
ว่ากันว่าเมืองเบอร์มิ่งแฮม อังกฤษ มีสองสิ่งที่เป็นตำนานของโลกใบนี้ หนึ่งคือ แอสตัน วิลล่า สโมสรฟุตบอลแห่งพรีเมียร์ ลีก ที่ยืนหยัดในวงการลูกหนังโลกอย่างแข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ในการนำของ อูไน เอเมรี่ ยอดกุนซือชาวสเปน
อีกหนึ่งคือ ออซซี่ ออสบอร์น ราชาเพลงเมทัลผู้ยิ่งใหญ่ชาวอังกฤษ ผู้เริ่มต้นชีวิตศิลปินเพลงสายหนักกระโหลกที่เบอร์มิ่งแฮม เขารวมตัวกับพรรคพวกในนาม Black Sabbath วงดนตรีที่กาลต่อมาได้ถูกยกย่องเป็นยอดวงเฮฟวี่เมทัลของโลก และ ออซซี่ นักร้อง ที่ผันตัวมาเป็นศิลปินเดี่ยวภายหลัง ก็ถูกสถาปนาเป็นเจ้าพ่อเพลงเมทัลที่ทุกคนเคารพรัก
แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังกันคนละวงการ แต่ แอสตัน วิลล่า และ ออซซี่ ออสบอร์น (หรือรวมถึงวง Black Sabbath) ก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน จนนำมาสู่การคอลแลบ ร่วมงานกันในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึง วิลล่า พาร์ค ที่เป็นสถานที่ ๆ ใช้ปิดตำนานความยิ่งใหญ่ในชีวิตของเจ้าพ่อเพลงเมทัลผู้นี้ด้วย
แอสตัน วิลล่า และ ออซซี่ ออสบอร์น มีความผูกพันกันอย่างไรบ้าง MAIN STAND จะพาแฟนบอล "สิงห์ผงาด" และแฟนเพลงของ "เจ้าชายรัตติกาล" ไปสำรวจความสัมพันธ์ของพวกเขากัน
ลูกหลานแห่งแอสตัน
ถึงจะไม่ได้เป็นชาวเมืองเบอร์มิ่งแฮมตั้งแต่เกิด ทว่าย่านแอสตัน ที่อยู่ในเมืองแห่งนี้ ก็คือสถานที่ ๆ ออซซี่ ออสบอร์น เติบโตและเริ่มต้นชีวิตในฐานะศิลปิน ช่วงปลายยุค 60 เขากับเพื่อน ๆ อย่าง โทนี่ ไอออมมี่ (กีตาร์), กีเซอร์ บัตเลอร์ (เบส) และ บิล วอร์ด (กลอง) ร่วมกันทำวง Black Sabbath และออกอัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อเดียวกัน ในปี 1970

ดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่หนักหน่วง เนื้อเพลงที่มืดมน พูดถึงปีศาจและด้านมืดของมนุษย์ พร้อมเสียงร้องที่ทรงพลังของ ออซซี่ ออสบอร์น ทำให้อัลบั้มแรกของพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างสูง ขายดิบขายดีข้ามกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับได้รับการยกให้เป็นวงที่เป็นรากฐานของเพลงเฮฟวี่เมทัล ซึ่งมีสำเนียงที่แตกต่างจากเพลง ร็อก แอนด์ โรล ทั่วไป และเป็นที่เคารพนับหน้าของศิลปินร็อกทุกยุคทุกสมัย
นอกจาก Black Sabbath นักร้องอย่าง ออซซี่ ก็ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว อัลบั้มโซโล่ชุดแรก Blizzard of Ozz ที่วางแผงในเดือนกันยายน 1980 โด่งดังแบบถล่มทลายทั้งในอังกฤษและทั่วโลก เพลงฮิตของเขาในอัลบั้มนี้ Crazy Train กับ Mr. Crowley ได้เปิดและนำมาเล่นสดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอกย้ำตัวตนของการเป็นราชาเพลงเมทัลให้ฝังลึกอยู่ในใจของชาวร็อกมากมาย
