Feature

อยู่โรงพยาบาล นานกว่าสนามแข่ง : เปิดตำนาน Hospital Band แห่ง อาร์เซน่อล | Main Stand

อาร์เซน่อล มีทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะที่ยอดเยี่ยมให้แฟนบอลได้นึกถึงหลายยุคหลายสมัย ไล่มาตั้งแต่ยุคปฎิวัติฟุตบอลอังกฤษของ อาร์แซน เวนเกอร์, ยุคแชมป์พรีเมียร์ลีกไร้พ่าย, ยุคที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งฝีเท้าดี หรือแม้กระทั่งยุคนี้ที่กำลังลุ้นแชมป์ภายใต้การทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า 

 


ทว่ามีอยู่ยุคหนึ่งที่แฟนบอลปืนใหญ่ต้องร้องอ๋อ! เพราะยุคนี้ไม่ใช่ยุคที่อุดมไปด้วยความสำเร็จ แต่มันเป็นยุคที่อุดมไปด้วยนักเตะเจ็บ กระทั่งทุกวันนี้หลายคนก็ยังสงสัยว่า "ทำไมนักเตะอาร์เซน่อล 'ยุคนั้น' ถึงเจ็บง่ายเจ็บดาย จน เวนเกอร์ แทบไม่เคยจัด 11 ตัวจริงซ้ำกันเลยสักเกม ? 

ยุคนั้นเป็นยุคที่แฟนบอลบ้านเราเรียกกันว่า อาร์เซน่อล ยุค Hospital Band ... ย้อนรอยความหลังของทีมนี้ไปกับ Main Stand 

 

Hospital Band คือยุคไหน ? 

การระบุยุคของ Hospital Band ของ อาร์เซน่อล ยากจะระบุเวลาที่ชัดเจน เพราะช่วงเวลาที่นักเตะของอาร์เซน่อลบาดเจ็บนอนโรงพยาบาลกันแบบแทบจะสลับหน้ามักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ และหากจะหาใครสักคนเพื่อเป็นสารตั้งต้นของเรื่องนี้ เพื่อวัดไทม์ไลน์ที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด คงต้องบอกว่าเราต้องเริ่มที่กองกลางเจ้าของฉายา "นิว พาทริก วิเอร่า" อย่าง อาบู ดิยาบี้ ผู้ที่แฟนปืนใหญ่เรียกว่า "ผอ.โรงพยาบาล" 

ดิยาบี้ ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะของอาร์เซน่อลชุดใหญ่เต็มตัวในปี 2007-08 หากเปรียบเทียบไทม์ไลน์ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่ อาร์เซน่อล เพิ่งเปลี่ยนสนามเหย้าจาก ไฮบิวรี่ มาเป็น แอชเบอร์ตัน โกรฟ ก่อนจะขายชื่อสนาม และเปลี่ยนเป็น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในเวลานั้น 

เมื่อเรากางประวัติ ดิยาบี้ ออกมาเราจะพบว่าเขาเริ่มเจ็บแบบจริงจังในช่วงฤดูกาล 2008-09 และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น พอคุณเริ่มเปิดรายชื่อนักเตะของ อาร์เซน่อล คุณจะพบนักเตะจอมเจ็บที่ประวัติพักมากกว่าลงสนามเป็นหางว่าว นอกจากเขาแล้วยังมีตอนเจ็บ หรือคนที่ต้องพักยาวบ่อย ๆ อย่าง โทมัส โรซิชกี้, อังเดร อาชาวิน, เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา, ธีโอ วัลค็อตต์  

และหลังจากปีนั้น ก็มีนักเตะอีกหลายคนทั้งย้ายเข้ามา หรือแม้กระทั่งดันมาจากชุดเยาวชน ที่ฝีเท้าดีแต่เจ็บบ่อย เจ็บนาน บางคนเจ็บจนเสียความสามารถที่แท้จริงไปอีกหลายคนในช่วงต่อ ๆ มา อาทิ แจ็ค วิลเชียร์, อารอน แรมซี่ย์, คีแรน กิ๊บส์, นิคลาส เบนด์ทเนอร์ ไล่เรียงมาจนชุดท้าย ๆ อย่าง แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, มิเกล อาร์เตต้า, ซานติ กาซอร์ล่า และ ลูคัส โพดอลสกี้ 

โดยรวมคือ นักเตะกลุ่มนี้อยู่กับทีมมาตั้งแต่ช่วงราว ๆ ปี 2007 ลากยาวมาจนถึงราว ๆ ปี 2014 มันเป็น 7 ปีที่ยาวนาน แต่เชื่อว่าแฟนบอลทุกคนที่เห็นชื่อนักเตะเหล่านี้ ภาพจำของพวกเขาเรื่องการบาดเจ็บนั้นมีมากพอ ๆ กับการลงมาโชว์ลีลาเด็ด ๆ ในสนาม ... นี่คือเรื่องที่แฟนบอลหลายคนไม่เข้าใจ ถึงขั้นมีกระทู้ในกลุ่ม Fansite ของอาร์เซน่อล ในเว็บบอร์ดชั้นนำอย่าง Reddit ยังคงตั้งคำถามว่า ทำไมทีมเราถึงมีนักเตะบาดเจ็บมากได้ขนาดนี้ ? 

