยุโรปอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าเดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จนถึงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ชื่อของเขาเริ่มจางลงบนพาดหัวใหญ่ของข่าวฟุตบอล 

 

จนกระทั่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ข่าวสุดเซอร์ไพรส์ก็เกิดขึ้น เมื่อเขาได้กลับมาคุมสโมสรอันดับ 1 ของโลกอย่าง เรอัล มาดริด เป็นคำรบที่ 2 

ท่ามกลางคำวิจารณ์ที่มีถึงเขาในช่วงหลังว่าเป็น "โค้ชตกยุค" และเริ่มรับงานที่ไม่ถูกจัดอยู่ในสโมสรระดับท็อป ทั้ง สเปอร์ส, โรม่า, เฟเนร์บาห์เช่ และ เบนฟิก้า ... อีกทั้งถ้าให้ส่องผลงาน ก็ใช่ว่าจะมีแชมป์ตลอดเหมือนแต่ก่อน 

ทำไม เรอัล มาดริด ถึงยังกล้าเลือกเขากลับมาคุมทีมในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ? ติดตามบทวิเคราะห์จาก MAIN STAND ที่นี่

 

ถูกตราหน้าว่า "หมดยุค"

ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้กลับมา เราต้องย้อนมองภาพจำของมูรินโญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเสียก่อน นับตั้งแต่แยกทางกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ต้องบอกว่ากราฟชีวิตของเขาเดินทางเข้าสู่ขาลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, โรม่า, เฟเนร์บาห์เช่ และล่าสุดกับทีมในบ้านเกิดอย่าง เบนฟิก้า

จากโค้ชที่เคยตีคู่มากับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องยอมรับว่า ไม่แปลกเลยที่ใครจะมองเขาว่าหมดยุคไปแล้ว ว่ากันว่าเขาเหลือแค่ชื่อเสียงเก่า ๆ ที่เคยสร้างไว้ตลอดยุค 2000 เป็นต้นมาไว้เป็นจุดขายเท่านั้น ส่วนเรื่องของฟุตบอลนั้นช่างล้าหลัง  

มูรินโญ่ได้รับการจดจำในฐานะกุนซือที่สร้างพื้นฐานทีมจากเกมรับที่เหนียวแน่น จนบางครั้งถูกเรียกว่า "แอนตี้ฟุตบอล" หรืออธิบายให้เห็นภาพก็คือ ในขณะที่โลกฟุตบอลกำลังคลั่งไคล้กับสไตล์ ติกิ-ตากะ หรือ เกเก้นเพรสซิ่ง มูรินโญ่จะเป็นผู้ยืนต่อต้านกระแสนั้น และใช้ฟุตบอลในแบบของเขา ประกาศให้โลกรู้ว่าไม่จำเป็นเลยที่คุณต้องเป็นพระเอกถึงจะชนะ 

ต่อให้ทั้งโลกยืนเป็นฝ่ายตรงกันข้าม คุณก็มีสิทธิ์จะเป็นผู้ชนะได้ ตราบใดที่คุณรู้จักฟุตบอลของตัวเองดีพอ ... ฟังดูเหมือนเป็นแนวคิดที่ไม่ได้ผิดอะไร แต่โลกเราก็แบบนี้ คนเรามักจะตัดสินคนอื่นที่แตกต่างอยู่เสมอ ไม่ว่ามูรินโญ่จะมองฟุตบอลของเขาอย่างไร แต่โลกฟุตบอลตอนนี้คำว่า "โมเดิร์นฟุตบอล" ที่บุกทั้งทีมและรับทั้งทีม กลายเป็นกระแสใหม่ที่เกิดขึ้น 

ศัพท์ยาก ๆ กลายเป็นคำติดปากแฟนบอลทั่วไป … เพรสซิ่ง, เคาน์เตอร์ เพรสซิ่ง, ทรานซิชั่น, โอเวอร์โหลด หรือใด ๆ ก็ตาม คือส่วนประกอบสำคัญของฟุตบอลสมัยใหม่ ซึ่งภาพจำของกุนซือแถวหน้าได้เปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็น เป๊ป, ชาบี อลอนโซ่, มิเกล อาร์เตต้า, ฮันซี่ ฟลิค หรือ หลุยส์ เอ็นรีเก้ 

