
ในโลกของฟุตบอล ตำแหน่งประธานสโมสร เรอัล มาดริด เปรียบเสมือนยอดเขาเอเวอเรสต์ที่ใครก็อยากปีนขึ้นไปสัมผัส
แต่สำหรับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ชายผู้นี้ไม่ได้แค่ปีนขึ้นไป แต่กลายเป็นจิตวิญญาณของยอดเขาลูกนี้ไปเสียแล้ว
ทำไมชายวัยใกล้เข้าเลข 8 ถึงยังคงมีไฟจนถึงขั้นลุกขึ้นมาด่ากราดใส่นักข่าว และประกาศสงครามต่อใครก็ตามที่คิดว่าเขากำลังสิ้นภาพ สิ่งนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคงอยู่ต่อไปในตำแหน่งนี้ ไม่มีวันสละอำนาจจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะมาถึง ?
ติดตามกับ MAIN STAND
สร้างให้เติบโตเองกับมือ
เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยตำแหน่งแชมป์ต่าง ๆ นานา ทว่าเมื่อฟุตบอลกลายเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งและเป็นธุรกิจที่สามารถทำเงินได้อย่างมหาศาล เราต้องยอมรับว่า ฟลอเรนติโน่่ เปเรซ คือชายผู้สมควรได้เครดิตในการสร้างแบรนด์ เรอัล มาดริด ให้กลายเป็นแบรนด์ที่ทรงอิทธิพล สร้างแชมป์ สร้างเงิน และสร้างชื่อเสียงมากที่สุดในโลก
แน่นอนว่ามุมมองการบริหารทีมราชันชุดขาวสำหรับท่านประธานวัย 79 ปี ไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอล แต่มันคือธุรกิจบนผืนหญ้าที่สามารถบันดาลสิ่งต่าง ๆ ได้มากมายยิ่งกว่าถ้วยแชมป์และชัยชนะ แต่มันคือการมองหาความยิ่งใหญ่แบบครบวงจร
ความกระหายนั้นทำให้เกิดนโยบายที่หลากหลายเพื่อให้เดินทางไปยังจุดสูงสุด ทั้งโยบายดึงสตาร์ระดับโลกอย่าง ซีเนดีน ซีดาน, โรนัลโด้ (R9) หรือ เดวิด เบ็คแฮม ที่ไม่ได้ทำเพื่อถ้วยรางวัลอย่างเดียว แต่รวมถึงดึงดูดสปอนเซอร์และขยายตลาดทั่วโลก ที่สำคัญ การดึงตัวนักเตะที่ดีที่สุดในทีม บาร์เซโลน่า คู่ปรับตลอดกาล อย่าง หลุยส์ ฟิโก้ เมื่อปี 2000 ยังแสดงถึงความห้าวเป้ง กล้าได้ กล้าเสีย ของ เปเรซ อีกด้วย

"คุณต้องเข้าใจว่า การจะซื้อ หลุยส์ ฟิโก้ คือความบ้าคลั่งขั้นสุด ทำให้แฟนบอล เรอัล มาดริด ตื่นเต้นอย่างมาก ที่สำคัญคือมันได้ใจแฟนบอลของสโมสรแห่งนี้ทุกคน เพราะนี่คือโอกาสที่จะทำลาย บาร์เซโลน่า ด้วยการซื้อนักเตะเพียงคนเดียว มันยิ่งใหญ่กว่าถ้วยแชมป์ UCL ของ ซานซ์ หลายเท่าตัว"
"แฟน เรอัล มาดริด ไม่ได้ต้องการ ฟิโก้ มาเล่นให้กับทีมด้วยซ้ำไป แต่พวกเขาอยากเห็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ คือการซื้อชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวตนของบาร์เซโลน่ามาที่มาดริด"
"เหตุผลเดียวที่แฟนบอลมาดริดอยากได้ ฟิโก้ คือเขาเล่นให้ บาร์เซโลน่า แค่นั้นจริง ๆ" ดีเอโก้ ตอร์เรส นักข่าวจาก El Pais กล่าวถึงเหตุผลที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ชนะการเลือกตั้งประธานสโมสร เรอัล มาดริด ในปี 2000
