Feature

เกมแห่งอำนาจ : ทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงเป็นไพ่ตายในการเจรจาสัญญาของแข้ง เรอัล มาดริด ? | Main Stand

มีข่าวคราวตั้งแต่ก่อน ฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่ม แต่สุดท้าย อนาคตของ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ ก็ลงเอยอย่างคลาสสิก ด้วยการตัดสินใจต่อสัญญากับ เรอัล มาดริด ออกไปถึงปี 2031 ทิ้งให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องควานหานักเตะกองกลางชั้นดีรายต่อไปอย่างลำพัง 

 

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะนักเตะ เรอัล มาดริด หลายคนก็เคยใช้วิธีนี้มาก่อน แล้วทำไมต้องเป็น ยูไนเต็ด ที่เป็นตัวเรียกข่าวเรียกราคาไปเสียทุกที ? 

ติดตามกับ MAIN STAND

 

แมนฯ ยูไนเต็ด สัญลักษณ์แห่งมูลค่า

ว่ากันด้วยพาร์ตของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนเลย มันเป็นเรื่องธรรมดามากที่ทีม ๆ นี้จะเป็นทีมที่มีข่าวบนหน้าสื่อช่วงตลาดซื้อขายมากที่สุดในโลก 

นี่คือพลังอำนาจของแบรนด์ ยูไนเต็ด สร้างแบรนด์ขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง เป็นทีมแรก ๆ ที่ใส่ใจเรื่องการตลาดตั้งแต่ยุค 1990s จนนำความมั่งคั่งมาสู่สโมสร และกลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีอำนาจต่อรองทางการเงินสูงที่สุดในโลก 

ไม่แปลกเลยที่จะ "อะไร ๆ ก็ แมนฯ ยูไนเต็ด" ... นักเตะที่มีข่าวกับทีม ๆ นี้ ต่อให้เป็นนักเตะที่ไม่ได้โด่งดังเป็นตัวท็อป ก็จะถูกแฟน ๆ และสื่อขุดคุ้ยเรื่องราว สไตล์การเล่น มาตีแผ่ให้แฟน ๆ ปีศาจแดงที่มีอยู่ทั่วโลกได้รู้จัก 

นอกจากนักเตะคนนั้นจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว สโมสรต้นสังกัดนักเตะยังเตรียมโขกค่าตัวเพิ่มได้อีกไม่มากก็น้อยเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด เข้ามาเกี่ยว เพราะไม่มีใครไม่รู้ว่า ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีเงินมากพอตัวอยู่ที่หลังบ้าน

ขนาดนักเตะไม่ดังยังได้อิมแพกต์ขนาดนี้ แล้วนักเตะระดับท็อปล่ะจะขนาดไหน ? ดังนั้น ชื่อของสโมสรนี้เปรียบเสมือนเครื่องหมายการค้าที่ยืนยันว่า นักเตะผู้นั้นยังมีคุณค่าในระดับพรีเมียม 

การมีข่าวเชื่อมโยงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการยกระดับโปรไฟล์ของนักเตะในสายตาของแฟนบอลและสโมสรต้นสังกัด โดยเฉพาะเมื่อสัญญากำลังจะหมดลง 

การดึง แมนฯ ยูไนเต็ด เข้ามาเกี่ยวข้อง คือการส่งสัญญาณเตือนว่า "หากคุณไม่ให้ค่าเหนื่อยตามที่ผมต้องการ ยังมีทีมอื่นที่พร้อมจ่าย" เพราะนี่คือศิลปะแห่งการประเมินค่าและการต่อรอง 

ยูไนเต็ด ถูกดึงมาเกี่ยวได้ เพราะปัญหาของตลาดนักเตะคือ มันไม่มีราคากลาง และเอเยนต์มีหน้าที่ต้องหาข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับนักเตะและตัวของพวกเขาเอง พวกเขาจะไม่มีวันบอกคุณว่า ราคาต่ำสุดที่จะทำให้ดีลนี้จบได้คือเท่าไหร่ ค่าเหนื่อยต่ำที่สุดที่นักเตะระดับนี้ได้ต้องมากแค่ไหน  

โอกาสเป็นของนักเจรจาที่เก่งกาจ พวกเขาจะมองเห็นช่องว่างการทำกำไรมหาศาล ซึ่งบ่อยครั้งนักเตะ เรอัล มาดริด เลือกใช้วิธีนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง...

