
ไมเคิล จอร์แดน ... ชื่อนี้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนกีฬาหรือไม่ คุณย่อมรู้จัก เพราะนี่คือตำนานนักกีฬาบาสเกตบอล NBA ที่สร้างความสุดยอดไว้มากมาย
และมันคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่ชื่อของเจ้าตัวจะไปปรากฏในวงการกีฬาอื่น ยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มอเตอร์สปอร์ต ที่ต่างจาก บาสเกตบอล อย่างสุดขั้ว ... ทว่า ไมเคิล จอร์แดน ไม่เพียงแค่คิด แต่เดินหน้าทำ และประสบความสำเร็จแล้วไม่น้อย
นี่คือเรื่องราวของ "23XI Racing" (อ่านว่า ทเวนตี้ทรี อีเลฟเว่น เรซซิ่ง) ทีมของสองเพื่อนซี้ต่างวงการ ไมเคิล จอร์แดน ตำนานนักบาสเกตบอลผู้ยิ่งใหญ่ และ เดนนี่ แฮมลิน นักแข่ง NASCAR ชื่อดัง ที่สร้างทีมด้วยการพลิก "ข่าวปลอม" ให้เป็น "ข่าวจริง"
ติดตามเรื่องราวกับ Main Stand
แฟน NASCAR ... อีกด้านของตำนานบาสเกตบอล
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความเก่งกาจในกีฬาบาสเกตบอลของ ไมเคิล จอร์แดน เพราะแหวนแชมป์ NBA 6 วงก็เพียงพอ
แต่เรื่องหนึ่งที่แม้แต่แฟนคลับของเขาอาจจะยังไม่รู้ก็คือ จอร์แดน เป็น "คนบ้ารถ" พิสูจน์ได้จากคอลเลกชั่นรถของเขาที่รวมกันมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 8.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลปี 2023)
และด้วยการที่เขาเติบโตในรัฐนอร์ทแคโรไลนา หนึ่งในถิ่นกำเนิด ตลอดจน "บ้าน" ของ NASCAR มอเตอร์สปอร์ตอเมริกันอันเลื่องชื่อ ทำให้เขาซึมซับวัฒนธรรม พร้อมสถาปนาตัวเองเป็น "แฟน NASCAR ตัวยง" อย่างไม่เคอะเขิน

"ผมไม่มีบาสเกตบอลแล้ว NASCAR อาจมาแทนที่มันได้ง่าย ๆ"
"สมัยที่ผมเติบโตในรัฐนอร์ทแคโรไลนา พ่อกับแม่มักจะพาผมและพี่น้องไปดูการแข่งรถอยู่เสมอ และผมก็เป็นแฟน NASCAR มาตลอดทั้งชีวิต"
นี่คือสิ่งที่ ไมเคิล จอร์แดน เคยได้กล่าวไว้หลังจากที่เขาได้เปลี่ยนสถานะมาเป็นเจ้าของทีม 23XI Racing ร่วมกัน เดนนี่ แฮมลิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอีกด้านของเขาที่หลงใหลในความเร็วไม่แพ้ใคร
เดนนี่ แฮมลิน นักซิ่งไร้บัลลังก์
สำหรับแฟน NASCAR อาจจะคุ้นเคยกับรถแข่งหมายเลข 11 กับโลโก้ FedEx ที่อยู่คู่วงการมาเกือบ 20 ปี และคนที่อยู่หลังพวงมาลัยรถคันนั้นคือ เดนนี่ แฮมลิน
นักขับจากรัฐฟลอริดา อีกหนึ่งเมืองถิ่นกำเนิดและบ้านของ NASCAR ขึ้นสู่ NASCAR Cup Series การแข่งขันรุ่นใหญ่สุดของศึกความเร็วเบอร์ 1 แดนมะกัน ตั้งแต่ปี 2006 กับทีม Joe Gibbs Racing และประสบความสำเร็จมากมาย ทั้งรางวัล รุกกี้แห่งปี 2006 และชนะ Daytona 500 รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำฤดูกาลของ NASCAR ถึง 3 สมัย

