NEWS

โปรแกรมฟุตบอลทีมชาติ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร กระทบอะไรบ้าง หากฟุตบอลโลก เปลี่ยนแปลงการจัดแข่ง จากทุก 4 ปี เป็น ทุก 2 ปี 



หากย้อนกลับไปในอดีต สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เคยมีเเนวคิดสำคัญ ที่จะเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลครั้งใหญ่ นั่นก็คือ แนวคิดของการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ทุกๆ 2 ปี  ซึ่งหากการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้น จะนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลไทย  

 


เน้นมากขึ้น พักมากขึ้น

เเนวคิดนี้ มีจุดเริ่มต้นจาก อาร์แซน เวนเกอร์  อดีตผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ที่ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาฟุตบอลของฟีฟ่า  ออกมาเสนอ แนวคิดการจัดทัวร์นาเมนต์ระดับชาติ ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ  

เวนเกอร์ กล่าวว่า ปัจจุบัน ช่วงเวลาพักเบรกในทีมชาตินั้น สั้นมาก และ ไม่เอื้อต่อนักเตะ  เนื่องจากโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่จนเกินไป  หากมีนักฟุตบอลบาดเจ็บ จะส่งผลกระทบต่อสโมสรอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้น เขาจึงมีการเสนอแนวทางที่สำคัญ  เพื่อเอื้อให้การแข่งขันฟุตบอลโลก สามารถจัดการแข่งขันได้ทุก 2 ปี 

สำหรับแนวทางที่เสนอแนะของอาร์เเซน เวนเกอร์ มีลักษณะหลักๆ ดังนี้ 
1.หยุดโปรแกรมลีก เพื่อหลีกทางให้โปรแกรมทีมชาติ 1 เดือนเต็ม (ในฟีฟ่าเดย์แต่ละครั้ง)  -- แนวคิดนี้  จะทำให้ทีมชาติ สามารถลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก จำนวน 7 นัดในเวลา 1 เดือน จากนั้น ก็อาจจะไปจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายกันในเดือนมิถุนายน  ซึ่งจะทำให้ประหยัดเวลาในการแข่งขันรอบคัดเลือกลงได้มาก 
2.ลดจำนวนเกมการแข่งขันลง -- โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และทัวร์นาเมนต์ที่ไม่จำเป็น   
3.ทำให้นักเตะได้มีโอกาสพักมากขึ้น -- ด้วยโปรแกรมและจำนวนการแข่งขันบนเวทีทีมชาติที่ลดลง จะทำให้นักฟุตบอลมีช่วงเวลาที่ได้พักมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม 
4.ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จัดสับหว่างกับฟุตบอลชิงแชมป์ทวีป -- ในอนาคต ฟุตบอลโลก จะจัดการแข่งขันในปีที่ลงท้ายด้วยเลขคู่ (2026, 2028, 2030, ...) และ ฟุตบอลชิงแชมป์ทวีป จะจัดการแข่งขันในปีเลขคี่ (2027, 2029, 2031, ......)

 

เกิดขึ้นได้จริงหรือ?

ประเด็นนี้ ฟีฟ่า ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญ  ที่มีวาระสำคัญในการเพิ่มความถี่การจัดฟุตบอลโลกจาก 4 ปี และ 2 ปี ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา   โดยที่ประชุมประเทศสมาชิกมีมติให้ฟีฟ่าเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากฟุตบอลโลกจะจัดในทุกๆ 2 ปีในอนาคต

อีกทั้ง จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ได้ออกมาเปรยแนวทาง หลังได้รับการหนุนหลังจาก อาร์เซน เวนเกอร์ ที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาฟุตบอลของฟีฟ่าว่า กำลังศึกษาถึงแนวทางความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต 

หลังแนวคิดนี้ เผยแพร่ออกไป  บุคลากรในวงการลูกหนัง ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง เช่น  อเล็กซานเดอร์ เชเฟริน  ประธานยูฟ่า ได้ออกมากล่าวว่าเขาไม่เห็นด้วยกับแนวดังข้างต้น เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลโลกทุก ๆ 2 ปี จะทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์น้อยลง โดยเขากล่าวต่อหน้าตัวแทนสโมสร 160 คนในการประชุมสมัชชาสมาคมสโมสรยุโรปในกรุงเจนีวา ว่า 

 "อัญมณีแห่งการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้นมีค่ามากเพราะความหายากของมัน การจัดการแข่งทุกสองปีจะนำไปสู่การสุ่มเลือกทีมเข้าแข่งขันมากขึ้น  มีความชอบธรรมน้อยลง และน่าเสียดายที่ความศักดิ์สิทธิ์ของฟุตบอลโลกจะเจือจางลง"

ฟากของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เปิดเผยโดยรวมว่า  แนวคิดนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้จริง  แต่จำเป็นต้องหาข้อมูลและศึกษาความเป็นไปได้ให้รอบด้าน 