ขณะที่ผลงานของมูรินโญ่ นับตั้งแต่ที่เข้ามาคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2017 ลากยาวจนมาถึงปัจจุบัน ฟุตบอลของเขาคือการเลือกเน้นไปที่การเล่นเพื่อลดความผิดพลาด มากกว่าการเสี่ยงเพื่อชิงความได้เปรียบ 

หลายช่วงเวลาการทำทีมในระยะหลัง ทีมของมูรินโญ่มีสถิติการสร้างโอกาสทำประตูต่ำกว่าทีมชั้นนำร่วมลีก มันกลายเป็นว่าหากคุณตั้งรับลึกเกินไป คุณจะถูกกดดันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความรู้สึกว่ามันน่าเบื่อไม่เอ็นเตอร์เทน และยิ่งถ้าไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ก็ยิ่งโดนวิจารณ์หนักขึ้นไปอีก สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งของเขาจึงกลายเป็นจุดอ่อนในบางสถานการณ์ของโลกฟุตบอลในตอนนี้ 

ไหนจะมีเรื่องของการสร้างทีม ที่ปกติแล้วทีมฟุตบอลทั่วไปมักจะสร้างทีมเพื่ออนาคต ซื้อนักเตะอายุน้อย เพิ่มโอกาสการใช้ดาวรุ่งในทีม แต่มูรินโญ่ยังคงถูกมองว่าเป็นกุนซือที่ต้องมีทีมสำเร็จรูป คุณภาพพร้อมใช้เท่านั้นจึงจะสร้างความสำเร็จได้  ... นั่นแหละเขาจึงกลายเป็น "คนจากอดีต" ไปโดยปริยาย 

เพียงแต่ว่าทุกอย่างบนโลกนี้ก็เหมือนกับเหรียญที่มีสองด้าน ... ความเป็นคนจากอดีตของมูรินโญ่ อาจมีประโยชน์สำหรับบางสถานการณ์ และสิ่งที่เกิดกับ เรอัล มาดริด ในเวลานี้ไม่ได้ต้องการความใหม่สดใด ๆ แต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ต้องการโค้ชที่แก่พรรษาเหมือนกับคนที่เคยผ่านสงครามมาแล้ว เพื่อฟื้นฟูสิ่งต่าง ๆ ที่ผิดพลาดให้เป็นไปแบบที่ควรจะเป็น 

 

เรอัล มาดริด ต้องการผู้ฟื้นฟู 

การที่มูรินโญ่ได้กลับมาทำงานกับ เรอัล มาดริด อีกครั้งในซีซั่น 2026-27 ไม่ใช่เรื่องของความโรแมนติกเช่นการต้อนรับลูกชายกลับบ้านเก่า พร้อมกับความทรงจำที่แสนหวาน ... เพราะคุณก็รู้ดีจากการแยกทางในครั้งแรก มูรินโญ่ก็สร้างเรื่องไว้ที่นี่ไม่น้อย 

แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับมาดริดในเวลานี้ ทำให้ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2026 ต้องคิดถึงมูรินโญ่เป็นพิเศษ เพราะจากความล้มเหลวในฤดูกาล 2025-26 ภายใต้การคุมทีมของโค้ชหนุ่มแห่งยุคอย่าง ชาบี อลอนโซ่ และลูกหม้อที่ทีมภาคภูมิใจอย่าง อัลบาโร่ อาเบลัว ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทั้งผลงานในสนาม การปกครองห้องแต่งตัว หรือการสูญเสียคาแรกเตอร์เฉพาะตัวของ เรอัล มาดริด ที่เย่อหยิ่งจองหองไปอย่างน่าใจหาย 

นาทีนี้มาดริดไม่ได้ต้องการคนที่จะเข้ามาสอนเรื่องฟุตบอลให้นักเตะของเขาใหม่ทั้งหมด แต่เขาต้องการใครสักคนที่จะเข้ามาสร้างวัฒนธรรมของการแข่งขันที่เร่าร้อนกลับมาอีกครั้ง ... มูรินโญ่เองก็เคยทำสิ่งนี้ให้เปเรซเห็นมาแล้ว ครั้งหนึ่งเขาเคยทำ เรอัล มาดริด ให้เปลี่ยนจากทีมที่พ่ายแพ้ บาร์เซโลน่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ให้กลายเป็นทีมที่ท้าชน กล้าแลก จนคว้าแชมป์ ลา ลีกา ด้วยสถิติ 100 คะแนนมาแล้ว 

