
ท่ามกลางแสงไฟจากสปอตไลต์ฮอลลีวูดที่สาดส่องลงมายัง เรซคอร์ส กราวด์ สโมสรฟุตบอล เร็กซ์แฮม กลายเป็นปรากฏการณ์ที่คนทั้งโลกหลงรักผ่านหน้าจอ Disney+
แต่ในโลกความเป็นจริงบนเกาะอังกฤษ เรื่องราวกลับตรงกันข้าม ยิ่งพวกเขาขยับเข้าใกล้พรีเมียร์ลีกมากเท่าไหร่ เสียงสาปแช่งและแรงต้านจากแฟนบอลท้องถิ่นกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
นี่คือบทวิเคราะห์ความลักลั่นย้อนแย้งของสโมสรที่ "แมสที่สุด" แต่ก็ "ถูกยี้ที่สุด" ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกล่างของอังกฤษเช่นกัน ติดตามกับ Main Stand
ผู้ที่ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของการไต่เต้า
ในวัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษ การเลื่อนชั้นจากลีกล่างคือ "ทางเดินที่เต็มไปด้วยขวากหนาม" และการจะไต่จากจุดล่างขึ้นสู่จุดสูงสุด มักจำเป็นต้องมีสตอรี่ของการล้มลุกคลุกคลาน การยืนหยัดเคียงข้างทีมของแฟนบอลท้องถิ่น หรือใด ๆ ก็ตามที่สะท้อนว่าคุณผ่านจุดที่ยากที่สุดมาแล้ว ดังเช่นหลายทีม อาทิ เลสเตอร์ ซิตี้, เบรนท์ฟอร์ด, ซันเดอร์แลนด์ หรือ โคเวนทรี
ทีมเล็ก ๆ เหล่านี้ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษในการสร้างรากฐาน พึ่งพานักเตะเยาวชน และบริหารเงินทุกปอนด์อย่างจำกัด แต่เร็กซ์แฮมภายใต้การกุมบังเหียนของสองดาราฮอลลีวูดอย่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส และ ร็อบ แม็คเอลเฮนนีย์ ถูกมองว่าใช้ "สูตรโกง" ด้วยพลังเงินมหาศาลที่ทำให้ความสมดุลของลีกล่างพังทลาย

แฟนบอลของ เร็กซ์แฮม เองก็ออกมาค้านว่า ตอนแรกที่คู่หูจากฮอลลีวูดเข้ามาซื้อทีม ทีมพวกเขายังเล่นในดิวิชั่น 5 ของพีระมิดฟุตบอลอังกฤษ ลีกสูงสุดของฟุตบอลนอกลีกอย่าง เนชั่นแนล ลีก อยู่เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นการไต่จากระดับนอกลีกเข้ามามันก็ควรจะเป็นสตอรี่ที่น่าจดจำไม่ต่างจากทีมอื่น ๆ ที่กล่าวมาไม่ใช่หรือ ?
ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่สำหรับแฟนบอลในลีกล่าง ๆ อีกหลายทีม พวกเขามองว่าการเลื่อนชั้นของ เร็กซ์แฮม ที่ปัจจุบันอยู่ในระดับลีกรองอย่าง แชมเปี้ยนชิพ และกำลังมีลุ้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ลีก ไม่ได้มีความโรแมนติกใด ๆ มันก็แค่การใช้เงินที่มากกว่าทีมอื่น ๆ ในระดับเดียวกันเท่านั้นเอง
สำหรับ เร็กซ์แฮม พวกเขาสามารถจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะในระดับลีกทู สูงกว่าสโมสรในลีกวันบางทีมเสียด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่นการดึงตัว พอล มัลลิน กองหน้าตัวท็อปจากลีกที่สูงกว่าลงมาเล่นให้ทีม คือการประกาศกร้าวว่า "ที่นี่ไม่มีคำว่ารอ"
ตัวเลขที่สื่ออังกฤษหลายสำนักรายงานตรงกันสำหรับค่าจ้างของ มัลลิน ที่ เร็กซ์แฮม จ่ายสมัยเล่นนอกลีกคือ ประมาณ 4,500 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ... ซึ่งในลีกตอนนั้นมีนักเตะค่าเหนื่อยเกิน 1,500 ปอนด์แค่ไม่กี่คนเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็เป็นนักเตะของเร็กซ์แฮมแทบทั้งสิ้น