ความสำเร็จและชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของ Black Sabbath กับ ออซซี่ ออสบอร์น ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจของวงการดนตรีของอังกฤษ วงการเพลงร็อกของโลกใบนี้ แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจของชาวเมืองเบอร์มิ่งแฮม รวมถึงสโมสร แอสตัน วิลล่า ที่ได้รับรู้ว่าพวกเขาคือเมืองที่ให้กำเนิดวงดนตรี และราชาเพลงร็อกผู้ทรงอิทธิพลตลอดกาลของโลกใบนี้ ซึ่งเขาได้รับการเรียกให้เป็น "ลูกหลานแห่งแอสตัน"
เช่นเดียวกับ ชารอน ออสบอร์น ภรรยาคู่ชีวิต และผู้จัดการของ ออซซี่ ออสบอร์น ที่มักบอกสื่อเสมอว่า "เบอร์มิ่งแฮม คือบ้านของเพลงเมทัล" ซึ่งก็หมายถึงเมืองที่เป็นจุดกำเนิดของ Black Sabbath และชีวิตศิลปินเพลงเมทัลของ ออซซี่ ออสบอร์น เช่นกัน
แล้วมันจะมีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่า การนำคัลเจอร์ร็อกอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร มาคอลแลบกับยอดสโมสรลูกหนังประจำเมืองอย่าง แอสตัน วิลล่า เข้าด้วยกัน ?
เจ้าชายรัตติกาล กับ สิงห์ผงาด
"ผมเกิดที่แอสตัน และมีชีวิตวัยเด็กกับการเห็นผู้คนขับรถไปดูเกมของ แอสตัน วิลล่า" ออซซี่ ออสบอร์น ย้อนความหลังเมื่อถูกถามถึงความทรงจำที่เขามีต่อ แอสตัน วิลล่า สมัยเด็ก

แม้ที่จริง ออซซี่ เคยยอมรับว่าเขาอาจไม่ใช่แฟนบอลระดับพันธุ์แท้ของ แอสตัน วิลล่า เมื่อเทียบกับ กีเซอร์ บัตเลอร์ มือเบสเพื่อนร่วมวง Black Sabbath ผู้เป็นแฟนตัวกลั่นของทีม แต่ ออซซี่ ก็บอกว่าเขามีความผูกพันกับ แอสตัน วิลล่า ในแง่ของการเห็นชาวเมืองสัญจรไปที่ วิลล่า พาร์ค ในเกมสุดสัปดาห์ เพราะบ้านของเขาอยู่แถวนั้น และยังเคยรับจ้างล้างรถให้แฟนบอลที่มาดูบอลใน วิลล่า พาร์ค สมัยเป็นวัยรุ่น
แล้วเมื่อชื่อเสียงของวง Black Sabbath และ ออซซี่ ออสบอร์น โด่งดังพร้อมได้รับการยกสถานะเป็นยอดศิลปินเมทัล แถมยังมีเมืองเบอร์มิ่งแฮมเป็นสถานที่ทำคลอด ชาวเมืองแอสตัน และสโมสร แอสตัน วิลล่า ก็มีความภาคภูมิใจในฐานะเมืองผู้ให้กำเนิดเจ้าพ่อเพลงเมทัล ก่อนนำมาสู่การคอลแลบร่วมงานกันอย่างน่าสนใจในเวลาต่อมา
เริ่มตั้งแต่การที่สโมสร ติดต่อไปหาตัวแทนของ ออซซี่ ออสบอร์น เพื่อขอนำเพลง Paranoid ในตำนานของ Black Sabbath มาใช้เป็นเพลงเปิดก่อนเกมในช่วงที่เหล่านักเตะเดินลงสู่สนาม วิลล่า พาร์ค เสียงเพลงอันเร้าใจ และการแหกปากตะโกนของเหล่า "The Villans" ข่มขู่ทีมผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี พวกเขาทำเช่นนี้กันจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาช้านาน ก่อนที่ภายหลังจะเปลี่ยนเพลงมาเป็น Crazy Train เพลงฮิตในตำนานของ ออซซี่ ออสบอร์น ซึ่งก็ทรงพลังและข่มขู่คู่ต่อสู้ได้ดีไม่ต่างกัน ด้วยริฟฟ์กีต้าร์สุดร้อนแรงของ แรนดี้ โรดส์ และเสียงร้องของ ออซซี่ ที่กระแทกรูหูคนฟังทุกคน
ต่อมา แอสตัน วิลล่า ที่ได้สิทธิ์ไปแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรกในฤดูกาล 2024/25 ก็ทำแคมเปญโปรโมตเสื้อเหย้าฤดูกาลใหม่ พร้อมติดต่อไปหา ชารอน ออสบอร์น ภรรยาของ ออซซี่ เพื่อขอสิทธิ์เอาเพลง Paranoid มาใช้ในภาพยนตร์โฆษณา แน่นอนว่า ชารอน ตอบตกลง แต่ที่ฮือฮากว่านั้นคือ ออซซี่ ออสบอร์น ได้ให้เกียรติไปเล่นในโฆษณาตัวนี้ ร่วมกับ กีเซอร์ บัตเลอร์ เพื่อนร่วมวง Black Sabbath ที่เป็นแฟนบอลตัวจริงของทีมด้วย
"เราได้รับการติดต่อจากสโมสรในช่วงเดือนมิถุนายน" ชารอน ภรรยาคู่ชีวิต เปิดเผยเรื่องนี้ "ข้อเสนอก็คือนี่เป็นครั้งแรกที่ อาดิดาส ออกแบบชุดแข่งให้ แอสตัน วิลล่า แล้วถามว่า ออซซี่ อยากมีส่วนร่วมด้วยไหม ? ช่างถามมาได้ ไร้สาระจริง ๆ"
การที่แฟนบอลของ วิลล่า และแฟนเพลงของ ออซซี่ ได้เห็นราชาเพลงเมทัล ใส่เสื้อแข่งตัวใหม่ของ แอสตัน วิลล่า ชวนเพื่อนไปเตะบอลที่ วิลล่า พาร์ค แถมยังตะโกนสโลแกนเชียร์ "Up The Villa" เสียงแหบแห้งในหนังโฆษณาแบบมีอารมณ์ขัน ไม่เพียงแต่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลกับแฟนเพลงของพวกเขา แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสโมสร กับ ออซซี่ แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วย
และที่ดียิ่งกว่าคือ เพียงแค่ 3 วันแรกที่ แอสตัน วิลล่า ปล่อยวิดีโอโฆษณาชุดแข่งตัวนี้ออกไป ก็มียอดวิวบน Instagram ถึง 6.5 ล้านครั้ง เหนือกว่าทีมใหญ่แบบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล ที่เปิดตัวชุดใหม่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันอีกต่างหาก ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสน่ห์และความฮาของ ออซซี่ ในโฆษณา ทำให้มันเป็นที่พูดถึงแบบปากต่อปากจริง ๆ
หลังจากนั้น แอสตัน วิลล่า ก็ได้เปิดตัวเสื้อแข่งรุ่นพิเศษของฤดูกาลนั้น ที่มีการสกรีนชื่อของ ออซซี่ กับ กีเซอร์ พร้อมโลโก้วง Black Sabbath ที่ด้านหลังเสื้อ ซึ่งผลิตโดย adidas แถมด้วยรองเท้าสตั๊ด Predator 24 รุ่นคัสตอมพิเศษที่เป็นลวดลายรูปหมาป่า พร้อมชื่อรุ่นว่า "สตั๊ดแห่งรัตติกาล (Preds of Darkness)" ที่ไม่มีวางจำหน่าย แต่ให้ เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ มือกาวประจำทีม สวมใส่ลงสนามให้แฟนบอลดูกัน
และวันที่ แอสตัน วิลล่า เปิดรัง วิลล่า พาร์ค ทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ เซลติก วันที่ 29 มกราคม 2025 ทางสโมสร และแฟนบอลก็ได้ร่วมกันเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ให้แก่ ออซซี่ ออสบอร์น ด้วยการทำ Tifo ขนาดใหญ่ที่เป็นรูปหน้าอันน่าเกรงขามของ ออซซี่ กางออกบนอัฒจันทร์ฝั่ง Holte End พร้อมเปิดเพลง Crazy Train ข่มขวัญผู้มาเยือน ซึ่งผลการแข่งขันก็เป็น วิลล่า ชนะ 4-2 ด้วย
คอนเสิร์ตสุดท้ายที่ วิลล่า พาร์ค
กาลเวลาผันผ่านมาถึงปี 2025 ออซซี่ ออสบอร์น วัย 76 ปี ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพรบกวนบ่อยครั้งจากโรคพาร์กินสัน ตัดสินใจชวน โทนี่ ไอออมมี่, กีเซอร์ บัตเลอร์ และ บิล วอร์ด รวมตัวกันในนาม Black Sabbath และเล่นคอนเสิร์ตด้วยกันอีกครั้ง ซึ่งมันคือคอนเสิร์ต Farewell อำลาแฟนเพลงของพวกเขา เล่นด้วยกันครั้งสุดท้ายก่อนแยกย้ายกันไป รวมถึง ออซซี่ ที่ตั้งใจเกษียณตัวเอง ไม่ทัวร์คอนเสิร์ตอีกแล้วด้วยสภาพร่างกายที่โรยราเกินกว่าจะเล่นคอนเสิร์ตบ่อย ๆ เหมือนสมัยหนุ่ม ๆ

คอนเสิร์ตนี้มีชื่อว่า "Back To the Beginning" การรวมตัวของวง Black Sabbath ยุคไลน์อัปคลาสสิก และ ออซซี่ ออสบอร์น ที่จะเล่นเพลงโซโล่ของตัวเอง ชื่อคอนเสิร์ตก็ชัดเจนว่ามันคือ "การกลับสู่จุดเริ่มต้น" และจะมีอะไรที่ยอดเยี่ยมไปกว่า การจัดคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่เมืองเบอร์มิ่งแฮม เมืองผู้ให้กำเนิดพวกเขาในฐานะเจ้าพ่อเพลงเฮฟวี่เมทัลของโลกใบนี้ และสถานที่นั้นก็คือ วิลล่า พาร์ค รังเหย้าของทีม แอสตัน วิลล่า ที่ทางสโมสรเปิดประตูต้อนรับพวกเขาด้วยความยินดียิ่ง
"มันถึงเวลาแล้วที่ผมจะกลับไปสู่จุดเริ่มต้น ถึงเวลาที่ผมจะตอบแทนบุญคุณให้กับสถานที่ที่ผมเกิดมา" ออซซี่ ออสบอร์น กล่าวถึงคอนเสิร์ตนี้ "ผมรู้สึกโชคดีแค่ไหนที่ได้ทำสิ่งนั้นด้วยความช่วยเหลือจากคนที่ผมรัก เบอร์มิ่งแฮม คือบ้านที่แท้จริงของดนตรีเมทัล เบอร์มิ่งแฮม ตลอดไป"
คอนเสิร์ตนี้เกิดขึ้นในวัน 5 กรกฏาคม 2025 ซึ่งมันไม่เพียงแต่เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตอำลา แต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมเหล่าศิษยานุศิษย์เพลงร็อกจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงสุดยอดวงร็อกของโลกนี้ อาทิ Metallica, Slayer, Pantera, Tool, Lamb of God ฯลฯ มาชุมนุมกัน บัตรคอนเสิร์ต 45,000 ใบ หมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน เพราะชาวร็อกทุกคนล้วนต้องการเป็นสักขีพยานให้กับคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของพวกเขา
วิลล่า พาร์ค กลายเป็นเจ้าบ้านที่ให้การต้อนรับสาธุชนชาวเฮฟวี่จากทั่วทุกมุมโลกในวันนั้นเป็นอย่างดี วงดนตรีร็อกมากมายสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นมาบรรเลงเพลงต่าง ๆ เพื่ออุ่นเครื่องและคารวะแด่ราชาเพลงเมทัลของโลก ก่อนที่ยามเย็นจะเป็นคิวของ Black Sabbath และ ออซซี่ ออสบอร์น ที่ประทับกายบนบัลลังก์ค้างคาวทมิฬอันน่าเกรงขาม และเสิร์ฟเพลงฮิตให้ทุกคนร้องตามกันกระหึ่มในสนาม ทั้ง War Pigs, Iron Man รวมถึง Mama, I'm Coming Home และ Mr. Crowley
รวมถึงสองเพลงท่าไม้ตาย Paranoid กับ Crazy Train เพลงศักดิ์สิทธิ์ของวงการดนตรีเมทัล และ วิลล่า พาร์ค ซึ่งเมื่อมันเล่นโดยราชาเพลงเมทัล ในวัย 76 ปี ที่คำรามบนบัลลังก์ค้างคาว ทุกชีวิตไม่มีใครอยู่เฉย ทั้งโยกหัว และแหกปากเพื่อแสดงความคารวะต่อ "ราชา" โดยมิได้นัดหมาย
"แอสตัน วิลล่า มันยอดเยี่ยมมากที่ได้อยู่บนเวทีนี้" ออซซี่ ตะโกนคุยกับคนดูที่มาแสดงความเคารพต่อเขาที่ วิลล่า พาร์ค ด้วยเสียงแหบแห้งบนบัลลังก์ แต่กำลังใจเต็ม 100 "ผมแม*งนอนป่วยมาเกือบ 6 ปีแล้ว คุณไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกยังไง"
คอนเสิร์ตสุดท้ายของ ออซซี่ ออสบอร์น และวง Black Sabbath จบลงอย่างสวยงาม ส่งทุกคนกลับบ้านอย่างมีความสุข เช่นเดียวกับตัวของ ออซซี่ ที่ก่อนหน้านี้เขาพยายามกลับมาเล่นคอนเสิร์ตหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เพราะการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 และอาการป่วยพาร์กินสันของเขา จนกระทั่งเขารวบรวมพละกำลังที่มี ขึ้นเวที "Back To The Beginning" จนสำเร็จลุล่วง และได้กลับบ้านไปพักผ่อนโดยไม่มีอะไรค้างคาใจอีกต่อไป
"หนึ่งในสิ่งที่ผมโมโหที่สุด นั่นคือไม่ได้มีโอกาสบอกลาหรือขอบคุณ เพราะแฟนเพลงของผมคือทุกสิ่ง พวกเขาแสดงความรักต่อผมมาหลายปี เขียนข้อความถึงผม รู้จักกระทั่งหมาของผม เหมือนกับเป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น มอบชีวิตสุขสบายต่าง ๆ ให้กับเรา ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร นั่นคือเป้าหมายของผมที่จะต้องทุ่มเทให้กับโชว์นั้น"
"ถ้าผมขึ้นเวทีแบบต่อเนื่องไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอให้ผมมีแรงพอที่จะขึ้นเวทีสักหนึ่งโชว์ โชว์ที่ผมจะบอกพวกเขาว่า สวัสดีทุกคน ขอบคุณมากสำหรับชีวิตของผม นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังจะทำ แล้วถ้าผมตายในตอนจบ ผมก็คงตายอย่างมีความสุข" ออซซี่ เปิดใจกับ Rolling Stone เกี่ยวกับคอนเสิร์ตสุดท้ายในชีวิต
ตำนานตลอดกาลของ "แอสตัน วิลล่า"