 

กลยุทธ์ "การกดดัน" ของ เรอัล มาดริด

หากจะมีสโมสรไหนที่เป็นคู่ค้าประจำของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมนั้นก็ต้องเป็น เรอัล มาดริด อย่างไม่ต้องสงสัย 

มันเป็นไปตามกลไกของตลาดและโลกฟุตบอล มาดริด เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และดึงดูดนักเตะแทบทุกคน ดังนั้นนักเตะที่ดีที่สุดของ ยูไนเต็ด เมื่อประสบความสำเร็จจนพร้อมหาความท้าทายใหม่แล้ว เรอัล มาดริด จึงเป็นเป้าหมายของพวกเขา 

กลับมาที่ฝั่งของ เรอัล มาดริด การเป็นสโมสรอันดับ 1 ของโลก ทำให้แทบทุกตลาด พวกเขามีดีลขาเข้าราคาสูง ๆ อยู่เสมอ มันทำให้เกิดการแข่งขันภายในทีมที่เข้มข้น นักเตะทุกคนต้องแข่งกันเองเพื่อแย่ง 11 ตัวจริงในสนาม 

และที่สำคัญคือ หากมีนักเตะตัวหลักที่อยู่กับทีมมานานและต้องการต่อสัญญา ก็จำเป็นต้องมีกลยุทธ์กันบ้างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะ มาดริด มักมีจุดยืนที่แข็งกร้าวในการต่อสัญญา โดยเฉพาะเมื่อนักเตะอายุมากขึ้น ซึ่งบ่อยครั้งที่นักเตะใช้ความสนใจจากสโมสรพรีเมียร์ลีกเป็นไพ่ตายในการขอเงื่อนไขที่ดีกว่า เช่น ระยะเวลาสัญญาที่ยาวขึ้น หรือค่าเหนื่อยที่เพิ่มขึ้น

นักเตะมักจะโยนภาวะ "ทางตัน" ให้กับต้นสังกัดในการเจรจา เอเยนต์ใช้ "แรงกระเพื่อม" จากตลาดซื้อขายในอังกฤษมาเป็นตัวแปรสำคัญ ฝ่ายบริหาร มาดริด มักจะถูกบีบให้เลือกระหว่างสองทาง ระหว่างการยอมทุ่มงบเพื่อรั้งสตาร์คนนั้นไว้ด้วยสัญญาใหม่ที่ค่าเหนื่อยสูงขึ้น หรือยอมรับว่านักเตะคนนั้นอาจหมดไฟ และหาจุดขายทำกำไรให้เร็วที่สุดก่อนจะเสียฟรี

ในกรณีนี้เราได้เห็นทั้งการแค่มีข่าวเพื่ออัปค่าเหนื่อยมาแล้ว เซร์คิโอ รามอส เคยใช้วิธีนี้ในปี 2018 ด้วยกลยุทธ์ง่าย ๆ เช่นการกดไลก์หรือเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย ขณะที่เอเยนต์ก็ใช้การประโคมข่าวกับสื่อช่วยกันกระพือ จนดูแล้วว่า "เสร็จปีศาจแดงแน่" ทว่าสุดท้าย เมื่อ มาดริด ดีดลูกคิดคำนวณเสร็จแล้ว พวกเขาก็ยอมจ่ายให้ รามอส เพิ่มเติมตามข้อเสนอที่นักเตะเรียกร้อง ซึ่งพวกเขาก็คิดถูกจริง ๆ เพราะ รามอส อยู่สร้างความสำเร็จกับทีมอย่างยิ่งใหญ่ในท้ายที่สุด 

เราได้เห็นเรื่องแนวนี้บ่อย ๆ กับนักเตะ มาดริด ที่มีข่าวกับ ยูไนเต็ด เสมอ นอกจาก รามอส ที่อัปสัญญาได้สมใจแล้ว ยังมีทั้ง อิสโก้, โทนี่ โครส, แกเร็ธ เบล จนกระทั่งล่าสุดอย่าง โอเรเลียง ชูอาเมนี่ ที่ก่อนประกาศต่อสัญญากับ มาดริด ไม่กี่ชั่วโมง ยังมีข่าวว่าเขากำลังได้ข้อเสนอก้อนโตจากฝั่ง ยูไนเต็ด อยู่เลยด้วยซ้ำ 

 

วัฏจักรของโลกฟุตบอลสมัยใหม่

ท้ายที่สุดแล้ว ดีลลักษณะนี้จะไม่มีวันหายไปจากโลกฟุตบอลยุคใหม่แน่นอน เพราะนี่คือระบบนิเวศที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของทุกฝ่าย เพียงแต่เป็นการบีบให้สโมสรต้องตัดสินใจเร็วขึ้นกว่าเดิม ว่าจะไปต่อกับนักเตะคนนี้ หรือยอมขายทิ้งเพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะคนอื่น ๆ ในทีม 

มันคือการสร้างสถานการณ์ที่มักจะจบด้วยการ วิน-วิน กันทุกฝ่าย นักเตะได้ค่าเหนื่อยที่เหมาะสมจากการเปรียบเทียบข้อเสนอของ 2 สโมสร (ในกรณีที่มีการติดต่อเจรจาจริง) ฝั่ง มาดริด ได้รักษาตัวเก่งไว้หรือขายออกไปในจังหวะที่เหมาะสม

ขณะที่ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด แม้จะดูเหมือนเป็นเพียง "ทางผ่าน" ในบางดีล แต่ในหลายครั้ง มันก็สะท้อนถึงความต้องการเชิงยุทธศาสตร์ ที่พวกเขามองหานักเตะประสบการณ์สูงเพื่อมาอุดรอยรั่วในทีม ซึ่งส่วนใหญ่นักเตะที่ ยูไนเต็ด ได้มาจาก มาดริด ก็ล้วนแต่เป็นนักเตะที่ฝากผลงานยอดเยี่ยม แฟนรักแฟนหลงทั้งสิ้น อาทิ ราฟาเอล วาราน หรือ กาเซมีโร่

อย่างไรเสีย ดูเหมือน ยูไนเต็ด จะพยายามหยุดเรื่องการทุ่มซื้อนักเตะราคาสูงเกินจริง และการจ่ายค่าเหนื่อยเพื่อยั่วใจนักเตะในตลาดแล้ว เพราะดีลลักษณะนี้ทำให้พวกเขามีตัวเลขสีแดงในบัญชีเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นก็ต้องแลกมากับความตาแหลมในการหานักเตะที่คุ้มค่าตัวและคุ้มค่าเหนื่อย อีกทั้งยังต้องมีทีมเจรจาที่ทำให้พวกเขาเป็นต่อบนสนามการต่อรอง ... ซึ่งเราคงจะได้เห็นในเร็ว ๆ นี้ว่า นโยบายในการซื้อขายแบบใหม่ของปีศาจแดง จะแกร่งจนสามารถสร้างทีมยุคใหม่ขึ้นมาได้จริงหรือไม่ 

แต่สิ่งหนึ่งที่จะยังคงเหมือนเดิมแน่ ๆ คือ มาดริด จะยังคงเป็นทีมที่ถือครองเหล่านักเตะระดับเวิลด์คลาสไว้ในมือเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าสโมสรไหนจะเดินเข้าไปเจรจากับพวกเขาเท่านั้นเอง 

 

แหล่งอ้างอิง

https://en.as.com/soccer/how-real-madrid-changed-the-transfer-strategy-and-balanced-the-books-n/
https://www.thegappartnership.com/insights/the-game-changer-why-advanced-negotiation-skills-are-exceptionally-critical-in-football-part-one/
https://www.quora.com/Why-do-players-use-Manchester-United-as-leverage-during-contract-negotiations
https://aryarsh33.medium.com/why-manchester-united-and-real-madrid-share-a-sacred-bond-of-friendship-feb877b35f58

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