ถึงกระนั้น เจ้าตัวก็มีเรื่องค้างคาในอาชีพการแข่งขันเช่นกัน กับการคว้าแชมป์ Cup Series แชมป์ใหญ่ประจำฤดูกาล ที่ทำได้ใกล้สุดคือ การเป็นเพียงแค่ "รองแชมป์" ในปี 2010 และ 2025
ด้วยวัยเข้าหลักสี่ กำลังวังชาเริ่มลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ เจ้าตัวก็ต้องหาหนทางทำเงินในวัยเกษียณ และมองหาโอกาสอื่นเพื่อต่อยอดในวงการมอเตอร์สปอร์ตของเขา แต่กลายเป็นว่าโอกาสที่เขากำลังมองหานั้นมาถึงด้วย "ความบังเอิญ"
บาสเกตบอล ทำให้ทั้งสองคนมาเจอกัน
ใครจะเชื่อว่ามิตรภาพของ ไมเคิล จอร์แดน กับ เดนนี่ แฮมลิน เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ซึ่ง แฮมลิน อธิบายว่า เขาและ จอร์แดน ได้พบกันระหว่างที่เจ้าตัวไปชมเกม NBA ของ ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ ซึ่งในขณะนั้น จอร์แดน ยังเป็นเจ้าของทีมบาสเกตบอลนี้อยู่ (ปัจจุบัน จอร์แดน ขายหุ้นส่วนใหญ่ออกไปแล้ว แต่ยังมีหุ้นส่วนน้อย)

"ระหว่างพักครึ่ง เขาก็ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญผมไปพบเขา และแน่นอน ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ เขาขอเบอร์โทรศัพท์ผม จากนั้นในช่วงครึ่งหลังของเกม เขาก็ถามคำถามเกี่ยวกับการแข่งรถมากมาย เช่น 'สัปดาห์ที่แล้ว ทำไมคุณถึงเข้าพิทในสถานการณ์นี้แทนที่จะอยู่บนแทรคต่อ ?'"
"แล้วผมก็คิด 'เดี๋ยวก่อน ผู้ชายคนนี้ดู NASCAR ด้วยเหรอ ?' จอร์แดน เป็นแฟน NASCAR มาหลายปีแล้ว เขาเติบโตมากับการดูการแข่ง NASCAR ตั้งแต่เด็ก ๆ ไปตามสนามต่าง ๆ เช่น Charlotte และ Talladega" แฮมลิน เสริม
กลายเป็นว่าหลังจากนั้น ไมเคิล จอร์แดน ตกลงที่จะให้ เดนนี่ แฮมลิน เป็นนักแข่งคนแรกที่มีผู้สนับสนุนเป็นแบรนด์ Jordan นั่นทำให้พวกเขาได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
จาก "ข่าวปลอม" สู่ "ข่าวจริง"
ครั้งหนึ่ง เคยมีข่าวปลอมที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการ NASCAR นั่นคือ "เดนนี่ แฮมลิน และ ไมเคิล จอร์แดน กำลังมองหาโอกาสซื้อหุ้นในทีม Richard Petty Motorsports" ซึ่งมีความเชื่อมโยงอยู่ 2 อย่าง นั่นคือ การเป็นพาร์ทเนอร์ของ แฮมลิน กับ จอร์แดน ก่อนหน้านี้ และ Richard Petty Motorsports เป็นทีมที่ต้องการหานักลงทุนเพื่อนำเม็ดเงินมาดำเนินกิจการต่อไป
แม้ผลงานของทีมจะไม่ดีนัก แต่ในตอนนั้น Richard Petty Motorsports มีนักขับคนหนึ่งที่ ไมเคิล จอร์แดน สนใจ เขาคือ วิลเลี่ยม ดาร์เรล "บับบ้า" วอลเลซ นักขับผิวดำคนแรกในศตวรรษที่ 21 ที่ได้แข่งขันในคลาสสูงสุดของ NASCAR นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงสำคัญของการยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิคนผิวดำ ในแคมเปญ "Black Lives Matters"

หลายคนเชื่อว่า บับบ้า, จอร์แดน และ แฮมลิน รวมถึง Richard Petty Motorsport กำลังจะมีโปรเจกต์ร่วมกัน จนนำไปสู่ข่าวปลอมอันเลื่องชื่อ แต่หารู้ไม่ว่า บุคคลทั้งสามที่เกี่ยวโยงกัน กำลังมีโปรเจกต์อย่างลับ ๆ ทว่าไม่ได้มีชื่อทีมในข่าวเข้ามาเกี่ยวด้วย เพราะพวกเขาคิดใหญ่กว่านั้น
"บังเอิญว่ามีข่าวลือเริ่มขึ้น และมีบทความข่าวปลอมออกมาบอกว่า เดนนี่ แฮมลิน และ ไมเคิล จอร์แดน กำลังจะซื้อหุ้นใน Richard Petty Motorsports มันเป็นข่าวปลอม เพราะจริง ๆ ผมกำลังเดินหน้าโปรเจกต์นี้อยู่ แต่ไม่ใช่กับ จอร์แดน" แฮมลิน กล่าว
"ดังนั้น ผมจึงคิดหนัก ก่อนส่งบทความนี้ให้ จอร์แดน และบอกว่า ดูเหมือนว่าเรากำลังจะทำธุรกิจร่วมกันนะ แล้วจอร์แดนก็บอกว่า 'ฮ่าฮ่า นั่นเป็นข่าวปลอมอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าคุณอยากทำให้เป็นข่าวจริงก็บอกผมนะ' แล้วผมก็หยุดทันที พร้อมคิดว่า 'เอาล่ะ ผมจะทำอะไรดีตอนนี้ ? ขั้นต่อไปของผมคืออะไร ?' แล้วผมก็ถาม จอร์แดน ว่า 'คุณหมายความว่ายังไง ?' จอร์แดนบอกว่า 'คุณจะเป็นเจ้าของทีมมั้ยล่ะ ?' ผมบอกว่า "ถ้าสถานการณ์เหมาะสม ก็ได้' แล้ว จอร์แดน ก็บอกว่า 'ถ้าคุณต้องการหุ้นส่วน บอกผมนะ'"