ออซซี่ ออสบอร์น เสียชีวิตในวันที่ 22 กรกฏาคม 2025 ด้วยอาการหัวใจวาย ซึ่งเกิดขึ้นคล้อยหลังคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในชีวิตเพียง 17 วัน แฟนเพลงร็อกทั่วโลกร่วมกันแสดงความอาลัยและคารวะต่อราชาเพลงเมทัลผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ และคิดเหมือนกันว่า ราชาคนนี้ ได้ปิดตำนานของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

สภาเมืองเบอร์มิ่งแฮม และสโมสร แอสตัน วิลล่า ได้จัดงานอาลัยและรำลึกแด่เขาอย่างสมเกียรติ มีการตั้งจุดวางดอกไม้ในเมืองเพื่อให้แฟนเพลงได้นำดอกไม้และสิ่งของมาแสดงความเคารพ ขณะที่ร่างไร้วิญญาณของเขาซึ่งนอนอยู่ในโลงศพ มีรถยนต์คันใหญ่พาเคลื่อนผ่านตัวเมือง เพื่อไปทำพิธีศพในครอบครัวเป็นการส่วนตัว
เช่นเดียวกับสโมสร แอสตัน วิลล่า ที่ได้เปิดเพลงของ ออซซี่ ออสบอร์น ทุกครั้งที่มีเกมแข่งขันใน วิลล่า พาร์ค เพื่อแสดงความเคารพต่อราชาคนนี้ แม้จะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานานแล้ว แต่การเปิดเพลงของเขาในวันที่เจ้าตัวจากไป ยิ่งทำให้ทุกชีวิตที่ วิลล่า พาร์ค มีอารมณ์ร่วมและร้องเพลงของเขาดังกระหึ่มยิ่งกว่าเคย รวมถึงจัดซุ้มบริเวณหน้าสโมสรให้แฟน ๆ ได้มาลงชื่อในสมุดไว้อาลัยแด่เขา
แม้ตอนมีชีวิตอยู่ ออซซี่ ออสบอร์น จะออกตัวตลอดว่าเขาไม่ใช่แฟนบอล แอสตัน วิลล่า ขนาดนั้น แถมใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่สหรัฐฯ มากกว่า แต่สาวก The Villans ทุกคน ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือรุ่นใหญ่วัยชรา ไม่เคยเก็บมาคิดเล็กคิดน้อย เพราะทุกคนล้วนเชื่ออย่างสนิทใจว่า ออซซี่ ออสบอร์น คืออีกหนึ่งตำนานของ แอสตัน วิลล่า และคือ "ลูกหลานแห่งแอสตัน" ที่สร้างความภาคภูมิใจแก่ทุกคนในเมืองเบอร์มิ่งแฮม

"ชายผู้เติบโตที่แอสตัน ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจาก วิลล่า พาร์ค ออซซี่ มีความผูกพันอันแสนพิเศษกับสโมสรและเมืองที่เขาใช้ชีวิตอยู่เสมอ ทุกชีวิตที่ แอสตัน วิลล่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อ ชารอน ครอบครัว เพื่อน และแฟนบอล ขอให้ ออซซี่ พักผ่อนอย่างสงบ" แถลงการณ์ของ แอสตัน วิลล่า ถึง ราชาเพลงเมทัลผู้จากไป ที่บ่งบอกชัดเจนว่า เขาคืออีกหนึ่งตำนานที่ แอสตัน วิลล่า และแฟนบอลไม่มีวันลืม
แหล่งอ้างอิง
https://www.nytimes.com/athletic/6510404/2025/07/23/ozzy-osbourne-aston-villa-birmingham/
https://www.nme.com/news/music/watch-black-sabbath-ozzy-osbourne-geezer-butler-in-aston-villa-kit-trailer-3777109
https://www.avfc.co.uk/news/2024/october/30/aston-villa-and-adidas-celebrate-legacy-of-ozzy-osbourne-and-black-sabbath/
https://www.hellorayo.co.uk/planet-rock/news/rock-news/aston-villa-ozzy-osbourne-tifo?
https://www.bbc.com/news/articles/cpvjmzrkpm3o