"ถ้าคุณบอกว่าเราโชคร้าย คำถามคือ ทำไมต้องเป็นเราทีมเดียวที่โชคร้ายล่ะ ? ทำไมนักเตะอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา กลับวิ่งปร๋อได้ทั้งฤดูกาล ผมคิดว่าเราควรหาเหตุผลที่ดีกว่าแค่คำว่าโชคดีหรือโชคร้าย ... อย่าโกรธผมล่ะ เพราะผมคิดว่าโชคไม่มีอยู่จริง" แฟนบอลคนหนึ่งโพสต์ถกเถียงใน Reddit และมีผู้คนมากมายเห็นด้วยกับเขา 

คำถามที่ทุกคนสงสัยคือถ้าไม่ใช่เรื่องโชคร้าย มันเป็นเพราะอะไรกัน ทำไม อาร์เซน่อล ในช่วงปลาย ๆ ยุค เวนเกอร์ กลับเต็มไปด้วยนักเตะที่แทบไม่จะพร้อมใช้งานได้แบบเต็มเม็ดหน่วยสักที ? 

 

มองโลกอย่างเข้าใจ 

หากคุณยังจำช่วงเวลาที่ Hospital Band ของ อาร์เซน่อลเลื่องชื่อได้ คุณก็จะนึกอีกเรื่องหนึ่งออกเช่นกัน ... เพราะในช่วงนั้นแฟนบอลอาร์เซน่อลหลายคนกำลังเกิดอาการเบื่อหน่ายการทำทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ด้วยเหตุผลที่ชัดที่สุดคือ อาร์เซน่อล ได้หลุดวงโคจรของการลุ้นแชมป์ ปล่อยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี และหน้าใหม่อย่าง แมนฯ ซิตี้ ก้าวขึ้นมานำหน้าพวกเขา 

ขณะที่ อาร์เซน่อล เอง ก็ทำได้แค่เน้นไปที่การเกาะท็อป 4 เพื่อไปแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างเดียวเท่านั้น จนมีมีมเกี่ยวกับเลข 4 คอยล้อ อาร์เซน่อล และ เวนเกอร์ ในยุคนั้นบ่อย ๆ จนเกิดความเบื่อหน่ายให้เห็นในกลุ่มแฟนบอลมากขึ้น 

สาเหตุจากความเบื่อเวนเกอร์นั้น มีทั้งทางตรงและทางอ้อมเกี่ยวกับการมีนักเตะกลุ่ม Hospital Band อยู่เต็มทีม กล่าวคือนับตั้งแต่สโมสรลงทุนสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่ด้วยงบประมาณกว่า 450 ล้านปอนด์ ดังนั้น นโยบายด้านการเสริมทัพความแข็งแกร่งก็ลดลงไป 

หลายคนบอกว่าที่นักเตะเจ็บบ่อย ๆ ก็เพราะว่า เวนเกอร์ นี่แหละเป็นหัวใจหลักของเรื่อง ... แต่จะว่าแบบนั้นก็ไม่ถูกต้องทั้งหมดเพราะ เวนเกอร์ เอง ก็ไม่เคยตั้งใจจะทำแบบนี้ ไม่มีโค้ชคนไหนไม่อยากลงทุนเสริมทัพ แต่ เวนเกอร์ ก็รับนโยบายของสโมสร เพราะเขาเชื่อว่าการยอมกลืนเลือดในช่วงแรก จะทำให้ทีมเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต 

ว่าง่าย ๆ ก็คือการยอมถอยหลังลงจากทีมระดับลุ้นแชมป์มาเป็นการประคอง เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อรับส่วนแบ่งทางลิขสิทธิ์ และเงินรางวัลเท่านั้น 

“เราตัดสินใจสร้างสนามเพื่ออนาคตของสโมสร แต่แน่นอนว่ามันมีต้นทุน และต้นทุนนั้นกระทบความสามารถในการแข่งขันระยะสั้น” เรื่องนี้ เวนเกอร์ พูดออกมาจากปากตัวเอง