จริงอยู่ที่ "กาลาติกอส" อาจทำให้พวกเขาสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งขึ้น กระนั้นมันก็ไม่ได้สร้างความสำเร็จและยิ่งใหญ่แบบที่ เปเรซ คิด เขาเรียนรู้จากความผิดพลาดในวาระแรก (2000-2006) ว่าการตามใจนักเตะมากไปคือยาพิษ เมื่อเขากลับมาในวาระที่สอง (2009-ปัจจุบัน) เขาจึงสร้างระบบที่ "สโมสรต้องใหญ่กว่านักเตะ" ขึ้นมา และทุกอย่างก็เป็นไปอย่างสวยงามนับจากเกิดแนวคิดนี้
นักเตะระดับสตาร์และไอคอนของสโมสรอาจจะมาแล้วก็ไป ... แต่ความสำเร็จยังคงอยู่ นักเตะอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เซร์คิโอ รามอส, คาริม เบนเซม่า และอีกหลาย ๆ คนที่เคยพาทีมชูถ้วยแชมป์จนถูกเรียกว่า "ราชายุโรป" เริ่มถูกผลัดใบ พวกเขาอาจจะต้องใช้เวลาหาตัวแทนอยู่บ้าง ทว่าไม่นานนักก็ได้แข้งหนุ่มฝีเท้าดีขึ้นมาทดแทนการขาดหายไป และยังเดินหน้าคว้าแชมป์ได้อย่างต่อเนื่อง

ทว่า ณ ตอนนี้ เกมการเมืองภายในของสโมสรได้เดือดดาลขึ้นมา จากจังหวะที่สอดคล้องกันหลาย ๆ อย่างทั้งการปลดโค้ชอย่าง ชาบี อลอนโซ่ กลางซีซั่น 2025-26 การหมดลุ้นแชมป์ทุกรายการตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่จบ ปัญหานักเตะในทีมแตกคอและทะเลาะกันเอง มันกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้มีข่าวลือปรากฏออกมาว่า เปเรซ ถอดใจและหมดสภาพ ไม่เช่นนั้น เปเรซ คงลงมาจัดการเรื่องนี้ และแสดงการตัดสินใจบางอย่างที่ทุกคนจะได้เห็นถึงอำนาจของเขาเหมือนทุกครั้ง
ใครก็ตามที่กำลังคิดจะสร้างเรื่องนี้ให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ ไม่รู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นเรียกว่าทำสำเร็จได้หรือไม่ เพราะมันทำให้ เปเรซ ออกมาพูดผ่านสื่อครั้งสำคัญ และประกาศจุดยืนในเชิงที่ว่า "ข้ายังอยู่ตรงนี้ และยังคงยิ่งใหญ่ที่สุด ใครที่กำลังทำบางอย่างอยู่เบื้องหลัง ... เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน"
"ผมจะไม่พูดถึงโค้ชหรือผู้เล่น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้เล่นชกต่อยกันตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ แต่เป็นครั้งแรกที่มีข่าวรั่วไหลออกมา" เขาเปิดด้วยประโยคนี้และจบดราม่านักเตะทะเลาะกันทันที ก่อนที่เหลือจะเป็นเรื่องของเขาล้วน ๆ
มาวัดกันไป
สโมสรอย่าง เรอัล มาดริด ไม่ได้ใช้ระบบเจ้าของเพียงหนึ่งคน หรือกลุ่มทุนหนึ่งเป็นผู้ครอบครอง แต่ใช้ระบบที่แฟนบอลร่วมเป็นเจ้าของทีม และขับเคลื่อนสโมสรด้วยการเลือกตั้งประธานสโมสร ที่จะมาทำหน้าที่บริหารผ่านนโยบายที่ได้สัญญาเอาไว้ ไม่ต่างจากการเลือกตั้งในเวทีการเมืองปกติ และอย่างที่หลายคนรู้ เปเรซ คือหนึ่งในประธานสโมสรที่มีอำนาจ และเล่นการเมืองในลักษณะนี้ได้เก่งกาจแบบยากจะหาตัวจับอย่างแท้จริง
"ผมเสียใจที่ต้องบอกว่า ผมจะไม่ลาออก" ประโยคแรกของ เปเรซ เปิดฉากอย่างเร้าใจในการสัมภาษณ์เพื่อเคลียร์ดราม่าครั้งใหญ่ของสโมสรในเวลานี้
ความเก๋าของ เปเรซ แสดงออกมาต่อจากประโยคหลังจากนั้น เขาไม่ใช่แค่บอกว่าเขาจะไม่ลาออก ในอารมณ์ที่ว่า "กำปั้นทุบดิน" แบบมีมดังจากหนังเรื่อง "ลัดดาแลนด์" อย่าง "กูไม่ออก ถ้าออกแล้วกูจะเอาอะไรแดก" แต่ใจความของ เปเรซ นั้นท้าทายยิ่งกว่าการพูดข้างต้น
เพื่อต้องการให้รู้กันไปเลยทุกฝ่ายว่า ใครคือศัตรู รวมถึงใครคือคนที่ใส่ไฟว่าเขาเป็นมะเร็งและหมดน้ำยาที่จะเป็นประธานสโมสร เขาจึงบอกว่า เขายินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าจะให้มีการเลือกตั้งประธานสโมสรใหม่อีกครั้ง แม้ว่าครั้งเล่าสุดเจ้าตัวจะเพิ่งชนะไปเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา

สิ่งนี้มันคือการเชิญชวนให้คนที่คิดจะโค่นล้มเขา เผยตัวมาลงเลือกตั้งประธานสโมสรใหม่แข่งกับเขาได้เลย ... มันแสดงให้เห็นว่านอกจากจะไม่กลัวการโดนเลื่อยขาเก้าอี้แล้ว เปเรซ ยังพร้อมจะลาออกเพื่อทำให้สถานะของตัวเองเหลือเพียงแค่ "ผู้สมัคร" เท่านั้น เพื่อไม่ให้คู่แข่งของเขาต้องเสียเปรียบเกินไป
สรุปแบบอีกขั้นก็คือ เขามั่นใจมากว่า ทุกปัญหาเขาสามารถจัดการได้ และต่อให้เป็นปีที่ทีมไม่ได้แชมป์อะไร และมีการเลือกตั้งใหม่ เขาก็จะเป็นชายผู้ได้คะแนนโหวตสูงสุดและกลับเข้ามาเป็นประธานสโมสรอีกครั้งอยู่ดี
"ผมจะจัดการเลือกตั้ง ผมได้ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเริ่มกระบวนการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารอีกครั้ง ที่เรอัล มาดริด ที่นี่ไม่ได้มีเจ้าของแค่เพียงคนเดียว สโมสรประกอบด้วยสมาชิก 1,000 คน ผมตัดสินใจเช่นนี้เพราะเกิดสถานการณ์ที่ไร้สาระขึ้น"
"ผมขอเชิญชวนทุกคนที่ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งให้ลงสมัครได้เลย ผมลงสมัครเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกสโมสรเรอัล มาดริด พวกเขาจะไม่สามารถข่มขู่ผมได้ และนั่นทำให้ผมมีพลังมากขึ้น" เปเรซ จบประโยคในการแถลงการณ์อย่างเด็ดขาด ทำให้ประเด็นสำคัญพลิกไปเลย
จากตอนแรกที่หลายคนอาจอยากเห็น เปเรซ สลดและขอโทษ กลับกลายเป็นว่าการแถลงการณ์ครั้งนี้ทำให้ทุกคนอยากจะเป็นหน้า "คน ๆ นั้น" หรือ "คนกลุ่มนั้น" ที่กล้าเป็นศัตรูกับ เปเรซ แทน
อยากโค่นเปเรซ ต้องทำยังไง ?