"มันไม่ใช่เรื่องของความโรแมนติกหรอก มันคือเรื่องของเช็คเงินสดล้วน ๆ พวกเขาใช้จ่ายเงินในระดับที่ทีมอื่นในลีกนี้ไม่มีทางทำได้ และมันทำให้การแข่งขันที่ควรจะเท่าเทียมกลายเป็นเรื่องตลก" ไซม่อน จอร์แดน กูรูฟุตบอลกล่าวถึง เร็กซ์แฮม เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งจะว่าไปแนวทางการทุ่มก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่พวกเขาใช้ทำทีม เร็กซ์แฮม ไม่เปลี่ยนแปลง
ดังนั้นไม่ว่าพวกเขาจะไปเยือนสนามไหนก็ตาม พวกเขามักจะโดนแฟนบอลเจ้าถิ่นร้องเพลงล้อเลียนเชิงเหยียดหยามว่า "ไม่มีประวัติศาสตร์" หรือ "ไอ้พวกแฟนบอลตามกระแสที่มาดูแค่ตอนทีมชนะ" เพราะมีตัวเลขยืนยันว่าในช่วงก่อนปี 2020 ก่อนที่พวกเขาจะเปลี่ยนเจ้าของทีม แฟนบอลของทีมมีน้อย
และเรื่องที่แฟนบอลตอบโต้อย่างกลับไปอย่างคลาสสิกก็คือ พวกเขามักจะเป็นฝ่ายหัวเราะทีหลังดังกว่าเพราะทีมคว้าชัยชนะ และปิดท้ายด้วยประโยคที่ว่า "ประวัติศาสตร์น่ะเหรอ ? พวกกูก็กำลังสร้างให้พวกมึงได้ยืนมองอยู่นี่ไง"
Content Factory
นอกจากเรื่องประวัติศาสตร์ การยืนหยัดร่วมกันของสโมสรและแฟนบอล หรือการเป็นทีมตามกระแสแล้ว ยังมีอีกประเด็นที่แฟนบอลท้องถิ่นหลายคนมักไม่พอใจและมักจะแซว เร็กซ์แฮม อยู่บ่อย ๆ ... หลัก ๆ แล้วคือเรื่องที่พวกเขามองว่าสโมสรและแฟนบอลขายวิญญาณเพื่อเป็นหนึ่งในการสร้างคอนเทนต์ให้กลุ่มทุนฮอลลีวูดโกยเงินอยู่ลับหลัง
เพราะสำหรับแฟนบอลชาวอังกฤษ ฟุตบอลคือศาสนาที่มีชุมชนเป็นวิหาร แต่เร็กซ์แฮมถูกกล่าวหาว่ากำลังเปลี่ยน "วิหาร" ให้กลายเป็น "สตูดิโอถ่ายทำรายการ Reality Show" ซีรีส์ Welcome to Wrexham สร้างภาพลักษณ์ที่งดงามและเรียกน้ำตาจากแฟนบอลทั่วโลก ทว่าแฟนบอลทีมคู่แข่งในอังกฤษกลับมองว่ามันคือความจอมปลอม ทุกจังหวะดีใจหรือเสียใจถูกจัดวางเพื่อคอนเทนต์ มากกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เชื่อมระหว่างสโมสรและแฟนบอล ซึ่งสิ่งนั้นคือ "จิตวิญญาณ"

นอกจากนี้ การหลั่งไหลเข้ามาของแฟนบอลหน้าใหม่ที่ถูกเรียกว่า "Plastic Fans" (พลาสติกแฟน หรือ แฟนบอลจอมปลอม) ยิ่งสร้างความรำคาญใจให้แฟนบอลดั้งเดิม พวกเขามองว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้รักสโมสรเพราะรากเหง้า แต่รักเพราะดาราฮอลลีวูด และนั่นคือการเหยียบย่ำวัฒนธรรม Support your local team (เชียร์ทีมใกล้บ้าน) ที่คนอังกฤษยึดถือมานาน
"ผมไปที่สนามเพื่อดูทีมรักแข่ง แต่กลับต้องเจอพวกนักท่องเที่ยวถือไม้เซลฟี่เต็มไปหมด พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคือคู่แค้นตลอดกาลของเรา พวกเขาแค่มาเพื่อหวังจะได้เห็นหน้า ไรอัน เรย์โนลด์ส แล้วก็อัปโหลดบนโซเชียลมีเดีย" แฟนบอลทีม น็อตต์ส เคาน์ตี้ ระบุในกระทู้แฟนบอลท้องถิ่น
