
“สวัสดีค่ะคนไทย ฉันชื่อ วาเลนติน่า ค่ะ ฉันเป็นนักกีฬามวยไทย มวยไทยเป็นกีฬาที่แข็งแกร่งมาก ๆ สวัสดีค่ะ ไทเกอร์มวยไทย ยิมของฉัน สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ”
คำกล่าวเป็นภาษาไทยที่ฟังดูชัดถ้อยชัดคำพอที่ สาวต่างชาติผิวขาวผมทองคนหนึ่งจะพูดได้ของ วาเลนติน่า เชฟเชนโก้ ที่กล่าวหลังเอาชนะทีเคโอ ลอเรน เมอร์ฟี่ ในศึก UFC 266 เรียกเสียงฮือฮาและชวนน่าสงสัยหลายอย่างว่า อะไรที่ทำให้เธอถึงกับต้องกล่าวทักทายแฟน ๆ เป็นภาษาไทย พร้อมทั้งเอ่ยปากขอบคุณมวยไทยผ่านสังเวียนการต่อสู้แบบผสมผสานอันดับหนึ่งที่ทั่วโลกให้การยอมรับอย่าง UFC
เราจะพารู้จักกับ วาเลนตินา สาวคีร์กีซสถานผู้ที่พาตัวเองไปสู้ประตูแชมป์โลก UFC ด้วยแพชชั่น และความหลงไหลและคลั่งไคล้ในศิลปะแม้ไม้มวยไทยที่เธอรัก
จิตวิญญาณความเป็นนักสู้ที่ถูกถ่ายทอดผ่านพันธุกรรม
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ณ ปัจจุบันมวยไทยถือเป็นอีกหนึ่งในศาสตร์แห่งศิลปะการป้องกันตัวที่คนทั่วโลกให้การยอมรับและสนใจ ด้วยอาวุธที่มีความร้ายฉกรรจ์รุนแรงแต่แอบแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่สวยงามในทุกท่วงท่าทั้ง หมัด เท้า เข่า ศอก จึงทำให้มวยไทยเป็นที่นิยมเล่าเรียนกันอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ที่คลั่งไคล้ศิลปะการป้องกันตัว

ศาสตร์แห่งการโจมตีทั้ง 8 นี้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการศิลปะการต่อสู้เป็นอย่างมาก มียิมมวยไทยเปิดตัวขึ้นหลายแห่งทั้วทุกมุมโลก ความนิยมมวยไทยในต่างแดนมีมากขึ้นเรื่อยๆ
7 มีนาคม 1988 เด็กหญิงตัวน้อยนามว่า วาเลนติน่า ลืมตาดูโลกในตระกูล เชฟเชนโก้ ซึ่งมีเชื้อสายเป็นชาวยูเครน ณ เมือง ฟรุนเซ ในสมัยที่ยังเป็นสหภาพโซเวียตเก่าก่อนที่จะล่มสลายกลายมาเป็น กรุงบิชเคก เมืองหลวงของประเทศ คีร์กีซสถาน ในปัจจุบัน
พ่อของเธอ “อันนาโตลี” เป็นหนึ่งในหน่วยรบนาวิกโยธินของกองทัพเรือโซเวียตที่ผ่านสมรภูมิรบบนคาบสมุทรแปซิฟิกมาอย่างโชกโชนในช่วงยุคสงครามเย็น
ขณะที่แม่ของเธอ “เอลิน่า” คือนักกีฬาที่เชี่ยวชาญในทักษะการต่อสู้เทควันโด้และกวาดแชมป์ภายในประเทศมาหลายทัวร์นาเมนต์ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจที่ทั้งตัวเธอและพี่สาวอย่าง “อันโตนิน่า” จะได้รับการถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็นนักสู้ผ่านพันธุกรรมของผู้เป็นพ่อและแม่ของเธอเอง