จากอำนาจบารมี และการแสดงออกต่าง ๆ ที่ เปเรซ ทำ มันชัดเจนว่าเขาไม่ได้เป็นแค่ประธาน แต่เขาคือบิดาแห่งยุคสมัยที่แฟนบอลราชันชุดขาวส่วนใหญ่ให้การยอมรับอย่างหาที่สุดไม่ได้
สิ่งที่ทำให้เขายังปากกล้า ขาแข็ง ไม่ยี่หระต่อศัตรูที่พยายามแทงข้างหลังคือ "ผลงาน" ภายใต้การนำของเขา สโมสรกวาดแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นว่าเล่น และที่สำคัญคือการเนรมิต ซานติอาโก เบร์นาเบว โฉมใหม่ให้กลายเป็นสเตเดียมที่ทันสมัยที่สุดในโลก ซึ่งเปรียบเสมือนอนุสาวรีย์แห่งความสำเร็จของเขาเอง ... นอกจากนี้ยังจะเป็นบ่อเงินบ่อทองให้สโมสรทำเงินได้มากกว่าเดิมในแต่ละสัปดาห์อีกด้วย
ดังนั้นตัวของ เปเรซ ยังคงมั่นใจถึงทุกวันนี้ได้ว่า เขาจะยังไร้พ่าย หากมีการเลือกตั้งประธานสโมสรเกิดขึ้นในเวลานี้ ซึ่งหากมองในฐานะแฟนบอล ต่อให้คุณไม่ใช่แฟนของ มาดริด ก็จะสามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้ดี ในเมื่อมีคนที่ทำให้สโมสรกลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้บริหารทีมอยู่ การจะให้เขาออกจากตำแหน่งเพราะความผิดพลาดเพียง 1 ฤดูกาล คงจะเป็นอะไรที่เสี่ยงน่าดู
เสี่ยงเพราะอะไร ? ประการที่ถือเป็นปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้เลยก็คือ "ไม่มีใครเก่งเท่า" ความมั่นใจของ เปเรซ ที่พูดออกมาว่าพร้อมเลือกตั้งใหม่ทันที มันแสดงให้เห็นว่าในสายตาของบอร์ดบริหารและสมาชิกสโมสร การหาคนที่มีทั้งบารมีทางการเมือง, คอนเนกชั่นทางธุรกิจ และหัวใจที่รักสโมสรเท่า เปเรซ นั้น ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แค่ให้พูดออกมาสักชื่อที่มีดีกรีพอเบียดกับ เปเรซ ได้ก็เป็นอะไรที่ยากมาก ๆ แล้ว

ดังนั้นที่บอกว่า "ขึ้นแล้วลงยาก" สำหรับ เปเรซ ไม่ใช่เพราะเขาเสพติดลาภยศในแบบนักการเมืองทั่วไป แต่เขามองว่า เขาคือคนเดียวที่ปกป้อง เรอัล มาดริด ได้ จากการรุกรานของใครก็ตามที่เขามองว่าเป็นศัตรู ไม่ว่าจะโมสรที่มีรัฐหนุนหลัง และองค์กรอย่าง สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ที่มีประเด็นกันมาตลอดกับ เปเรซ เพราะแนวคิดล้ำหน้าอย่าง ซูเปอร์ลีก ของเขา
เปเรซ รู้ดีว่าหากเขาก้าวลงตอนนี้ สโมสรอาจสูญเสียทิศทางที่เขาวางไว้มาตลอด 20 ปี ดังนั้น "เก้าอี้ประธาน" สำหรับเปเรซ จึงเปรียบเสมือนหอคอยบัญชาการ ที่เขาตั้งใจจะทำหน้าที่จนถึงวินาทีสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจว่าอาณาจักรสีขาวแห่งนี้จะมั่นคงตลอดกาล ... และถ้าใครมองว่าสิ่งที่เขาทำหรือคิดไม่ถูกต้อง อยากจะเปลี่ยนใหม่ คุณก็แค่ต้องมาลงเลือกตั้งและเอาชนะเขาให้ได้เท่านั้น
แต่บังเอิญว่า เปเรซ พร้อมเปิดท้าชนทุกเมื่อซะด้วย ...
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เลือกตั้งประธาน เรอัล มาดริด 2000 : เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนโลกฟุตบอลไปตลอดกาล
แหล่งอ้างอิง
https://www.vice.com/en/article/4xzw7g/florentino-perez-the-failed-politician-who-became-real-madrids-powerful-president
https://www.espn.com/soccer/story/_/id/48751151/real-madrid-president-florentino-perez-calls-election-amid-uncertainty
https://www.bbc.com/sport/football/articles/cn8p6pgd6e5o
https://www.managingmadrid.com/general/107653/the-ultimate-guide-to-presidential-elections-at-real-madrid