ต่อให้มูรินโญ่จะไม่สามารถพา มาดริด ในยุคนั้นคว้าแชมป์ยุโรปได้ แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่าตัวของเขาก็ถือเป็นคนที่หว่านเมล็ดพันธุ์ของความดุดัน กล้าหาญ และไม่ยอมแพ้ ... จนทีมชุดดังกล่าวได้รับการสานต่อจนคว้าแชมป์ยุโรปเป็นว่าเล่นในชุดหลัง 

เรื่องนี้ไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมาเอง เพราะเปเรซเองนี่แหละที่เป็นคนให้เหตุผลในการแต่งตั้งมูรินโญ่ว่า "เขาคือคนสำคัญในการช่วยสร้างจิตวิญญาณนักสู้ให้กับ เรอัล มาดริด ยุคใหม่ และผมต้องการนำสิ่งนั้นกลับมาอีกครั้ง" 

แต่คำถามสำคัญจากนี้คือ มูรินโญ่ที่ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้เลยใน 11 ปีหลังสุด และ 5-6 ปีหลังที่เขาทำงานกับสโมสรต่าง ๆ จบลงด้วยการโดนไล่ออกและบีบให้ลาออก จะรับมือกับการทำงานที่ยากที่สุดในอาชีพโค้ชที่ เรอัล มาดริด อย่างไร โดยเฉพาะในยุคที่ในทีมเต็มไปด้วยนักเตะยุคใหม่ ที่หลายคนอาจไม่ได้เชื่อมั่นหรือยกย่องเขาเหมือนกับทีมในภาคแรกอีกแล้ว ? 

 

ได้เวลา "ไฟล้างไฟ"

มูรินโญ่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการรื้อฟื้น เรอัล มาดริด หรือไม่ ? ... เรื่องนี้ยากจะตอบจนกว่าเราจะได้เห็นผลงานจริง ๆ ของเขา 

เพียงแต่ว่าสิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือ สิ่งที่ทำให้เขาได้งานนี้อีกครั้งก็เพราะเปเรซต้องการโค้ชคาแรกเตอร์แบบเขา และคุณปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านประธานชอบคนพันธุ์แบบมูรินโญ่ที่เป็นคนประเภท "ผีเห็นผี" มีคาแรกเตอร์คล้ายกันคือ ต่อให้โลกจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน แต่ตัวตนของพวกเขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

เปเรซมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับมูรินโญ่เสมอมา เขารู้ดีว่ามูรินโญ่ทำอะไรได้มากกว่าแค่มาสอนฟุตบอลหรือวางแท็กติกใหม่ ๆ ให้นักเตะในทีม 

จุดแข็งที่แท้จริงของมูรินโญ่คือการ "พร้อมปะทะ" เขาเป็นโค้ชประเภทพร้อมเป็นเกราะกำบังชั้นดี พูดง่าย ๆ คือ ถ้าทีมแพ้ เขามักจะโดนด่าก่อนนักเตะเสมอ มูรินโญ่คือคนที่พร้อมรับแรงกระแทกจากสื่อแทนสโมสรด้วยความเชี่ยวชาญแบบที่มีโค้ชไม่กี่คนที่ทำได้ 

กิลเยม บาลาเก้ กูรูฟุตบอลสเปน เขียนบทความถึงมูรินโญ่ผ่าน BBC ว่า การแต่งตั้งมูรินโญ่ที่มาดริดครั้งนี้เหมือนกับ "ไฟล้างไฟ" ในเมื่อกระแสนอกสโมสรและความกดดันร้อนแรงมาก คุณจำเป็นต้องเอาคนที่ร้อนแรงกว่า หรือคนที่พร้อมกิน อยู่ และทำงานภายใต้กองไฟที่ร้อนแรงนี้ได้ นี่คือเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้เขาได้งานนี้ท่ามกลางตลาดโค้ชสงบเงียบ เพราะกลุ่มตัวท็อปต่างมีงานต้องทำทั้งกับสโมสร และกับทีมชาติในฟุตบอลโลก 2026 อยู่แล้ว 