ประโยคสุดท้ายที่ จอร์แดน ได้พูดกับ แฮมลิน นั้นทำให้พวกเขาจุดประกายความคิดที่จะก่อตั้งทีมของตัวเองขึ้นมา
สำหรับ ไมเคิล จอร์แดน เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา นี่คือมหาเศรษฐีนักลงทุนด้วยแพชชั่นอันแรงกล้า ทั้งการลงทุนในทีมบาสเกตบอล ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ และทีมอีสปอร์ตชื่อดังอย่าง Team Liquid
ส่วนความร่วมมือด้านซัพพลายเออร์ เครื่องยนต์ และอุปกรณ์นั้น ก็มี Joe Gibbs Racing ทีมต้นสังกัดของ แฮมลิน ที่พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ พอเห็นโอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว มีหรือจะรอช้า เริ่มต้นมันเลยซะตอนนี้
ในที่สุด 23XI Racing ทีมแข่งที่ชื่อมาจากเสื้อหมายเลข 23 ของ จอร์แดน และเบอร์รถ 11 ของ แฮมลิน ก็ถือกำเนิดในปี 2020 โดยทั้งคู่ซื้อกรรมสิทธิ์จากทีมแข่งใน NASCAR ที่เลิกกิจการ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ลืมที่จะนำหมายเลข 23 อันเลื่องชื่อของ จอร์แดน มาใส่ให้รถคันแรกของพวกเขา
แล้วใครคือนักขับคนแรกของทีมล่ะ ? แน่นอน คนที่ จอร์แดน "ล็อกมง" ไว้แล้ว ก็หนีไม่พ้น บับบ้า วอลเลซ ซึ่งแน่นอนว่าการมี บับบ้า ในทีม ก็เหมือนกับเป็นตัวแทนของเขา และคนผิวดำที่อยู่บนสปอตไลท์ของวงการมอเตอร์สปอร์ตอเมริกัน
น้องใหม่แห่งเวที NASCAR
หลังจากก่อตั้งทีมในปี 2020 ปี 2021 ก็มุ่งหน้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้ประเดิมสนามแรกด้วยรายการใหญ่ประจำปีอย่าง Daytona 500 โดย บับบ้า คว้าอันดับ 17 มาครอง
แต่ปีแรกของ 23XI Racing ไม่สวยนัก เนื่องจาก บับบ้า ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มกับทีมใหม่ได้ อีกทั้งยังมีปัญหาสภาพจิตใจที่ไม่คงที่ จากการเผชิญอาการซึมเศร้าตั้งแต่ปี 2019 หลังประสบพบเจอกับความล้มเหลวบนเส้นทางอาชีพ และการชนรุนแรงที่ Pocono ในปี 2018
"คุณพยายามที่จะเป็นคนที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และบางครั้งมันก็ไม่ดีพอ" บับบ้า กล่าว
"มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาสักพักแล้ว แค่พยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ทุกอย่างหายไปเมื่อคุณอยู่หลังพวงมาลัย มันคือ 16 ปีของการขับรถ มันช่วยได้ แต่มันก็ยากอยู่ดี"

