
มูฮัมหมัด ซิยาด ซอลกิฟลี นักกีฬาทุ่มน้ำหนัก คลาส F20 (บกพร่องทางสติปัญญา) ที่ชวดเหรียญทองหลังถูกทีมงานของยูเครน ที่มีมักซีม โควัล นักกีฬายูเครนที่สถิติมาเป็นอันดับ 2 ยื่นฟ้องต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน ให้ตัดสิทธิ์นักกีฬาจากมาเลเซีย เนื่องจากนักกีฬาไม่มารายงานตัวตามกำหนด ก่อนที่ฝ่ายจัดการแข่งขันจะปรับนักกีฬารายนี้ให้หมดสิทธิ์ได้รับเหรียญทอง ในรูปแบบ DNS (DID NOT START)
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ชาวมาเลเซียตั้งข้อสงสัยก็คือ เพราะเหตุใด ทางฝ่ายจัดจึงให้นักกีฬาจากมาเลเซีย ลงแข่งขันจนจบการแข่งขัน ทั้งที่ถ้าเป็นเหตุผลของการมาสาย ก็ควรจะตัดสินไปแต่แรก ซึ่งนักกีฬาคนนี้ สามารถทำลายสถิติโลก ด้วยสถิติ 17.94 เมตร อีกด้วย
ประเด็นนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวมาเลเซียอย่างมากทำให้รัฐมนตรีกีฬาและเยาวชน รวมถึงดาตุ๊ก อิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้กำลังนักกีฬาคนนี้ ส่วนชาวมาเลเซียบางส่วนได้ส่งข้อความต่อว่าไปยังฝ่ายจัดการแข่งขันพาราลิมปิก รวมถึง คณะกรรมการพาราลิมปิกของยูเครนเป็นจำนวนมาก
หลังจากการยื่นอุทธรณ์ของมาเลเซีย ปรากฏว่า องค์กรกรีฑาพาราโลก (ดับเบิ้ลยูพีเอ) ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของทัพนักกีฬาพาราลิมปิกมาเลเซีย เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าการตัดสินเป็นไปตามกฏข้อ 5.5 ซึ่งระบุว่านักกีฬาที่มารายงานตัวก่อนแข่งสาย จะถูกระบุเป็น DNS (DID NOT START)
เครก สเปนซ์ โฆษกของคณะกรรมการพาราลิมปิก เปิดเผยว่า ในตอนแรกนักกีฬามาเลเซียนั้น ได้รับอนุญาตให้แข่งขัน เพราะผู้ตัดสินมองว่า เขามีเหตุสุดวิสัยที่มาสาย เนื่องจากนักกีฬาไม่เข้าใจภาษาที่ถ่ายทอดออกไปในการประกาศเรียกนักกีฬา แต่จากการตรวจสอบภายหลัง คณะกรรมการพบว่า เขาไม่มีเหตุผลสมควรที่มารายงานตัวสาย ก่อนจะปรับ DNS ตามกฏ
"มีข้อความมากมายที่ต่อว่าไปที่ชาวยูเครน แต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่ใช่ความผิดของนักกีฬายูเครน กฏต้องเป็นกฏ"
ที่มา :
https://www.bbc.com/news/world-asia-58405211