คำพูดของ เวนเกอร์ อธิบายทุกอย่าาง เขาพยายามลงทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลาที่เราได้กล่าวถึง ในข้างต้น อาร์เซน่อล ไม่ซื้อซูเปอร์สตาร์เกรด A เข้ามาร่วมทีมเลยแม้แต่คนเดียว นักเตะส่วนใหญ่ที่ เวนเกอร์ นำมาเสริมทัพ มักจะเป็นนักเตะราคาถูกจากทีมที่ไม่ได้เป็นทีมใหญ่ในลีกยุโรปอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะมาจาก บุนเดสลีกา หรือ ลีก เอิง  

เหตุผลเพราะ นักเตะจากลีกเหล่านี้มีราคาที่ถูก มีทักษะเชิงบอลที่ดี แต่หลายคนถ้าต้องมาเล่นในพรีเมียร์ลีกที่ หนัก เร็ว และแรง ก็เล่นไม่ออก หนักกว่านั้นคือ บางคนไม่ทันจะปรับตัวได้ ก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ ไปเสียก่อน 

มันเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายแบบสุด ๆ เพราะเมื่อคุณไม่มีเงิน คุณก็ไม่มีทางได้ตัวท็อป คุณจะต้องเลือกนักเตะที่มีข้อเสียมากกว่าปกติ และต้องคอยชั่งน้ำหนักว่า ข้อดีของพวกเขาดีพอจะกลบข้อด้อยได้หรือไม่ ตัวอย่างที่ชัดที่สุดของดีลชั่งน้ำหนักลักษณะนี้ คือดีลของ ซานติ กาซอร์ล่า ซึ่งถือเป็นนักเตะทีมชาติสเปนที่ อาร์เซน่อล จ่ายมาในราคาแค่ 16.5 ล้านปอนด์ จาก บียาร์เรอัล ขณะที่ทีมหัวแถวพรีเมียร์ลีกทีมอื่น ๆ เลือกที่จะคว้า ฆวน มาต้า, ดาบิด ซิลบา หรือแม้แต่ เชส ฟาเบรกาส ที่ราคาหลัก ๆ 30-40 ล้านปอนด์ 

ถ้าเราจะเถียงกันเรื่องฝีเท้าของ กาซอร์ล่า หากเทียบกับนักเตะเหล่านี้คงหาคำตอบที่ฟันธงได้ยาก แต่ที่เห็นชัดแน่ ๆ คือในขณะที่ เชลซี, แมนฯ ซิตี้ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้งาน ฟาเบรกาส, ซิลบา และ มาต้า ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย กาซอร์ล่า กลับมีช่วงที่บาดเจ็บหนัก หายไปเป็นปี ... 

นั่นเท่ากับว่าแม้ กาซอร์ล่า จะเป็นนักเตะเชิงสูง มีประโยชน์ต่อทีม แต่ข้อจำกัดของเขาคือเจ็บง่าย ... แต่อาร์เซน่อล ก็ต้องเลือกเพราะราคาตอบโจทย์ และเลือกจะเสี่ยงกับจุดอ่อนของนักเตะเหล่านี้เป็นต้น  

 

ยุคเสียสละ

เวนเกอร์ พยายามทำดีที่สุดแล้วภายใต้งบประมาณที่มี การซื้อนักเตะที่ไม่ใช่ตัวท็อป การซื้อนักเตะที่น้อยไปจนทีมสควอดเล็กเกินไป จนต้องดันนักเตะอายุน้อย ๆ ลงเล่นมากเกินไป และหลายคนก็ได้รับผลเสียในระยะยาว นั่นคือสิ่งที่บอร์ดบริหารก็ต้องแบ่งกันรับผิดชอบจากเวนเกอร์ไปด้วย 

นอกจากเรื่องการไม่มีเงินซื้อนักเตะที่ดีจริง ๆ ในทุกด้าน ทั้งทักษะร่างกาย และทัศนคติแล้ว ยังมีการวิเคราะห์โดย เรย์มอนด์ เวอร์ไฮเจน ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสบอกว่า อาร์เซน่อล นั้น มีการซ้อมที่ล้าหลัง และยังซ้อมหนักเกินไปเหมือนกับทหารพราน พวกเขาเน้นที่ความฟิตระยะสั้นในช่วงพรีซีซั่น จนกระทั่งเกิดการโอเวอร์โหลด นักเตะหลายคนเริ่มเจ็บกล้ามเนื้อ แฮมสตริง และเข่า หลังจากเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป 

นอกจากนี้สไตล์ฟุตบอลของ เวนเกอร์ ที่เป็นบอลคอนโทรลครองบอลเยอะ ทำให้หลายครั้งเขาไม่ค่อยเน้นเรื่องการซ้อมเวทเทรนนิ่ง แต่เน้นให้นักเตะฝึกซ้อมกับฟุตบอลมากกว่า ทำให้นักเตะขาดความแข็งแกร่งของร่างกายในการรับมือกับแรงปะทะของพรีเมียร์ลีก 

และเมื่อคุณลองเอาข้อเสียเหล่านี้มารวมกัน คุณจะได้เห็นในแต่ละซีซั่นว่าด้วยสควอดที่เล็ก และนักเตะที่ไม่ได้มีคุณสมบัติพร้อมทุกด้าน เวนเกอร์ จึงจำเป็นจะต้องใข้งานนักเตะซ้ำซ้อน มีการโรเตชั่นน้อยในกลุ่มของตัวหลัก ทำให้กลุ่มตัวหลักที่เป็นกระดูกสันหลังของทีมต้องเล่นถี่เกินไป จนเกิดความล้าสะสม 

และแน่นอนที่สุดคือความผิดพลาดในทีมแพทย์ ซึ่งนักเตะอย่าง กาซอร์ล่า ก็เคยออกมาพูดถึงเหตุผลที่เขาต้องพลาดการลงสนามเป็นปี ๆ นั่นก็เพราะทีมแพทย์ของสโมสรวินิจฉัยอาการบาดเจ็บของเขาพลาด ด้วยการมองข้ามการติดเชื้อที่ข้อเท้าของเขาไป จนเขาเกือบต้องเลิกเล่น และเสียขาข้างนั้นไปเลยทีเดียว 

ESPN มีการทำตารางสรุปมา ว่า นับตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา จนถึงปี 2014 อาร์เซน่อล ประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บรวมมากถึง 900 ครั้ง ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และลิเวอร์พูล ในช่วงเวลาเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ... นั่นคือเหตุผลว่าทำไม อาร์เซน่อล ในยุคของ เวนเกอร์ จึงหวังได้แค่ที่ 4 และลืมเรื่องแชมป์ลีกไปได้เลยในช่วงปลายยุคสมัยของเขา

ความจริงก็คือเรื่องนี้มันเลวร้ายถึงขั้นคอขาดบาดตายเลยหรือไม่ ? คำตอบคือ ถ้ามองโลกตามความเป็นไป มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย เป้าหมายของสโมสรเปลี่ยนไป งบประมาณน้อยลง เวนเกอร์ ก็พยายามทำทีมในกรอบที่บอร์ดบริหารวางไว้ได้เป็นอย่างดี

การได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกทุกซีซั่นแบบไม่ขาดตกบกพร่อง คือสิ่งยืนยันถึงความสำเร็จนี้ ทำให้ทีมได้เก็บเงินเข้าคลังในทุกซีซั่น ซึ่งจะว่าไป ปลายทางของการประหยัด และรักษามาตรฐานท็อป 4 ของทีมที่เวนเกอร์สร้าง ก็มีผลที่ทำให้การเงินสโมสรดี และทีมสามารถซื้อนักเตะตัวท็อปในยุคปัจจุบันที่มีมิเกล อาร์เตต้า เป็นกุนซือได้หลายราย

เรื่อง Hospital Band ที่เต็มไปด้วยนักเตะบาดเจ็บ จึงเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หลาย ๆ สิ่งเกิดขึ้นกับสโมสรนี้ มันคือการลงทุนเพื่ออนาคตระยะยาวจนต้องยอมเสียความสำเร็จระยะสั้น

ในสายตาของเวนเกอร์ ช่วงเวลานั้นไม่ใช่ยุคถดถอยแต่คือ “ยุคเสียสละ” เพื่อให้สโมสรยืนระยะในพรีเมียร์ลีกยุคทุนมหาศาลได้ ... ซึ่งทุกวันนี้แฟนบอล อาร์เซน่อล อาจจะเข้าใจการทำทีมที่แสนยากลำบากในช่วงปลายอาชีพกุนซือของเขากับปืนใหญ่ได้เป็นอย่างดี 

 

แหล่งอ้างอิง : 

https://www.goal.com/en/news/it-was-so-traumatic---why-wengers-arsenal-never-recovered-from-eduardo-injury--gallas-meltdown/14c38l2k27dc7zs9958d9kvm7
https://www.espn.com/soccer/story/_/id/37364338/arsene-wenger-fault-arsenal-injury-crisis-writes-john-cross
https://www.quora.com/Is-Arsene-Wenger-the-reason-for-Arsenals-injuries
https://www.bbc.com/sport/football/31662274
https://www.theguardian.com/football/blog/2015/nov/30/arsenal-injuries-theory-arsene-wenger-alexis-sanchez

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