ช่วงเวลาที่ยากลำบากของ บับบ้า ไม่นานก็ผ่านไป ท้ายสุด เขาคว้าชัยชนะแรกให้กับทีมที่ Talladega แม้ในปีแรกของเขา จะไม่สามารถพาตัวเอง และทีม 23XI Racing เข้ารอบเพลย์ออฟลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาลได้ก็ตาม เพราะชัยชนะของเขามาช้า หลังจากตัดกลุ่มเข้ารอบเพลย์ออฟไปแล้ว
"ผมจะบอกว่า นี่คือชัยชนะครั้งแรกของสมาชิก 95% ทีมเรา ซึ่งมันเจ๋งจริง ๆ ในที่สุด ผมก็เป็นผู้ชนะอีกครั้ง ผมเป็นผู้ชนะในระดับ Cup Series นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะพูด"
จบฤดูกาล 2021 ทีมตัดสินใจเพิ่มรถอีกคัน พร้อมซื้อกรรมสิทธิ์หมายเลข 45 โดยที่มาคือ หมายเลขประจำตัวที่ แลร์รี่ จอร์แดน พี่ชายของไมเคิล จอร์แดน ใช้ ซึ่ง ไมเคิล จอร์แดน ได้ใส่เสื้อเบอร์นี้ลงแข่ง NBA ฤดูกาล 1994-95 หลังกลับมาจากการรีไทร์ครั้งแรก
เคิร์ท บุช นักขับวัยเก๋ามากประสบการณ์ มาขับรถหมายเลข 45 คู่กับ บับบ้า วอลเลซ ก่อน บุช ประสบอุบัติเหตุ และตัดสินใจรีไทร์กลางฤดูกาล 2022 ทำให้พวกเขาต้องดึงตัว ไทเลอร์ เรดดิก นักขับดาวรุ่ง มาประจำการหมายเลข 45 แทนตั้งแต่ปี 2023
เดินหน้าสู่ความสำเร็จที่ยังไม่จบสิ้น
จะพูดว่าการดึงตัว ไทเลอร์ เรดดิก มา กลายเป็นหนึ่งในสุดยอดดีลก็ว่าได้ เพราะหนุ่มจากรัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถพาทีมเข้าสู่รอบเพลย์ออฟของการชิงแชมป์ประจำปีได้ทุกครั้งนับตั้งแต่ย้ายมา และเคยเข้าถึงรอบ Championship 4 ในฤดูกาล 2024 ก่อนจบอันดับที่ 4 ของฤดูกาลดังกล่าว (ปัจจุบันระบบเพลย์ออฟแบบแบ่งรอบถูกยกเลิกแล้ว) ยิ่งตอกย้ำให้ จอร์แดน และ แฮมลิน เห็นว่า การเซ็นเขามาร่วมทีมนั้น "คุ้มทุกเซนต์ คุ้มทุกดอลลาร์" ที่จ่ายไป

การมาของ ไทเลอร์ เรดดิก เปรียบเสมือนกาารเปิดฟ้าสู่ความยิ่งใหญ่ ที่นำพาทีมไปสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากทีมที่มีรถแข่งเพียง 1 คัน เป็น 2 คัน สู่ 3 คัน และกลายเป็น 4 คันในปัจจุบัน โดยซื้อกรรมสิทธิ์หมายเลข 35 ที่เป็นเบอร์เสื้อสมัยที่ จอร์แดน แข่งเบสบอลไมเนอร์ลีก และหมายเลข 67 ที่ส่งแข่งบางสนาม
จนฟ้าใหม่ของฤดูกาล 2026 ได้มาถึง กับเรซแรก และสำคัญที่สุดแห่งปีอย่าง Daytona 500 ไทเลอร์ เรดดิก สามารถคว้าชัยรายการนี้เป็นครั้งแรกของตัวเองและทีมได้ในที่สุด

ใครจะไปคิดว่า ข่าวลือปลอม ๆ และการพูดทีเล่นทีจริง ของ ไมเคิล จอร์แดน จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างทีมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตอเมริกัน
และชัยชนะใน Daytona 500 เป็นเพียงแค่ก้าวหนึ่งของความสำเร็จ ซึ่ง ไมเคิล จอร์แดน ในฐานะเจ้าของทีม มีความคาดหวังว่าจะก้าวไปให้ไกลกว่าเดิมในฐานะ "แชมป์ประจำปี"
เพราะเมื่อ ไมเคิล จอร์แดน ลงสนาม สิ่งที่เขามุ่งหมายเพียงอย่างเดียว คือ "ชัยชนะ"
แหล่งอ้างอิง
https://www.autoweek.com/racing/NASCAR/a34537516/the-pieces-have-come-together-for-michael-jordan-denny-hamlin-and-bubba-wallaces-NASCAR-team/
https://www.essentiallysports.com/nba-legends-basketball-news-twenty-threexi-racing-co-owners-michael-jordan-and-denny-hamlins-relationship-explained/
https://dailydownforce.com/how-did-denny-hamlin-and-michael-jordan-meet/
https://andscape.com/features/bubba-wallace-first-win-shines-light-on-michael-jordans-impact-on-23xi-racing-team/