ส่วนเรื่องของปรัชญาฟุตบอลนั้น ก็คงต้องพูดตามความจริงว่า ไม่เคยมีสไตล์ไหนเก่าเกินจะใช้งาน ฟุตบอลก็เหมือนกับเทรนด์แฟชั่นและการแต่งตัวที่วนไปวนมา ... ทุกวันนี้คุณได้เห็นทีมของ เป๊ป เล่นเกมรับอย่างตั้งใจ, คุณได้เห็นทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซน่อล ตั้งรับด้วยความแข็งแกร่งและมีลูกตั้งเตะเป็นทีเด็ดทีขาดเหมือนกับฟุตบอลโบราณที่ใครก็ว่าตกยุคไปแล้ว 

ไม่มีแท็กติกไหนดีที่สุดในโลก แต่ฟุตบอลคือเรื่องของความเหมาะสม การเลือกสิ่งที่เหมาะที่สุดให้กับกลุ่มนักเตะที่มี พวกเขาขาดสิ่งไหน โค้ชต้องเป็นคนเข้ามาเติมเต็มสิ่งนั้น หาวิธีการเล่นที่เหมาะที่สุดภายใต้ไพ่ในมือที่มี นั่นคือหัวใจของงานโค้ชที่แท้จริง 

สำหรับมูรินโญ่ แม้ 5-6 ปีหลังผลงานของเขาจะเงียบไปมาก แต่อีกด้านของการได้แชมป์น้อยลง คือเขาเป็นคนที่ลดหย่อนเรื่องอีโก้ของตัวเองด้วย บทเรียนจากความล้มเหลวหลายปีหลัง ทำให้มูรินโญ่รู้ว่าเขาต้องลดอีโก้ลงและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยการให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports เมื่อปี 2023 เขาพูดถึงเรื่องนี้ว่า 

"เด็กหนุ่มในยุคปี 2000 กับเด็กหนุ่มในยุค 2022 น่ะไม่เหมือนกันหรอก ... รูปแบบความเป็นผู้นำมันเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้มันเป็นเรื่องของการมีส่วนร่วม ผู้นำหมายถึงการทำให้คนยอมเดินตามคุณ และการที่เขาจะตามคุณได้ พวกเขาต้องเชื่อมั่นในตัวคุณก่อน พวกเขาต้องรู้สึกถึงความเข้าอกเข้าใจ และคุณต้องตรงไปตรงมากับพวกเขาด้วย" มูรินโญ่กล่าว 

คุณเชื่อสิ่งที่เขาพูดไหม มันฟังดูสวยงามสไตล์ขายของแบบมูรินโญ่ใช่หรือเปล่า ? ... ไม่แปลกหรอกถ้าคุณไม่เชื่อและคิดแบบนั้น เพราะตลอดอาชีพของมูรินโญ่ เขาเติบโตจากการที่คนอื่นไม่เชื่อมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว 

จากล่ามคนหนึ่ง สู่โค้ชที่คว้าแชมป์ยุโรป 2 สมัย ... จากคนที่ถูกมองว่าหมดยุค มาสู่การได้รับโอกาสคุมสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกครั้ง 

เป็นอีกครั้งที่จะเกิดการชนกันครั้งใหญ่ของฟุตบอลที่เปลี่ยนไป กับชายผู้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ... มูรินโญ่จะรอดหรือไม่ หรือฟุตบอลสมัยใหม่จะส่งเขากลับไปสู่วังวนคนหมดยุคอีกครั้ง ? 

เราจะได้พิสูจน์เรื่องนี้ด้วยกันในอีกไม่ช้า 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.nytimes.com/athletic/7309668/2026/05/27/jose-mourinho-betting-favourite-real-madrid-odds-success/
https://www.nytimes.com/athletic/7300226/2026/05/29/real-madrid-jose-mourinho-problems-analysis/
https://www.espn.in/football/story/_/id/48680082/why-real-madrid-reunion-jose-mourinho-seems-increasingly-likely
https://www.bbc.com/sport/football/articles/clyp4rj9r01o

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand