
จากคนที่เคยถูกจดจำด้วยนิยาม “การตัดเกม–แย่งบอล–คุมจังหวะ” ตอนนี้ชื่อของ กาเซมีโร่ กลับปรากฏขึ้นบนสกอร์บอร์ดบ่อยครั้ง และแทบทุกครั้งมันมักจะมาจาก "ลูกโหม่ง"
กองกลางตัวรับที่สูงแค่ 185 เซนติเมตร กลายเป็นเจ้าเวหาที่โหม่งได้แม่นราวกับจับวาง และกลายอาวุธหลักเหนือนักเตะทุกคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในลูกกลางอากาศได้อย่างไร ? ติดตามกับ Main Stand
อาวุธลับของตัวรับ
ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่า กาเซมีโร่ ถือเป็นนักเตะในอุดมคติของตำแหน่งกองกลางตัวรับในฟุตบอลยุคใหม่ของแท้
3 สิ่งที่เป็นที่ประจักษ์ที่ทุกคนเห็นจากเขามาเสมอ นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของ เรอัล มาดริด เมื่อราว 10 ปีก่อน ก็คือ กาเซมีโร่ คือตัวตัดเกมชั้นยอด เข้าบอลดุดัน แม่นยำ และมักอ่านจังหวะบอลล่วงหน้าได้ดี กลายเป็นคนที่ทำให้ส่วนผสมกองกลางของ ราชันชุดขาว ทั้ง 3 คน ออกมาลงตัว และได้รับการยกให้เป็นทรีโอที่ดีที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ร่วมกับ โทนี่ โครส และ ลูก้า โมดริช

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยความที่หน้าที่ของเขาเยอะขึ้นตามคุณภาพเพื่อนร่วมทีมที่ต้องยอมรับว่ามีน้อยกว่าช่วงที่เขาเล่นให้ เรอัล มาดริด เราจึงได้เห็นอะไรต่าง ๆ จากเขามากขึ้น
แม้อายุจะเริ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่ กาเซมีโร่ เป็นมาตลอด จนเป็นสาเหตุที่กองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไงก็ขาดเขาไม่ได้คือ เขาเป็นนักเตะที่เก่งเรื่องการส่งบอลไปข้างหน้าได้ดี ต่อให้เผชิญหน้ากับการโดนคู่แข่งไล่ประกบ และคงไม่ต้องพูดถึง หากว่าเขามีพื้นที่และเวลาในการเลือกจ่ายบอล บางครั้งเขาก็สร้างสรรค์จังหวะจ่ายบอลสวย ๆ ไม่แพ้นักเตะในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์เลย
และแน่นอนที่สุด สิ่งที่แฟน ๆ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเห็นตรงกันอีก 1 บทบาทก็คือ กาเซมีโร่ คือนักเตะคนที่เล่นในจังหวะลูกตั้งเตะแบบหวังผลได้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอดขึ้นมาโหม่ง ที่เป็นทีเด็ดที่ไว้ใจได้เสมอ ในซีซั่นนี้ กาเซมีโร่ ยิงให้ ยูไนเต็ด ไป 7 ประตูในเกมลีก ไม่มีกองกลางตัวรับคนไหนที่ทำประตูได้มากกว่านี้อีกแล้ว
เพียงแต่ว่า.... นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ การเป็นนักเตะตัวหลักในการเล่นลูกตั้งเตะของ กาเซมีโร่ นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนที่เขาเล่นให้กับ เรอัล มาดริด แล้ว เพราะเมื่อเราย้อนสถิติของเขาดู จะพบว่า จากทั้ง 31 ประตูที่ กาเซมีโร่ ยิงให้กับ เรอัล มาดริด ได้ มาจากลูกโหม่ง และมาจากการจบสกอร์จากจังหวะลูกตั้งเตะถึง 17 ประตู หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ต้องบอกว่ามากกว่า 50% ด้วยซ้ำ ดังนั้นการโหม่งหรือการสอดมายิงไม่ใช่อะไรใหม่นักสำหรับเขา เพียงแต่ว่าภาพมันชัดขึ้น เมื่อเขาต้องมาทำหน้าที่นี้ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เท่านั้นเอง
ซีเนดีน ซีดาน โค้ชของ เรอัล มาดริด ที่ให้โอกาสและทำให้ กาเซมีโร่ ได้โชว์ศักยภาพเรื่องการหาจังหวะยิงหรือโหม่งในเขตโทษมากขึ้น เพราะเขาสังเกตเห็นสัญชาตญาณในการหาตำแหน่งของ กาเซมีโร่ ในช่วงการซ้อม จากนั้น ซีดาน จึงมักสั่งให้ กาเซมีโร่ ขึ้นไปสอดโหม่งในจังหวะเตะมุม ด้วยการใช้เขาเป็นตัวหลอก หรือตัวเข้าทำจังหวะที่สองต่อจาก เซร์คิโอ รามอส ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็เวิร์กแบบสุด ๆ
"กาเซมีโร่ คือสุดยอดมิดฟิลด์ตัวรับ แต่สิ่งที่สุดยอดยิ่งกว่า คือเขามอบความสมดุลให้คุณด้วยการเป็นตัวอันตรายในกรอบเขตโทษ เขามีสัญชาตญาณในการหาตำแหน่งที่แม่นยำเหลือเชื่อ" ซีดาน ว่าแบบนั้น

เหตุผลอาจจะเป็นเพราะในอดีต กาเซมีโร่ เคยเล่นในตำแหน่งกองหน้ามาก่อน จนกระทั่งอายุ 15 ปี เขาได้เปลี่ยนตำแหน่งเพื่อหาโอกาสพัฒนาตัวเองในทีม เซา เปาลู จากนั้นเขาจึงกลายเป็นมาเป็นกองกลางตัวรับในแบบทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม ตัวเขาเองก็เคยบอกว่าการฝึกเล่นในตำแหน่งกองหน้ามาเกือบ 10 ปี มันก็ช่วยเขาได้มาก และกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขากลายเป็น "เป้าที่สอง" ในการจบสกอร์ได้ดีแบบทุกวันนี้
AS สื่อในสเปนเคยตั้งฉายาให้ กาเซมีโร่ว่า "The Stealth Bomber" (เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน) จากการยิง 7 ประตู ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงมากสำหรับกองกลางตัวรับให้ มาดริด ในฤดูกาล 2020-21 พร้อมวิเคราะห์ต่อว่า "ในวันที่กองหน้าปืนฝืด กาเซมีโร่ คือ คนที่ก้าวขึ้นมาโหม่งพังประตูชัยบ่อยครั้ง เขาใช้หัวชิงจังหวะกับกองหลังที่ตัวสูงกว่าเขาได้อย่างเหลือเชื่อ"
และคำที่ว่า เขาใช้หัวชิงจังหวะกับกองหลังที่ตัวสูงกว่าเขาได้อย่างเหลือเชื่อนี่แหละ คือสิ่งที่เราต้องหาคำตอบกันต่อว่า คนที่สูง 185 เซนติเมตรอย่างเขา กลายเป็นเจ้าเวหาที่หาจังหวะดี และโหม่งเก่งได้อย่างไร ?
เพราะร่างกายคือสิ่งสำคัญ
หลังจากย้ายออกจาก มาดริด มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มีหลายช่วงเวลาที่ กาเซมีโร่ ดูจะปล่อยหุ่นให้ดูอ้วนจนหลายคนคิดว่าเขาหมดสภาพ ไม่น่าเล่นเกมะระดับสูงได้อีกแล้ว ทว่าความจริงนั้น กาเซมีโร่ บอกเองว่าเขาไม่ใช่นักเตะที่ไร้วินัยนอกสนาม และการทำร่างกายให้แข็งแกร่ง คืองานที่เขาให้ความสำคัญมาก ซึ่งร่างกายนี่แหละเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขา "สอดมาโหม่ง" ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แม้ตอนนี้จะอายุ 34 ปี แล้วก็ตาม
“ผมเคยเล่นฟุตบอลทั้งแบบดั้งเดิม และแบบสมัยใหม่ ผมเริ่มมาเน้นการออกกำลังกายในยิมมากขึ้น ด้วยความพยายามทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น"
"โดยปกติแล้วนักฟุตบอลที่มาจากบราซิลอย่างเรา ๆ มักจะให้ความสำคัญกับคุณภาพในการเล่นฟุตบอลด้วยเท้าเป็นหลัก แต่ตอนนี้เราจะลืมเรื่องพละกำลังไม่ได้เลยในฟุตบอลสมัยใหม่ คุณภาพของร่างกายที่ดี และพละกำลังก็สำคัญมากในการชี้ขาดชัยชนะ” กาเซมีโร่ เปิดเผยเกี่ยวกับการดูแลร่างกายของเขา

กาเซมีโร่ ได้ใช้การออกกำลังกายแบบ ไพลโอเมตริก (Plyometrics) เช่น การกระโดดขึ้นกล่อง (Box Jumps) และสควอทกระโดด (Jump Squats) เพื่อเพิ่มพลังในการกระโดด ซึ่งในส่วนนี้ทำให้เขาสามารถขึ้นโหม่งเหนือคู่แข่งได้ แม้ในพื้นที่ที่แออัด หรือพูดง่าย ๆ ว่า มันทำให้เขาสามารถ "ขึ้นโหม่ง" ได้สูงและแข็งแกร่ง
ส่วนเรื่องการโหม่งประตูให้ดี กล่าวคือ ได้ทั้งน้ำหนัก ทิศทาง และความแม่นยำ มาจากความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core Muscle) ที่ถือว่าเป็น "ฐานของทุกสิ่ง" ความแข็งแกร่งนี้ ช่วยให้เขาทรงตัวได้ดีในอากาศ และส่งแรงปะทะไปยังลูกบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สำหรับผม กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสำคัญที่สุดแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เลย จริง ๆ แล้วทุกส่วนของร่างกายต้องได้รับการฝึกฝนนั่นแหละ แต่กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว คือรากฐานของทุกสิ่ง ในกีฬาฟุตบอลมีการปะทะและชนกันมากมาย ดังนั้น กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวจึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของร่างกาย รวมถึงในการออกกำลังกายของผม”
ร่างกายที่ดีนำซึ่งการทำได้ดั่งใจคิด... กาเซมีโร่ ทำให้ตัวเองสามารถเอาชนะสงครามในกรอบเขตโทษที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งและเหลี่ยมฟุตบอลในการห้ำหั่นกันได้ ด้วยการเสริมแกร่งอย่างตรงจุด ... ทว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ กาเซมีโร่ มีติดตัวมาโดยตลอด และสิ่งนี้ช่วยให้งานในส่วนของการทำประตูจากลูกกลางอากาศของเขายอดเยี่ยมได้ขนาดนี้นั่นก็คือ การอ่านวิถีบอล และการจับจังหวะ
ลูกโด่งที่ไม่มีใครเดาออกว่าจุดตกอยู่ตรงไหน ต่อให้คุณแข็งแรง กระโดดได้สูง คุณก็ไม่อาจจะไปถึงลุกฟุตบอลได้ ... และสิ่งสำคัญคือ กาเซมีโร่ คือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากที่สุด คำถามคือ เขากะเวลาและไทมิ่งจนรู้ว่าฟุตบอลจะไปตกที่ตรงไหนได้ด้วยวิธีไหนกัน ?
การอ่านเกมและจังหวะ
"ฟุตบอลมันไม่ได้เกี่ยวกับขาหรือเท้าเสมอไป ... แต่มันคือสมองและการมองเกม คุณต้องรู้ว่าฟุตบอลจะไปที่ไหน และจะทำอะไรล่วงหน้า ก่อนที่บอลจะมาถึงคุณแล้ว" กาเซมีโร่ กล่าวคำนี้ และมันค่อนข้างชัดมาก เกี่ยวกับการอยู่ถูกที่ และขึ้นถูกท่า จนเป็นที่มาของการทำประตูจากลูกโหม่งมากมายของเขา

แปลให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ สิ่งที่ทำให้เขาโหม่งเก่งไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่คือ "สมอง"... กาเซมีโร่เคยยอมรับว่าเขาเป็นพวกเสพติดการดูวิดีโอวิเคราะห์เกม เขาดูมัน เพื่อศึกษาคู่แข่งก่อนแข่งว่านักเตะคนไหนมีจุดอ่อนในการเช็กไลน์ หรือใครมักจะเสียตำแหน่งในการประกบตัว เมื่อต้องโดนแท็กติกสกรีน ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขามีข้อมูลในการวิ่งเข้าหาช่อง หรือเขารู้ว่าถ้าเขาเริ่มวิ่งจากจุดบอดของกองหลัง เขาจะสามารถกระโดดได้โดยไม่มีใครขวาง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำให้ใช้โหม่งประตูได้บ่อยครั้ง
นอกจากนี้ด้วยความเป็นนักเตะในตำแหน่งกองกลางตัวรับ เขาต้องฝึกเรื่องการคาดเดาจังหวะล่วงหน้า หรือการดักเก็บบอลจังหวะ 2 อยู่ตลอดแทบทั้งอาชีพการเล่นของเขาอยู่แล้ว มันจึงทำให้ กาเซมีโร่ เป็นนักบอลที่มีประสบการณ์สูง เหลี่ยมฟุตบอลเยอะ และเหนือสิ่งอื่นใดคือเป็นผู้เชี่ยวชาญ-คุ้นชิน กับการอ่านจังหวะล่วงหน้าโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
หากคุณดูภาพจำลองหรือคลิปการยิงประตูของ กาเซมีโร่ คุณจะพบว่าวิถีการเข้าทำของเขามักใช้เทคนิคที่เรียกว่า "Late Run" หรือการวิ่งสอดเข้ามาในจังหวะสุดท้าย ทำให้กองหลังที่กำลังพะวงกับกองหน้าตัวหลัก เข้าประกบเขาไม่ทัน
และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้เรื่องการวิ่งหาตำแหน่งที่ดี คือการเป็นจอมโหม่งที่ใช้เทคนิคการโหม่งได้ตามตำรา กาเซมีโร่ เข้าใจวิถีของลูกฟุตบอลที่พุ่งมาถึงเขาได้อย่างดี จังหวะบอลมาแรงมาก ๆ จนคุมทิศทางการโหม่งยาก เขาแค่ตั้งหัวรอ เพื่อเน้นให้ฟุตบอลไปตรงเป้าเป็นหลัก ส่วนจังหวะไหนที่บอลลอยมาเน้น ๆ สวย ๆ กาเซมีโร่ ก็มักจะโชว์ทักษะการโหม่งที่ถูกต้องตามตำราด้วยการใช้ส่วนหน้าผากเป็นจุดปะทะลูกฟุตบอลได้อย่างแม่นยำ ทำให้บอลมีน้ำหนักและทิศทางที่ผู้รักษาประตูปัดยาก ดังที่เราเห็นจากประตูแรกในเกมที่เขาโหม่งสะบัดให้ ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ แอสตัน วิลล่า ไป 3-1
อีกสิ่งหนึ่งที่คุณมองข้ามเขาไม่ได้เลย และมันเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เขาโหม่งทำประตูได้บ่อย ๆ คือ "ความไม่กลัวเจ็บ" คุณมักจะเห็นได้ว่า กาเซมีโร่มักจะพุ่งเข้าหาบอลในจังหวะ 50/50 เสมอ การกล้าเอาหัวเข้าไปในจุดอันตราย ทำให้เขาเข้าถึงบอลก่อนกองหลังคู่แข่งที่มักจะใช้เท้าสกัด และเมื่อทุกอย่างสอดคล้องกัน ก็นำมาซึ่งศักยภาพตั้งแต่การเบียดแย่งพื้นที่ การวิ่งหลอกตัวประกบ การเบียดขึ้นโหม่ง และการโหม่งที่แม่นยำ ดังที่เราเห็นมาเสมอในช่วงเวลานี้
นี่ไม่ใช่การอวยกันเกินจริงแน่ เพราะอ้างอิงจากข้อมูลสถิติในช่วงที่ผ่านมา (รวมทุกรายการ) จะเห็นได้ชัดว่าประสิทธิภาพลูกกลางอากาศของเขานั้นอยู่ในระดับท็อปของยุโรป กาเซมีโร่ มีอัตราการชนะดวลกลางอากาศ 65-70% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกองกลางทั่วไปในพรีเมียร์ลีก
ส่วนจำนวนครั้งที่เขาขึ้นไปลุ้นประตูในเขตโทษ และมีโอกาสได้ขึ้นโหม่งสัมผัสบอลมีค่าเฉลี่ยราว ๆ 1.8 ครั้งต่อเกม สะท้อนให้เห็นว่าเขาเป็นเป้าหลักในลูกกลางอากาศของ ยูไนเต็ด ในเวลานี้อย่างแท้จริง และสถิติดังกล่าวยืนยันอีกขั้นด้วยตัวเลขสัดส่วนประตูจากลูกโหม่งถึง 40% จากประตูที่เขาทำได้ทั้งหมด
หากจะมีประโยคไหนที่สามารถยกมาอธิบายการเป็นจอมโหม่งของ กาเซมีโร่ ได้ดีที่สุดก็ต้องยกให้โควตของ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่วิเคราะห์เกมผ่านรายการมันเดย์ไนท์ฟุตบอลว่า
"สิ่งที่คุณเห็นจากกาเซมีโร่คือ 'ความต้องการ' ที่จะชนะในการรดวลแบบเตรียมตัวมาแล้ว 100% ...เขาไม่ได้แค่กระโดดตามหน้าที่ แต่เขาพุ่งเข้าไปหาบอลแบบไม่สนว่าจะมีใครขวางอยู่ นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงทำประตูจากลูกตั้งเตะได้บ่อยกว่ากองกลางคนอื่น ๆ ในลีก"

และสุดท้าย... จะมีใครอธิบายการหาจังหวะโหม่งที่เก่งกาจของเขาได้ดีกว่าจอมแอสซิสต์ประจำทีม เรื่องที่ชวนสังเกตก็คือทั้ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ โทนี่ โครส มือเตะลูกนิ่งของทั้ง ยูไนเต็ด และ มาดริด ในยุคของ กาเซมีโร่ พูดถึงเขาเหมือนกันเป๊ะโดยมิได้นัดหมาย
บรูโน่ อธิบายถึง กาเซมีโร่ ว่า "ผมแค่เปิดบอลเข้าไปในพื้นที่นั้น แล้วกาเซมีโร่ก็มักจะอยู่ที่นั่นเสมอ ผมไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง มันเหมือนกับว่าเขามี 'แม่เหล็ก' ดูดบอลอยู่ที่หัวเลย"
ส่วน โครส ก็พูดคล้าย ๆ กันว่า "เมื่อผมเปิดลูกเตะมุม ผมรู้ว่าถ้าบอลไปถึงหัวของกาเซมีโร่ มันมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นประตู หรืออย่างน้อยก็สร้างความปั่นป่วนได้ เขาแข็งแกร่ง และดุดันมากในจังหวะลุ้นทำประตู"
การที่กาเซมีโร่กลายเป็นนักเตะประเภท "หัวเรดาร์" ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจาก ประสบการณ์การอ่านเกมระดับสูง การปรับตำแหน่งในแผนการเล่นใหม่ ความกล้าหาญส่วนตัว ทำให้เขาไม่ได้มีดีแค่การตัดเกมเท่านั้น แต่ยังเป็นไพ่ตายในลูกตั้งเตะที่คู่แข่งข้ามไม่ได้ ... ซึ่งคุณสมบัตินี้ คือความสุดยอดที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเวลานี้อย่างแท้จริง
แหล่งอ้างอิง
https://www.manutd.com/en/news/detail/casemiro-how-a-footballer-should-train-in-the-gym
https://www.manutd.com/en/news/detail/five-things-we-learn-from-premier-league-film-about-man-utd-midfielder-casemiro
https://www.premierleague.com/en/news/4456132/casemiro-revival-proving-key-to-man-utds-upturn-in-form
https://analyticsfc.co.uk/blog/2023/01/05/how-good-is-casemiro-in-possession/
https://en.wikipedia.org/wiki/Casemiro