ถึงตอนนี้ความพยายามของเร็กซ์แฮมในการขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก ถูกมองว่าเป็น "จุดจบของเสน่ห์ฟุตบอลลีกล่าง" หากทีมที่มีโมเดลธุรกิจแบบฮอลลีวูดประสบความสำเร็จจนถึงจุดสูงสุด มันจะเป็นการพิสูจน์ว่า "เงินและสื่อ" สามารถซื้อความสำเร็จได้ทุกระดับชั้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการล้มลุกคลุกคลานแบบดั้งเดิม
ยิ่งเร็กซ์แฮมเข้าใกล้พรีเมียร์ลีกเท่าไหร่ คนอังกฤษยิ่งกลัวว่าถ้าโมเดล "ใช้ดารา-ใช้เงิน-ใช้ซีรีส์" สำเร็จจนถึงจุดสูงสุด เสน่ห์ของฟุตบอลที่ต้องสู้ด้วยความลำบากจะหายไปตลอดกาล

พวกเขามองว่าถ้าเร็กซ์แฮมขึ้นพรีเมียร์ลีกได้ ต่อไปฟุตบอลจะไม่ใช่เรื่องของแท็กติกหรือประวัติศาสตร์ แต่จะเป็นเรื่องของการแข่งกันว่า "เจ้าของทีมใครดังกว่า" หรือ "ซีรีส์ใครยอดวิวเยอะกว่า" ซึ่งเป็นฝันร้ายของแฟนบอลหัวอนุรักษ์
แต่ถามกลับกันอีกสักครั้ง ถ้าคุณเป็นแฟนเร็กซ์แฮม ทำไมคุณจึงจะยินดีและมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ล่ะ ? ในเมื่อการเดินหน้าแบบรัว ๆ มันหมายความว่าคุณมาถูกทางแล้วไม่ใช่หรือ ?
เรื่องของเงิน…หรืออคติ ?
ความไม่พอใจต่อทีมที่ใช้เงินซื้อความสำเร็จ เกิดขึ้นเสมอ ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย แฟนบอลในพรีเมียร์ลีกก็จิกกัด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงตั้งไข่ด้วยข้อความลักษณะนี้เสมอ, ที่เยอรมนี ก็มี แอร์เบ ไลป์ซิก ที่โดนแฟนบอลทีมอื่นล้อเลียนจนทุกวันนี้ หรือแม้แต่ทีมแชมป์ยุโรปปัจจุบันอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ... พวกเขาก็เริ่มต้นด้วยการไม่เป็นที่รักของทีมอื่น ๆ ในลีกสักเท่าไรอยู่แล้ว และ เร็กซ์แฮม ก็กำลังอยู่บนเส้นทางเดินที่โดดเดี่ยวและเด็ดเดี่ยวนั้นเเช่นกัน

ความจริงในฟุตบอลีกล่าง ๆ อย่างแชมเปี้ยนชิพ และลีกวัน ก็ไม่ได้ตรงไปตรงมา และโรแมนติกกันซะทุกทีมมากขนาดนั้น ยกตัวอย่างเช่น สต๊อกพอร์ต เคาน์ตี้ มีเจ้าของที่รวยใกล้เคียงกับ ไรอัน และ ร็อบ รวมกัน, ทีมอย่าง พอร์ทสมัธ, บาร์นสลี่ย์, วีแกน แอธเลติก หรือแม้แต่ อิปสวิช ทาวน์ ก็มีเจ้าของที่รวยกว่าเจ้าของ เร็กซ์แฮม อยู่หลายเท่า
แล้วทำไมทีมเหล่านั้นถึงไม่โดนโจมตีแบบเดียวกัน ? ทำไม "ผู้พิทักษ์ความยุติธรรม" ถึงเลือกจะโจมตีนักแสดงสองคนที่เข้ามาช่วยชุมชนชนชั้นแรงงาน มากกว่าจะตั้งคำถามกับเจ้าของสโมสรระดับพรีเมียร์ลีกที่เป็นมหาเศรษฐี ผู้มีอิทธิพล ?
คำตอบแรกที่คิดได้ทันทีจากคำถามนี้คือ บางทีมันอาจไม่ใช่เรื่องเงิน … แต่มันคือความรู้สึกว่า "เร็กซ์แฮม ไม่ควรมาไกลขนาดนี้" หรือว่าง่าย ๆ ก็คือพวกเขาชักจะโดดเด่นเกินหน้าเกินตาอย่างชัดเจน
ลองนึกภาพแฟนบอลที่เคยทนถูกโกง ถูกหลอก โดยนักลงทุนปลอม ๆ, ต้องเตรียมใจจะกลายเป็นทีมกึ่งอาชีพจากเรื่องการเงินที่ล้มเหลว, ต้องเจอกับเจ้าของสโมสรที่ไม่จริงใจ ทำทีมตกต่ำถอยหลังแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทนเชียร์กันต่อไปแบบหวานอมขมกลืน ... คุณอยากจะเป็นแฟนบอลที่ต้องประสบปัญหาแบบนี้ มากกว่าการได้เชียร์สนุกในทุกสัปดาห์ และแข็งแกร่งขึ้นในทุก ๆ ปีอย่าง เร็กซ์แฮม หรือเปล่า ?
ถ้าคำตอบคือคุณสามารถทนทุกข์กับความตกต่ำล้มเหลวและความไม่ใส่ใจของผู้บริหารสโมสรที่ไม่ได้คุณภาพแล้ว ... มันก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีอภิสิทธิ์ไปกว่าแฟนบอลทีมอื่น ๆ ที่มีเหตุผลในการเชียร์ทีมรักของตัวเองแตกต่างกันไป
เรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพราะตราบใดที่ทุกอย่างยังอยู่ในกรอบและกฎกติกาที่ตั้งไว้ ทำไมแฟนบอล เร็กซ์แฮม จึงจะสนุกกับชัยชนะที่เกิดขึ้นไม่ได้ล่ะ ? ใช่ พวกเขากำลังใช้ช่วงเวลานี้ให้คุ้ม ... และใช่ บางครั้งคู่แข่งก็แซวพวกเขาแรงไปบ้าง แต่ในโลกฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้มาเสมอ ไม่ว่าจะทีมไหน ๆ ก็ต้องเจอกับอะไรแบบนี้ทั้งนั้น ฟุตบอลมันเป็นเช่นนั้นมาเสมอ ด่ากันมา แล้วก็ล้อกันกลับ และใครที่คว้าความสำเร็จได้ ก็สามารถปิดปากคู่แข่งของตัวเองได้ในท้ายที่สุด

สิ่งที่ต่างเรื่องลบ ๆ จริง ๆ แล้วอาจมีแค่เรื่องเดียวเท่านั้น นั่นก็คือเร็กซ์แฮมดันถูกพูดถึงมากเกินไป แม้แต่แฟนเร็กซ์แฮมเองยังเริ่มเอียนกับการที่สโมสรกลายเป็นข่าวทุกวัน จากอดีตที่พวกเขาเคยต้องนั่งไล่อ่านข่าวเล็ก ๆ ตอนเด็ก วันนี้กลับต้องหลบข่าวแทน แล้วลองคิดดู ถ้าเป็นแฟนทีมอื่นล่ะจะเหลืออะไร ?
ฟุตบอลชนชั้นที่ยังมีอยู่จริง ลึก ๆ แล้ว มันมีบางอย่างมากกว่านั้น ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกับทีมใหญ่อย่าง โบลตัน หรือการมาของ ทอม เบรดี้ ที่ เบอร์มิงแฮม เสียงตอบรับจะเหมือนกันไหม ? ... ทุกคนรู้แก่ใจดี
เพราะในโลกฟุตบอล ทีมใหญ่มีเจ้าของรวย = "ปกติ" , ทีมเล็กมีเจ้าของดัง = "จองหอง เย่อหยิ่ง", ทีมใหญ่แซวคู่แข่ง = "สีสัน", ทีมเล็ก ๆ ที่เพิ่งเกิดอย่าง เร็กซ์แฮม แซวบ้าง = "โอหัง ไม่ถ่อมตัว"
นี่แหละ ฟุตบอลชนชั้นที่แท้จริง ดังนั้นรักใครชอบใครก็เชียร์กันให้เต็มที่ ... ไม่ว่าใครจะเกลียดทีมคุณ หรือไม่ชอบที่เห็นคุณคว้าความสำเร็จก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นคือปัญหาของพวกเขาที่ต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้ได้เท่านั้นเอง
แหล่งอ้างอิง
https://medium.com/@garethowen78/wrexham-afc-the-backlash-98f2488e8524
https://therailwaymenreview.wordpress.com/2023/09/28/this-is-why-i-hate-wrexham-steve-hatton-discusses-his-pre-disney-hauntings/
https://www.goal.com/en-au/lists/other-clubs-hate-wrexham-ryan-reynolds-rob-mcelhenney-hollywood-story-red-dragons-easy-target/bltd56e5748bf2f0b3b
https://www.dailypost.co.uk/sport/football/talksport-asks-listeners-whether-wrexham-26619080
https://solentsportsnews.com/why-are-wrexham-so-hated/