 "ผมคิดว่าปฏิทินฟีฟ่าจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ ความคิดเห็นของผมคือ ผมไม่รู้ว่าคนรุ่นเราจะจัดฟุตบอลโลกทุก ๆ สองปีได้อย่างไร ฟีฟ่าสามารถรวบรวมความคิดของผู้เล่นได้ และคิดว่าทุกคนต้องทำงานร่วมกัน มันต้องมีการประสานงานกัน  แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่มันจะไม่เกิดขึ้น"

ขณะที่มุมมองของนักเตะ อย่าง เซอร์จิโอ บุสเกตส์ กองกลางทีมชาติสเปน แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยกล่าวเตือนฟีฟ่าว่า แนวคิดนี้ อาจทำให้นักเตะระเบิดอารมณ์ถึงขีดสุด เพราะพวกเขาแทบจะไม่มีเวลาพักเลย  ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องรับฟังเสียงจากทุกฝ่าย 

"เรื่องฟุตบอลโลกทุก ๆ 2 ปี นักเตะมีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจน้อยมาก  ตารางแข่งมันอัดแน่นขึ้นไปเรื่อย ๆ พวกเขาไม่สนใจนักเตะเลย มันจะถึงเวลาที่นักเตะจะโมโห เพราะจำนวนเกมที่มากขึ้นเรื่อย ๆ"

 

เปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วน

ลองวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลทั่วโลก  ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง  หากฟุตบอลโลก จัดการแข่งขันทุก 2 ปีจริง
1.โปรแกรมทีมชาติที่น้อยลง  -- เมื่อการแข่งขันฟุตบอลโลกจัดขึ้นทุก 2 ปี  ทำให้ตามปกติ โปรแกรมการแข่งขันรอบคัดเลือก จะใช้เวลาในการคัดทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย ประมาณ 2-3 ปี และมีเกมในรอบคัดเลือกประมาณ 14-18 แมตช์  จะถูกลดจำนวนลง
2.รูปแบบการแข่งขันบางรายการเปลี่ยนแปลงไป -- แน่นอนว่า ด้วยช่วงเวลาที่ถี่ขึ้น ทำให้การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก จะต้องเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันให้สอดคล้องกับช่วงเวลา   รวมถึงรายการที่ชิงแชมป์ระดับทวีปอย่างเอเชี่ยนคัพ, ฟุตบอลยูโร  อาจจะต้องเปลี่ยนเกณฑ์การแข่งขันในรอบคัดเลือกใหม่ทั้งหมด
3.ความสำคัญของแมตช์เพิ่มขึ้น -- เมื่อช่วงเวลาที่น้อยลง จำนวนแมตช์ที่น้อยลง  ดังนั้น ความสำคัญของแต่ละแมตช์จะเพิ่มขึ้น  และแต่ละทีมจะพลาดกันได้น้อยลง 
4.การแข่งขันรายการเล็กๆ จะถูกความสำคัญลดลง -- ด้วยปฏิทินทีมชาติที่ถี่ยิ่งขึ้น ฟุตบอลรายการเล็ก เช่น รายการระดับภาคพื้นทวีป อาจถูกลดความสำคัญลง  พิจารณาใกล้ตัว เช่น ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ  ที่ใช้เวลาแข่งขัน 1 เดือน  อาจจะถูกปรับรูปแบบการแข่งขัน  อีกทั้งผู้เล่นหลักของแต่ละชาติ อาจจะไม่ได้มาร่วมแข่งขันรายการนี้ อีกแล้ว  
5.แต่ละชาติมีโปรแกรมอุ่นเครื่องน้อยลง -- เมื่อทัวร์นาเมนต์น้อยลง  โปรแกรมอุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่าอาจจะน้อยลงไปด้วย  ทำให้จากนี้ แต่ละชาติอาจจะมีเวลาทดลองทีมกันน้อยลง 
6.ฟุตบอลลีก อาจต้องปรับโปรแกรม -- หากเป็นเช่นนี้  ฟุตบอลลีก ของแต่ละประเทศ จะต้องจัดโปรแกรมลีกใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เอื้อต่อโปรแกรมทีมชาติ  ที่แต่ละเเมตช์ ความสำคัญจะเพิ่มขึ้น 

 

ที่มา :

https://www.espn.com/.../a-world-cup-every-two-years-the...
https://www.getfootballnewsfrance.com/.../arsene-wenger.../



AUTHOR

วิรวิชญ์ เจริญเชื้อ

หนุ่มผู้หลงรักในเสน่ห์ของตัวเลขและตรรกศาสตร์ เล่นกีฬาไม่เก่ง แต่ชะตานำทาง สู่แวดวงกีฬาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
     


PHOTO

ปฐวี ยอดเนียม

ช่างภาพ ที่ขายกาแฟ และรักการเตะฟุตบอล ชื่นชอบ กีฬาต่างๆ ความฝันคือการปั่นจักรยานท่องโลก ❤
     


x