วาเลนติน่า เริ่มสนใจในศิลปะการต่อสู้อย่างจริงจังเมื่อตอนอายุ 5 ขวบ ศิลปะการต่อสู้ชนิดแรกที่เธอให้ความสนใจคงจะหนีไม่พ้นกีฬาเทควันโด้ที่เธอได้รับแรงบันดาลใจจากผู้เป็นแม่และพี่สาวของเธอที่กำลังขึ้นเทิร์นโปรในขณะนั้น
และการฝึกเทควันโด้นี่เองที่ทำให้เธอได้พบกับ “พาเวล เฟโดตอฟ” เทรนเนอร์มากความสามารถในด้านศิลปะการต่อสู้แขนงต่าง ๆ ที่อยู่คู่บารมีและเปรียบเสมือนพี่ชายที่คอยเคียงบ่าเคียงไหลเธอมาจวบจนถึงปัจจุบัน
เมื่ออายุย่างก้าวเข้าสู่เลขสองหลัก วาเลนติน่า เริ่มมีความคิดที่อยากจะฝึกศาสตร์การต่อสู้แขนงอื่น ๆ เธอไม่เพียงแต่ฝึก Vale Tudo ศิลปะการต่อสู้ที่ไร้กฏกติกา ศาสตร์มวยปล้ำอย่างยิวยิตซูก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เธอให้ความสนใจ
แต่ทั้งหมดกลับพลิกตาลปัตร เพราะที่สุดแล้วเธอกลับหลงไหลมนต์เสน่ห์ของศาสตร์การโจมตีทั้งแปดอย่างมวยไทย และตั้งใจฝึกฝนศาสตร์จากแดนไกลนี้ด้วยใจรักขมักเขม้นนับตั้งแต่นั้นมา
ก้าวสู่สมรภูมิมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งอย่างเต็มตัว
วาเลนติน่า เริ่มต้นเส้นทางมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งของเธอในช่วงปี 2000 แม้ขณะนั้นเธออายุเพียงแค่ 12 ปี แต่สาวน้อยผมทองสั้นเสมอติ่งหูรายนี้หัวใจนั้นเต็มไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้
ไฟต์แรกบนสังเวียนจริงในรูปแบบคิกบ็อกซิ่งเธอสามารถโชว์ความคล่องแคล่วว่องไวในการเคลื่อนที่บนเวทีและการออกอาวุธทั้งหมัดและแข้งรวดเร็วดั่งลูกกระสุนปืนที่ออกจากกระบอกเล่นงานคู่ชกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์บนสังเวียนแถมอายุมากกว่าเธอถึง 10 ปี เอาชนะไปได้อย่างสวยงามในไฟต์ประเดิมจนทำให้เธอได้รับฉายาว่า “Bultet” จาก เพโดตอฟ เทรนเนอร์คู่บุญของเธอเอง

สาวน้อยสุดแกร่งแห่งดินแดนคีร์กิซพร้อมด้วย เพโตอฟ และ อันโตนิน่า ผู้เป็นพี่สาวเริ่มเดินทางออกแสวงหาความท้าทายใหม่ ๆ ในปี 2003 ถือเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งของสองพี่น้อง เชฟเชนโก้ เธอและพี่สาวลงทำการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลก IMFA เพียงแค่ปีแรกที่เธอเข้าร่วมก็ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ทัวนาเม้นต์นี้ไปครองได้สมใจ และนับตั้งแต่นั้นมาเธอแทบจะกลายเป็นผู้ผูกขาดแชมป์รายการนี้ตั้งแต่รุ่น 57 กิโลกรัมไปจนถึงรุ่น 63 กิโลกรัมเลยก็ว่าได้
“มวยไทยให้โอกาสฉัน และเป็นสิ่งที่ฉันยึดมั่นมาตลอดชีวิต ในฐานะเด็กสาวคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสเดินทางไปแข่งขันยังประเทศจีน ไทย รัสเซีย เกาหลี และทัวร์นาเมนต์ต่าง ๆ”
“ฉันอดพูดไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านั้นช่วยหล่อหลอมให้ฉันแข็งแกร่งในปัจจุบันบนเวที UFC ฉันรู้สึกรักและเคารพในศาสตร์ของมวยไทยมาก ๆ ”

กระทั่งปี 2007 เธอและพี่สาวติดสอยห้อยตาม เพโดตอฟ มุ่งหน้าสู่กรุงลิม่าประเทศเปรูเพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมและลงแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ต่าง ๆ ท้ายที่สุดเทรนเนอร์คู่ใจของเธอก็ตัดสินใจลงหลักปักฐานบนอาณาจักรอินคาแห่งนี้ เพราะศิลปะแม่ไม้มวยไทยกำลังเป็นที่น่าสนใจของคนแถบละตินในขณะนั้น
ช่วงชีวิตที่เปรู สาวจากคีร์กีซที่สามารถสื่อสารภาษาสเปนซึ่งเป็นภาษาทางราชการของที่นั่นได้อย่างกลมกลืน
ไม่เพียงแต่จะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้แขนงต่าง ๆ แต่เธอยังมีหน้าที่ช่วย เพโดตอฟ เผยแพร่ศาสตร์การออกอาวุธทั้งแปดให้กับเยาวชนในเปรู ผลพวงจากการที่เธอทำคุณประโยชน์หลายอย่างทำให้เธอได้รับสัญชาติเปรูในปีถัดมา พร้อมทั้งลงแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ IFMA ในนามทีมชาติเปรูอีกด้วย และกลายเป็นสาวแกร่งที่ถือสองสัญชาติทั้งคีร์กิซสถานและเปรู
“ถ้าคุณมีเทคนิคมวยไทยจริง ๆ ก็ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นคนชาติใด ศาสนาอะไร จริงอยู่ที่มวยไทยเป็นของประเทศไทย แต่ตอนนี้มวยไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนทั่วโลกไปแล้ว”
มุ่งหน้าสู่ไทยแลนด์ดินแดนต้นกำเนิดมวยไทย
เมื่อเธอรู้สึกอยากจะก้าวขึ้นไปสู้จุดสูงสุดของนักกีฬามวยไทยในปี 2014 เธอและพี่สาวพร้อมด้วยเทรนเนอร์คู่ใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังอีกซีกโลกหนึ่งเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองไทยดินแดนอันศิวิไรต้นกำเนิดศาสตร์ทั้งแปดนี้
อันที่จริง วาเลนติน่า เคยเดินทางมาที่เมืองไทยหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เธอลงทำการแข่งขันรายการ IFMA เธอเคยเก็บตัวฝึกซ้อมที่ไทยอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง

แต่การกลับมาครั้งนี้ของเธอคือการลงหลักปักฐานเพื่อฟูมฟักศาสตร์ในตำนานบนดินแดนต้นกำเนิด และเป้าหมายของเธอก็คือ ไทเกอร์มวยไทย ค่ายมวยที่เต็มไปด้วยเหล่าบรรดายอดฝีมือที่จะช่วยขัดเกลาให้เธอได้ตกผลึกในศาสตร์ทั้งแปดนี้อย่างแท้จริง
“ที่ ไทเกอร์มวยไทย มีเทรนเนอร์และคู่ซ้อมที่เก่ง ๆ มากมาย หลากหลายเชื้อชาติมารวมตัวกันที่นี่ ทำให้มันเป็นแรงบันดาลใจของฉันที่ต้องการถีบตัวเองให้ขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม”
“ที่นี่ฉันรู้สึกผ่อนคลาย บนเวทีระดับโลกในการฝึกซ้อมแต่ละครั้งคุณจะต้องมีสมาธิกับมันและฝึกฝนอย่างหนัก และที่นี่ก็ตอบโจทย์สำหรับฉัน”
“สำหรับฉัน ๆ ต้องการที่อยากจะเอาชนะในระดับเวิลด์แชมเปี้ยน ทุกครั้งที่ซ้อมฉันต้องพยายามซ้อมให้หนักขึ้นมากกว่าทุกวันเพื่อที่จะได้มีความแข็งแกร่ง และวิวัฒนาการของมวยไทยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้ฉันอยากที่จะเรียนรู้มันอยู่ตลอดเวลา”
ที่เมืองไทยเธอไม่เพียงแต่จะเรียนรู้ศิลปะแม่ไม้มวยไทย แต่เธอพาตัวเองไปฝังตัวอยู่กับคนไทยเพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือแม้กระทั่งอาหารการกิน เพื่อที่จะได้เข้าถึงรากเหง้าและจิตวิญญาณของความเป็นมวยไทยอย่างถ่องแท้
“สำหรับฉันจิตวิญญานมวยไทยไม่ใช่เพียงแค่การเรียนมวยไทย แต่มันคือประเทศไทย วัฒนธรรมไทย อาหารการกิน สิ่งรอบ ๆ ตัวทุกอย่าง หากคุณต้องการก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่ง แค่หมั่นฝึกฝนยังไม่พอ แต่คุณต้องยึดติดกับผู้คนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัวด้วย”

ช่วงเวลานับตั้งแต่ปี 2003 จนถึงปี 2015 กว่า 59 ไฟต์บนถนนสายมวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง วาเลนติน่า สามารถกวาดแชมป์มาได้หลายรายการทั้งในรูปแบบสมัครเล่นและระดับโปรเฟสชั่นแนล ไม่ว่าจะเป็นรายการ IFMA ที่เธอคว้ามาได้ถึง 8 สมัย แชมป์ WMC มวยไทย แชมป์รายการคุณหลุนไฟต์ และแชมป์คิกบ็อกซิ่งรายการดังอย่าง K-1 สาวแกร่งจากคีร์กิซรายนี้ก็เคยสัมผัสมาแล้ว
จากแพชชั่นที่รักในมวยไทย สู้ประตูชัยชนะบนสังเวียน UFC
เมื่อความสำเร็จบนถนนสายมวยไทยที่เธอรักเป็นอันต้องเดินทางมาถึงจุดอิ่มตัว เพราะเธอไร้เทียมทานเกินกว่าจะหาคู่ต่อกรได้อย่างคู่ควรบนเส้นทางสายนี้ และวิถีชีวิตของการเป็นนักสู้ที่ต้องดำเนินต่อไป
วาเลนติน่า หญิงผู้มีศิลปะการต่อสู้เป็นดั่งปรัชญาในการดำรงชีวิตกำลังมองหาในสิ่งที่ยิ่งใหญ่และท้าทายมากขึ้นด้วยการเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปสู่ถนนสาย MMA และจุดหมายปลายทางที่เธอต้องขับเคลื่อนตัวเองไปให้ถึงนั้นเปรียบเสมือนดั่งเทือกเขาเอฟเวอร์เรสที่สูงชัน นั่นก็คือการคว้าเข็มขัดซักเส้นบนสังเวียนการต่อสู้แบบผสมผสานอันดับหนึ่งที่ทั่วโลกให้การยอมรับอย่าง UFC มาคาดเอวให้ได้

จริง ๆ แล้วนี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ วาเลนติน่า ก้าวเข้าสู่สมรภูมิกรงแปดเหลี่ยม ย้อนกลับไปในช่วงปี 2003-2006 เธอเคยชิมรางในรูปแบบ MMA มาแล้วในการแข่งขันระดับภูมิภาค และเส้นทางสายนี้ของเธอก็ดูเหมือนจะไปได้สวย เพราะในช่วงระยะเวลา 3 ปี กับ 7 ไฟต์บนถนนสาย MMA เธอสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมด ก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้กับ MMA ชั่วคราว เพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายมวยไทยที่เธอหลงไหลอย่างเต็มตัว
วาเลนติน่า หวนกลับคืนสู่วงการ MMA อีกครั้งในปี 2015 และการกลับมาในครั้งนี้ เธอเชื่อเหลือเกินว่าศาสตร์การออกอาวุธทั้งแปดที่เธอเรียนรู้จนคร่ำหวอดทั้ง หมัด เท้า เข่า ศอก จะช่วยพาเธอไปสู่ประตูแชมป์ในสมรภูมิกรงแปดเหลี่ยมนี้ได้
ไฟต์แรกที่เธอคัมแบ็กเธอสามารถคว้าชัยเหนือ “แจน ฟินเนย์” ไปได้อย่างสวยงามในศึก Legacy Fighting Championship 39 ก่อนที่โอกาสจะพุ่งเข้ามายังตัวเธอแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเธอได้รับการติดต่อจาก UFC ให้ไปชกกับ “ซาร่า คูฟแมน” แต่ปัญหาอันใหญ่หลวงในครั้งนี้คือการเตรียมที่มีเวลากระชั้นชิดเพราะเธอไปในฐานะมวยแทน เนื่องจาก “เจอร์แมน เดอแรนดา” ขอถอนตัวก่อนชกจะเริ่มเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ แต่เมื่อโอกาสนี้มาถึงเธอรู้ดีว่าต้องทำมันให้เต็มที่
ท้ายที่สุดเธอก็สามารถเอาชนะคะแนน คูฟแมน ไปอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ และนั่นก็สร้างความมั่นใจให้เธอบนสังเวียน UFC แห่งนี้
ไฟต์ที่ 2 เธอต้องโคจรมาพบกับ “อาเมนด้า นูเนซ” อีกหนึ่งสาวที่มีฝีมือร้ายฉกรรจ์ในรุ่นแบนตั้มเวต แต่ทว่าไฟต์นี้เธอไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งและสกิลในท่านอนของสาวชาวแซมบ้ารายนี้ได้ วาเลนติน่า ตกเป็นฝ่ายปราชัยด้วยผลคะแนนที่เป็นเอกฉันท์

วาเลนติน่า กลับมาขึ้นสังเวียนทำฟอร์มคว้าชัยเหนือคู่ชกอีก 2 ไฟต์ ก่อนจะได้โอกาสล้างตากับ นูเนซ เป็นคำรบที่ 2 แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งแรกที่เคยพบกัน เพราะครั้งนี้ นูเนซ มาในฐานะแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวต ขณะที่เธอมาในฐานะผู้ท้าชิง นี่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เธอได้ขึ้นชิงแชมป์โลกในสมรภูมิกรงแปดเหลี่ยม
อย่างไรก็ดีการประจันหน้ากันในครั้งนี้เธอสามารถต่อกรกับแชมป์โลกสาวแซมบ้าได้อย่างสูสี เรียกได้ว่าดีกว่าครั้งที่แล้วหลายช่วงตัวเลยทีเดียว แต่มันก็ยังดีไม่เพียงพอที่จะล้างตาและคว้าเข็มขัดแชมป์มาคาดเอว วาเลนติน่า พ่ายคะแนนไปอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ 2-1 เสียง

ถึงกระนั้นสาวแกร่งจากคีร์กิซก็ยังไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคหลาย ๆ อย่าง เธอกลับไปทบทวนความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับเปิดรับในสิ่งใหม่ ๆ เพื่อนำมาแก้ไขในจุดอ่อนสำหรับเธอนั่นก็คือวิธีการต่อสู้ในแนวราบ
“ฉันชอบมวยไทยเพราะฉันชอบศิลปะการต่อสู้ มวยไทยทำให้สามารถต่อสู้ในรูปแบบการยืนบนเวทีกรงเหล็กได้ดี และหากถ้าคุณสามารถเทคดาวน์คู่ต่อสู้ของคุณให้ลงไปนอนราบกับพื้นได้มันจะกลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคุณเลยทีเดียว”
“ในความคิดของฉัน การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นสิ่งที่ดี มีนักกีฬาหลายคนที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว และไม่เปิดรับการเรียนรู้ใหม่ ๆ ฉันคิดว่ามันเป็นทัศนคติที่แย่สำหรับศิลปะการต่อสู้”

ผลพวงจากการที่เธอเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติมในทักษะมวยไทยที่เธอมี 5 เดือนหลังจากที่เธอปราชัยให้ นูเนซ เธอกลับอีกครั้งในพิกัดฟลายเวต ในศึก UFC Fight night : Machida vs Anders ครั้งนี้เธอสามารถจับคู่ชกซับมิชชั่นด้วยท่า rear naked choke สำเร็จโทษไปในยกที่ 2 พร้อมกับโอกาสที่เธอจะได้ขึ้นชิงแชมป์โลกอีกครั้งในพิกัดฟลายเวตที่เธอจะไม่ต้องเสียเปรียบสรีระคู่ต่อสู้
และแล้วสิ่งที่เธอรอคอยก็หวนกลับมาอีกครั้งในวันที่ 8 ธันวาคม 2018 เป็นอีกครั้งที่เธอต้องต้องพิสูจน์ตัวเองกับสิ่งที่เธอวาดฝันเอาไว้ นั่นก็คือการชิงแชมป์โลกครั้งที่ 2 กับ “โจแอนนา เยอเซอร์แชก” เจ้าของตำแหน่งสาวจากโปแลนด์
อันที่จริงหากย้อนไปเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วเธอกับ เยอเซอร์แชก เคยเจอกันมาแล้วถึง 2 ครั้งในการต่อสู้แบบมวยไทยรายการ IFMA ซึ่ง เยดเซอร์แชก ก็เป็นอีกหนึ่งนักสู้ที่ช่ำชองในศาสตร์มวยไทย การพบกันบนสังเวียน UFC ในครั้งนี้ผู้สันทัดกรณีจึงมองว่าอาจจะได้เห็นการชิงไหวชิงพริบกันในท่ายืนซะเป็นส่วนใหญ่
การต่อสู้อันยาวนานกว่า 5 ยกจบลงด้วยชัยชนะเป็นของ วาเลนติน่า ที่สามารถยัดเยียดความปราชัยให้กับ เยอเซอร์แชก เป็นคำรบที่ 3 พร้อมกับแย่งเข็มขัดเส้นที่เธอไฝ่ฝันมาครองได้อย่างสมภาคภูมิ
แม้จะก้าวขึ้นสู่บัลลังค์แชมป์ได้สำเร็จ แต่ภารกิจของ วาเลนติน่า ยังไม่จบอยู่แค่นี้ เพราะเธอต้องทำในสิ่งที่ยากกว่าการคว้าแชมป์โลกนั่นก็คือ การรักษาตำแหน่งให้อยู่กับเธอไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่ยอดนักสู้หญิงรายนี้จะทำได้


หลังจากวันนั้น วาเลนติน่า ขึ้นป้องกันแชมป์ไปแล้วถึง 6 ครั้งด้วยกัน และในแต่ละครั้งเธอมักจะใช้สกิลในด้านมวยไทยพิชิตคู่ชกของเธอ ทั้งลูกเตะและศอกอันคมกริบเปรียบเสมือนเครื่องหมายการค้าของหญิงแกร่งแห่งคีร์กิซรายนี้บนสังเวียนเลือดที่ผู้คนทั่วโลกให้การยอมรับ
แม้ วาเลนติน่า จะใช้แพชชั่นที่มีในศาสตร์การออกอาวุธทั้งแปดพาตัวเองมาถึงจุดสูงสุดของการเป็นนักสู้ได้สำเร็จ แต่เธอก็ยังคงไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง เพราะสำหรับเธอแล้วศิลปะการต่อสู้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาชีพที่สามารถทำเงิน ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งที่ใช้หาเกียรติยศและชื่อเสียง แต่มันคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเธอ
“ศิลปะการต่อสู้มันไม่ได้เป็นเพียงปรัชญาหรือวิธีการหาเงินตราของฉัน แต่มันคือไลฟ์สไตล์ เป็นดั่งศาสนาที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจ สอนให้รู้จักเคารพทุกสิ่ง เคารพคู่ต่อสู้ เคารพในการใช้ชีวิต และมีความสุขกับมัน เพราะทุกอย่างคือประสบการณ์ชีวิต ฉันรักในการเป็นนักสู้”
แหล่งอ้างอิง
https://mmajunkie.usatoday.com/2018/11/ufc-231-valentina-shevchenko-explains-muay-thai-wins-significance-joanna-jedrzejczyk
https://muaythai.sport/valentina-shevchenko-martial-art-superstar/
https://asianmma.com/valentina-shevchenko-talks-training-in-thailand/
https://www.si.com/mma/2020/11/19/valentina-shevchenko-ufc-255-jennifer-maia
http://www.kenpogirl.com/articles/valentina-bullet-shevchenko-muay-thai
https://www.youtube.com/watch?v=A7uS_Bqd7Qk
https://altatis.com/2021/09/25/13-things-about-valentina-shevchenko-kyrgyzstani-ukranian-peruvian-mma-fighter/
https://www.mmafighting.com/2019/6/7/18650518/valentina-shevchenko-a-woman-of-many-nations-ahead-of-first-ufc-title-defense
https://lawofthefist.com/rare-pics-of-valentina-shevchenko-from-2-to-33-years-old/
https://en.wikipedia.org/wiki/Valentina_Shevchenko